[3] คนถอดบทเรียน ควรมีคุณสมบัติอย่างไร?
>จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
บันทึกนี้ผมเขียนตามที่นึกออกนะครับ เขียนผ่านประสบการณ์ของตัวผมเองที่ทำหน้าที่เป็น ผู้นำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในที่นี้ขอเรียกว่า “Facilitator” นะครับ มาหลายเวทีได้ลองผิดลองถูกมาพอสมควร ก็รู้ว่าจุดอ่อนเราคืออะไร และ อะไรที่เราต้องพัฒนาเพื่อการเป็น Facilitator ที่ดี
คนเป็น Facilitator ก็เกี่ยวข้องกับการเอื้อกระบวนการเรียนเรียนรู้ และ การถอดความรู้ในกรณีที่ต้องการประมวลความรู้เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ใดๆก็ตาม
มีคนถามว่าผมฝึกฝนการเป็น Facilitator (กระบวนกร, ผู้นำสนทนา, Moderators) ที่ไหนมา? ก็ตอบได้เลยว่าไม่ได้ฝึกฝนจากไหนครับ ส่วนใหญ่ผมก็เป็นประเภท ครูพักลักจำ แต่ก็มีโอกาสดีๆที่ได้เข้าร่วมเวทีเรียนรู้กับ Facilitator รุ่นพี่หลายท่าน ได้ซึมซับเอากระบวนการต่างๆมาใช้ โดยเฉพาะกระบวนการ วิธีการที่ถูกจริตกับตัวเอง
ในอดีตผมทำงานที่เกี่ยวข้องกับ งานวิจัยที่ทำงานกับชุมชน หรือที่เรียกว่า วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม คุณลักษณะของนักวิจัยที่ต้องมี คือ ช่างสังเกต ชอบจดบันทึก ช่างซักถาม รวมไปถึงการนำตัวเองเข้าไปอยู่สถานการณ์ใดก็ตามของกลุ่มเป้าหมายแบบเนียนๆ นักวิจัยในสนามสามารถทำได้ นั่นหมายถึงข้อมูลงานวิจัยที่เราจะได้ร่วมเรียนรู้กับชุมชนด้วย สามารถเป็นผู้เอื้อกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนโดยอาศัยใช้ความรู้ ดังนั้นงานวิจัยที่ทำกับท้องถิ่น โดยเฉพาะงานวิจัยและพัฒนา จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ที่มาหนุนเสริม ให้ขับเคลื่อนงานไปอย่างเข้มแข็ง ข้อมูลที่เป็นองค์ความรู้เหล่านั่นเองที่นักวิจัย ที่เป็นเสมือน นักถอดบทเรียน ต้องมีกระบวนการเก็บข้อมูล รวมไปถึงการนำข้อมูลมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ และหาทางเลือกใหม่ๆให้กับการพัฒนาระดับพื้นที่
ดังนั้นคุณสมบัตินักวิจัยก็ติดตัวผมมา ก็หมายถึงว่าเรามีความเป็นนักถอดบทเรียนอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เมื่อได้เรียนรู้การเป็นผู้นำกระบวนการเพิ่มเติมจากเวทีอื่นๆ จากผู้นำกระบวนการท่านอื่นๆ ผมจึงผันตัวเองมาทำหน้าที่ “ผู้ถอดบทเรียน” หรือ มาเป็น Facilitator ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่างๆ หลากหลายเวที หลากหลายบริบท
ผมลองมานั่งประมวลดูว่า คนที่ทำหน้าที่ “ถอดบทเรียน” ต้องมีคุณลักษณะอย่างไรบ้าง?
ข้อแรกเลยครับ สำคัญมาก ต้องเป็นคนเรียนรู้ ชอบการเรียนรู้ ชอบอ่าน ชอบท้าทายความรู้ใหม่ๆ มองการเรียนรู้สิ่งใหม่เป็นเรื่องท้าทาย ทำให้มีพลังในการอยากเรียนรู้สิ่งใหม่
มีเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ ที่เท่าเทียมกัน ความเชื่อข้อนี้เป็นพื้นฐานในการวางสถานะของตัวตน เพื่อการเปิดใจของผู้คนที่อยู่รอบตัว เตรียมพร้อมเพื่อมานั่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ต้องมีทักษะการคิดเชิงระบบ ข้อนี้เขียนง่ายทำยากครับ การคิดเชิงระบบเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน โดยส่วนตัวผมเองฝึกการมองแบบภาพใหญ่จากภาพที่เป็นจิ้กซอว์ชิ้นเล็กๆที่มาเรียงร้อยกัน วิธีง่ายๆ ก็หัดใช้ แผนที่ความคิด หรือ Mind map ในการช่วยคิด ทำให้เราจัดระบบความคิดที่ดีขึ้น ได้รายละเอียดทุกแง่มุม มองให้เห็นภาพใหญ่ได้
ทีทักษะการสื่อสาร(สุข)การสื่อสารนี้ผมรวมถึงการพูด และ ภาษากายด้วย การสื่อสารที่ดีหมายถึงการสื่อสารที่ชัดเจน จริงใจ สื่อความหมายได้ถูกต้อง เป็นคนช่างเจรจาพาที ข้อนี้ฝึกฝนกันไม่ยากครับ แต่สิ่งที่ยากคือ การมีความสุขจากข้างในของตัวเราเอง สิ่งที่อยู่ข้างในที่ได้รับการพัฒนาจะสอดคล้องกับการแสดงพฤติกรรมของตัวเราเอง ดังนั้นการที่เป็นคนเต็มสุข การที่เป็นคนมีคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นคนดี สามารถสัมผัสกันได้
มีทักษะการเขียน การสรุปความ การจับประเด็น การตั้งคำถาม และ นำเสนอ ตรงนี้ก็สำคัญครับ เพราะการถอดบทเรียนจำเป็นต้องเขียน จำเป็นต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้อย่างเป็นระบบ ใช้ในกรณีที่เราต้องนำเสนอจัดระบบความคิดแบบฉับพลันในเวที หรือ การเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานนำเสนอ
ความเป็นตัวของตัวเอง ข้อนี้ไม่อยากให้มองข้าม ในกรณีการจัดเวทีถอดบทเรียนที่ต้องอาศัยวิธีการต่างๆ ผู้นำกระบวนการหลายท่านที่เรียนรู้วิธีการจากผู้อื่น เสร็จแล้วลอกเลียนแบบนำมาใช้โดยที่ฝืนกับจริตของตัวเอง ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการล้มเหลวได้ เพราะไม่เป็นธรรมชาติ ไม่สอดคล้องกับศักยภาพของตัวเราเอง ทำไปฝืดไป สุดท้ายก็ไปไม่รอด
มีทักษะการ “ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย” ข้อนี้ช่วงหลังผมพยายามนำมาใช้ พยายามออกแบบกระบวนการให้ง่าย และเป้นธรรมชาติที่สุด ผมเชื่อโดยส่วนตัวว่า ความง่าย ความไม่เป็นทางการ ความเป็นธรรมชาติที่สอดคล้อกับผู้คน เป็นหัวใจของความสำเร็จในเวทีถอดบทเรียน
มีจุดมุ่งหมายและ พลังในตัวเอง หลายครั้งที่ผมพบเจออารมร์นี้กับตัวเอง และหลายครั้งบที่ผมให้กำลังใจกับ Facilitator มือใหม่ ที่เกิดอาการไม่มั่นใจ สิ่งที่ผมให้กำลังใจตัวเองและเพื่อนร่วมงานก้คือ “ทำไปเถอะทำให้เต็มที่เต็มความสามารถของเรา ทำไปให้มีความสุข เบิกบาน แล้วทุกอย่างจะดีเอง” ประโยคยาวๆนี้ เป็นประโยคที่ผมให้กำลังใจตนเองเสมอเวลาเผชิญกับความไม่มั่นใจ ...และเชื่ออย่างหนึ่งนะครับ อะไรก็ตามที่เรามักกังวลไว้ก่อน ในที่สุดแล้วสิ่งนั้นไม่ค่อยเกิดหรอกครับ ดังนั้นทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ในการเป็นตัวเรา
สุดท้ายขอเพิ่มคุณสมบัติอีกหนึ่งข้อครับคือ ทักษะการถ่ายภาพ ช่วงหลังการถ่ายภาพง่ายมากขึ้น และ ภาพเพียงหนึ่งภาพสามารถสื่อความหมายได้มากมาย ดังนั้น อย่าลืมให้ความสำคัญในเรื่องการบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่เราบันทึกนั้น จะเป็นข้อมูลที่สำคัญของการถอดบทเรียนที่เป็นรูปธรรมอีกรูปแบบหนึ่ง
เป็นยังไงกันบ้างครับ การพัฒนาตัวเองให้เป็น Facilitator ที่ทำหน้าที่ถอดบทเรียนนั้น ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ เพียงแต่เรามุ่งพัฒนาตนเอง เติมเต็มในสิ่งที่เราขาด ฝึกฝนตัวเองในเวทีเรียนรู้ต่างๆ
สิ่งที่ได้คือ ทักษะที่เข้มแข็งมากขึ้น แกร่งเวทีมากขึ้น พร้อมกับ ความมั่นใจในการทำหน้าที่ Facilitator ที่ถอดบทเรียนได้แบบที่เป็นตัวของเราเอง
บันทึกการเรียนรู้นี้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การถอดบทเรียน” สำหรับเจ้าหน้าที่ของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) ในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๒ ณ นนท์นที รีสอร์ท จ.นนทบุรี
ขอจำไปใช้ค่ะ
โดยส่วนตัวชอบคำนี้ เป็นตัวของตัวเอง หรือ "ฉันเอง"
ขอบคุณนะคะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
ภูสุภา
พี่หมอเล็กครับ...พอดี บันทึกที่พยายามเขียนขึ้นมาถี่ๆช่วงนี้ จะนำเอาไปเป็นเอกสารประกอบการ work shop ให้กับ พรพ.ครับ เลยพยายามเขียนให้อ่านสนุกๆครับ
ครูคิม
ถึงว่าสิครับ ภาพน้องนัท แต่สำนวนการเขียน เป็นสำนวนพี่ครูคิม เป็นซะงั้น ไม่เป็นไรครับ ... เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดีครับ :)
ฝากความระลึกถึง ถึงหนานเกียรติด้วยครับ โอกาสหน้าคงได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวการทำงานกัน
สวัสดีค่ะ
ได้แง่คิดดี ๆ จาก FA มืออาชีพค่ะ ขอบคุณมาก ๆ
ตามอ่านแล้วคะ ยังไม่ได้ให้ความคิดเห็น กำลังคิดว่าที่ทำอยุ่จะทำหน้าที่เป็นผู้ถดบทเรียนนกลุ่มได้ไหมนะคะ
ตามมาเก็บเกี่ยวข้าวสุกเต็มนา เหลืองอร่าม อิอิ
ได้ข้อสุดท้ายครับ น่าจะมี "ทักษะการถ่ายภาพ" บ้าง อิ อิ ;)
ข้ออื่นตกหมด
ขอบคุณครับ พี่ ครูตา ลป. ขอบคุณดอกลีลาวดี สวยๆ ด้วยครับ
พี่ไก่ประกาย สามารถทำหน้าที่ FA.ได้อยู่เเล้วครับ หากเกิดกระบวนการแบบนี้ไม่ว่ารูปแบบไหน นำมาเเลกเปลี่ยนกันด้วยนะครับ
ป้าเหมียว บริโภคให้อิ่มหนำก่อนจากไปนะครับ...:)
อ. Wasawat Deemarn เทคนิคนี้เป็นของแถมครับ ...และสำคัญครับ ภาพๆเดียวสื่อความหมายได้หลากมุมคิดนะครับ :)