การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีปัญหามากที่สุดคือการที่นักเรียนไม่สนใจเรียน  เล่นและคุยในเวลาเรียน ไม่ตั้งใจฟัง  และทำงานไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนด  สาเหตุที่ค้นพบมีมากมายแม้ว่าจะพยายามหาทางแก้ไข  ผลจากการแก้ไขทำให้แก้ได้บ้าง ไม่ได้บ้างแต่ต้องใช้เวลาและความอดทน 

         นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒  เป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดทั้งนักเรียนหญิงและนักเรียนชาย  เริ่มแสดงความดื้อรั้นทั้งอยากเรียนและอยากเล่นไปพร้อม ๆ กัน 

        วิธีการแก้ปัญหาอันดับแรกคือการฝึกนั่งสมาธิ  ทุกวันจะพบว่าโหน่ง..หนึ่งในนักเรียนทั้งหมดจะแสดงอาการเบื่อหน่าย ไม่ยอมฝึกสมาธิและทำหน้าตาบูดบึ้ง  เนื่องจากโหน่ง..เป็นเด็กที่ย้ายมาจากโรงเรียนอื่นและมาเข้าเรียนที่นี่ในปีการศึกษานี้  ความคิดเห็นของคุณครูท่านอื่นมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน  นอกจากนี้โหน่ง..เป็นเด็กเห็นแก่ตัวหลบเลี่ยงเมื่อถูกใช้งาน

       เมื่อวันอังคารที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๒  นักเรียนทุกคนได้ฝึกสมาธิอีกครั้ง  พร้อมกับพูดยกย่องโหน่ง..ไปด้วยว่า"ดูท่าทางมีความสุขมากขึ้น" ได้สังเกตว่าเป็นครั้งแรกที่โหน่ง..นั่งหลับตาและมีอาการสูดลมหาบใจเข้าและออกให้เห็นได้  เป็นอันว่าตลอดชั่วโมงนั้นนักเรียนเงียบ  และตั้งใจทำแบบทดสอบเสร็จตามเวลากันทุกคนhttp://gotoknow.org/blog/wittayasamphan/297953

      วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒  มีชั่วโมงเรียนแนะแนว  ได้อธิบายเกี่ยวกับการสำรวจตัวเองมีสาระสำคัญว่า "คนที่ค้นพบจุดอ่อนด้อยในตนเอง  จะทำให้มีเป้าหมายในการพัฒนาและเป็นคนดีได้"  พร้อมกับให้นักเรียนเขียนปัญหาหรือจุดด้อยของตนเอง  รวมทั้งบอกว่าจะแก้ไขหรือปรับปรุงได้หรือไม่ได้ 

       นักเรียนแต่ละคนพับใส่ซองมาส่งครูถือเป็นความลับและไม่เขียนชื่อ  ในความเป็นจริงไม่มีครูคนไหนที่จะจำลายมือของนักเรียนไม่ได้  เมื่อฉันได้อ่านปรากฏว่าฉันประทับใจของโหน่ง...มากที่สุด  จึงแจ้งให้นักเรียนทุกคนทราบและชื่นชม 

       นักเรียนทุกคนตื่นเต้นให้ความสนใจและอยากรู้จักเจ้าของปัญหามากที่สุด  จึงทายว่าของเพื่อนคนนั้น คนนี้  แต่ก็ไม่มีใครทายว่าเป็นของโหน่ง..แม้แต่คนเดียว  ส่วนโหน่ง...นอนกับพื้นมองดูเพื่อน ๆ และร่วมทายด้วย 

       เมื่อสอบถามนักเรียนว่า "ต้องการให้ครูอ่านบันทึกฉบับนี้ให้ฟังหรือไม่"  นักเรียนตอบด้วยความเต็มใจ  ฉันจึงเริ่มอ่านปัญหาของโหน่ง..ไปทีละข้อ  ตามลำดับ

๑.  ตื่นสาย  เพราะนอนดึก  ปัญหานี้แก้ได้  

๒. ไม่ทำการบ้านเพราะขี้เกียจ  ปัญหานี้แก้ได้

๓. ไม่ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านเพราะไปเที่ยวบ้านเพื่อน ปัญหานี้แก้ได้ 

๔. มาโรงเรียนสายเป็นบางครั้งเพราะตื่นสาย ปัญหานี้แก้ได้

๕. โต้เถียงพ่อแม่  ปัญหานี้แก้ได้

๖. ลักขโมยเงินพ่อแม่  ปัญหานี้แก้ได้

๗. ไม่อ่านหนังสือเพราะขี้เกียจ  ปัญหานี้แก้ได้

๘. เริ่มเข้าหาสิ่งเสพติด  ปัญหานี้แก้ได้

๙. โกรธเพื่อและครูบางคนที่ทำให้เจ็บใจ  ปัญหานี้แก้ไม่ได้จนวันตาย 

        เมื่ออ่านจบ  นักเรียนทุกคนก็อยากจะทายอยู่นั่นเอง  คราวนี้โหน่ง..นอนมองบนเพดานห้องเรียนและยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต  และฉันเองก็เป็นสุขด้วย  แต่...นักเรียนทั้งชั้นก็ยังไม่ทราบว่าใครคือเจ้าของบันทึก

       วันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน  ๒๕๕๒  ชั่วโมงที่ ๒ เป็นการเรียนภาษาอังกฤษ  ฉันได้เชิญครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ มาเป็นพยานมอบรางวัลให้โหน่ง..โดยประกาศว่าขอให้เจ้าของบันทึกออกมารับรางวัล  โหน่ง...ได้เดินออกมารับรางวัลตามด้วยเสียงปรบมือจากเพื่อนเกรียวกราว 

      รางวัลที่มอบให้โหน่ง...เป็นเสื้อยืดสีดำ   เพราะครั้งหนึ่งได้ยินโหน่ง..พูดกับเพื่อนว่าถ้าเก็บตังค์ได้จะถอยเสื้อยืดสีดำสักตัว...  เสื้อยืดสีดำจึงถูกบรรจุลงในกล่องและห่อด้วยกระดาษสีฟ้า  อันเป็นสีที่โหน่งชอบ...ฉันได้ชื่นชมโหน่ง...ต่อหน้าเพื่อน ๆ ว่าโหน่ง..ได้ให้บทเรียนอันล้ำค่าแก่ฉันและเป็นครูคนหนึ่งของฉัน  ขอให้กำลังใจแก่โหน่ง...ตลอดไป

      ในวันนั้นมีผู้มาจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน  ฉันพบว่าโหน่ง...เปลี่ยนแปลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ไม่หลบเลี่ยงในการช่วยจัดโต๊ะ เก้าอี้ ช่วยยกของอื่น ๆ และยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมีความสุขในการจัดกิจกรรมหลังอาหาร  เพื่อน ๆ และคุณครูหลายท่านแปลกใจ  ส่วนฉันมีความสุขที่ได้แลกเปลี่ยน...ในบันทึกนี้