วิธีพูดและสอนเด็กให้มีวินัยและรับผิดชอบ
ขอเสนอบทความจากหนังสือ “วิธีพูดและสอนเด็ก” (How to talk so kids can learn)
ตอนทักษะ 7 ประการที่ทำให้ลูก(ลูกศิษย์) ร่วมมือกับพ่อแม่(ครู) ด้วยความเต็มใจ ดังนี้ครับ
วิธีพูดเพื่อทำให้เด็กให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
สมมติสถานการณ์ : เด็กทำสีหกใส่ห้อง
เมื่อเด็กทำผิด แทนที่จะตั้งคำถาม สั่ง วิจารณ์ จับผิด ตำหนิ หรือ ว่ากล่าว
" ใครทำพื้นห้องสกปรกเลอะเทอะไปหมด แย่มาก อย่าทำนิสัยอย่างนี้"
ให้เปลี่ยนมาเป็น
1. อธิบายถึงปัญหา
“ ครูเห็นรอยสีเลอะเทอะไปหมดบนพื้นห้องเรียน”
2. ให้ข้อมูลกับเด็ก
“ ช่วยกันทำความสะอาด สีก่อนที่มันจะแห้ง จะง่ายกว่านะ”
3. เสนอทางเลือก
“เธอจะใช้ผ้าขี้ริ้วเปียกๆ หรือ ฟองน้ำหมาดๆ ทำความสะอาดก็ได้นะ”
4. บอกด้วยคำพูดสั้นๆ หรือใช้ภาษากาย
“สี”
5. อธิบายความรู้สึกของคุณ
“ ครูไม่ชอบเห็นพื้นห้องที่มีสีเปื้อนเลอะเทอะ”
6. เขียนบันทึก
“ศิลปินทุกท่าน กรุณาทำพื้นห้องเรียนให้สู่สภาพเดิม ก่อนออกจากห้อง”
7. ใช้อารมณ์ขัน
“ โอ้ ได้เห็นรอยสีบนพื้นห้อง มองดูแล้วก็น่าเสียดาย เอาผ้าขี้ริ้วมาช่วยกันทำงานน่าเบื่อนี้กัน” (ทำน้ำเสียงให้ตลก)
ทั้ง 7 วิธี ผมว่าเป็นการสื่อสารที่ไม่ทำให้เกิดการขัดแย้งและการต่อต้านจากเด็กครับ เพราะไม่ใช่เป็นการสั่ง วิจารณ์ จับผิด ตำหนิ หรือ ว่ากล่าว
แต่เป็นการพูดด้วยความรัก ความเข้าใจ และ การให้การยอมรับ ที่ไม่เป็นการไปทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของเด็กครับ




มาจองอ่านค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.small man
ขอบคุณที่ให้สาระดีดีค่ะ
จะคอยติดตามตอนต่อไปค่ะ
ผมนึกถึงหนังเรื่อง front of the class ที่พระเอก Brad Cohen ซึ่งมีความฝันจะเป็นครู แต่ด้วยเงื่อนไขที่เขาป่วยเป็น Tourette Syndrome เป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวง กับวิชาชีพครุ แต่เขาก็ได้พิสูจน์ให้เด็กและเพื่อนรวมงานได้เห็นถึงพลังที่ตั้งใจอย่างมากของเขา ...
จากครู Tourette Syndrome ที่สอนนักเรียนของเขาอย่างมีศิลปะ และเข้าใจเด็ก จนในที่สุดเขาได้ เป็นครูดีเด่น (ฉากนี้น้ำตารื้นเลยครับ)
หนังเรื่องนี้ เปิดให้บรรดาคุณครูที่เข้าร่วมเวที humanized educare ครั้งที่ ๑ ชมครับ ในบรรยากาศการชมผมเองตื้นตันไม่น้อยเลยครับ ได้กำลังใจมากขึ้น เห็นเเล้วอยากเป็นครูครับ
ผมพยายามหาซื้ออยู่ แต่หาไม่เจอ กลับไปเจอในอะเมซอน ราคาอยู่ที่ราว $18.36 ครับ
Cohen has worked to overcome his disability. Even when he became ultimately successful, Cohen has still experienced difficulties. For example, even as an adult, he has been asked to leave restaurants and other public events. A few times, however, this has worked to his advantage. While at the Olympics in Atlanta, for example, a number of patrons complained about his tics. But instead of being expelled, Cohen was reseated in a better seating area.
Finally, he was hired, and proved himself to be an excellent teacher. He at first taught second grade, and made every child feel wanted. Cohen made the following observation (p. 160) which should be a challenge and inspiration to all teachers: “If you want to feel secure, do what you already know how to do. If you want to be a true professional and continue to grow…go to the cutting edge of your competence, which means a temporary loss of security. So whenever you don’t quite know what you’re doing, know you’re growing.”
ข้อความภาษาอังกฤษจากด้านบนผม อ้างอิง จาก พ็อกเก็ตบุ้ค front of the class ครับ
ชีวิตของ Brad Cohen สร้างแรงบันดาลใจให้อย่างมากกับวิชาชีพครู และคนทำงานแบบผมด้วย
หากท่านรองฯ มีโอกาสหาชมนะครับ (ทาง UBC ก็มีเวียนๆมาครับ)
อีกทีครับ กับประโยคคำพูดยาวๆนี้
ฝากให้คนเป็นครูทุกท่าน
"If you want to feel secure, do what you already know how to do. If you want to be a true professional and continue to grow...go to the cutting edge of your competence, which means a temporary loss of security. So whenever you don't quite know what you're doing, know you're growing."
Cohen
ขอบคุณครูจิ๋วครับ มาเป็นคนแรก
ขอบคุณพี่คิมมากครับ ที่นำประสบการณ์วินัยเชิงบวก มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ครูจิ๋วครับ ถ้าครูจิ๋วเข้ามาอ่านอย่างนี้ ผมก็จะเขียนต่อไปครับ
ขอบคุณมากครับ
padaengครับ
ก็คงจะต้องใช้ความอดทนอย่างสูงเลยละครับ
ขอบคุณมากครับ
อาจารย์ธนิตย์ครับ
งงๆๆ ยังตามเข้ามาถูก
ขอบคุณมากครับ
ครูอ้อยครับ
มีความสุขในวันหยุดสบายๆ นะครับ
จารย์เขียนไปเรื่อยๆนะคะ
จะมาติดตามอ่าน
ข้อคิดดีค่ะ
บางทีก็ใช้เตือนสติตนเอง
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์
- มาเรียนรู้บทความครับ
- ผมขอยกย่องความเป็น "ครู" ของท่านอาจารย์ เพื่อ "ลูกศิษย์" ที่เข้ามาเรียนรู้ครับ เพราะอาจารย์ไปไหนก็เอาความรู้มาฝากศิษย์เสมอ
- ได้รับข้อคิดดีๆ เพิ่มขึ้น ที่ว่า "เปลี่ยนจากใช้อารมณ์ ใช้ความรู้สึก เป็น สร้างจิตสำนึก " : ผสมผสานใช้ศาสตร์ (เหตุและผล) และศิลป์ (การสื่อสาร: สุนทรียสนทนา) (เข้าใจ เข้าถึงด้วยการปฏิบัติ จึงพัฒนาทั้งตนเองและยังพััฒนาผู้อื่นและสังคม) ครับ
- ขอบคุณสาระดีๆ จากท่านอาจารย์ครับ
อีกนิดนึงครับท่านอาจารย์ สงสัยมานาน รางวัล "สุดคะนึง" ของท่านอาจารย์ หายไปไหนแล้วครับ หรือ โดนริบไปแล้วครับ
แต่ถึงแม้ไม่มีรางวัล ท่านอาจารย์ ก็ยังเป็น "ครูเพื่อศิษย์" ตลอดไปครับ
สวัสดีค่ะ อ.small man
5555 อ๋อ มีแรงบันดาลใจแบบนี้นี่เอง
จึงเขียนต่อได้ ถ้าเหนื่อย ก็พักบ้างก็ได้ค่ะ
จิตบริการดีนะเนี่ย ท่าน small man
ให้กำลังใจค่ะ สุขสันต์วันหยุดดีนะคะ