และดวงจันทร์นั้น เราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่ง จนกระทั้งมันได้กลายเป็นเช่นกิ่งอินทผลัมแห้ง

                รอมฎอน(จริงๆน่าจะเขียนว่า-เราะมะฎอน) ปีนี้ผมก็ยังมีภาระกิจเช่นเดือนปกติ คือต้องทำรายการทุกวัน มาท้ายๆเดือนเสียงอาจจะแห้งไปบ้าง ที่เพิ่มขึ้นมาก็คือการทำรายการเราะมะฎอน ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเราะมะฎอน เขียนบทความ และกลายเป็นวิทยากรจำเป็นด้วยที่ให้สัมภาษณ์ในรายการต่างๆที่โฟนอินน์มาหา

                ดีใจมากที่บรรดาพี่น้องของเราต่างแวะเวียนมาหากันที่บ้าน(g2k)เลยให้มีความสุขมาก ลูกๆบางท่านก็โทรมาคุยสนุกสนาน ว่าจะเขียนเรื่องนี้ตั้งนานแล้วด้วยภาระดังกล่าวเลยทำให้ล่าช้าไปบ้าง มาถึงช่วงนี้ก็ไม่อีกกี่วันจะหมดเดือนเราะมะฎอน ซึ่งจะมีวันสำคัญนั้นคือวันตรุษอีดิ้ลฟิตริ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

                มาว่ากันถึงเรื่องเดิมต่ออีกนิด แต่ถ้าท่านใดไม่เข้าใจประเด็นไหน ผมยินดีอธิบายเป็นประเด็นๆไปครับ

                1.ในพระมหาคัมภีร์ อัล-กุรอ่าน บท(ซูเราะฮ์)ที่ 36 โองการ(อายะฮ์)ที่ 37 กล่าวว่า “และสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกเขาก็คือกลางคืน เราได้ถอนกลางวันออกจากมัน แล้วพวกเขาก็อยู่ในความมือ” ตรงนี้คงไม่ต้องอธิบายมากนะครับ ถ้าท่านอ่านให้ดีจะพบว่า กลางวันกับกลางคืน มันเป็นเช่นการใส่เสื้อกับถอดเสื้อเท่านั้น

2. บท(ซูเราะฮ์)ที่ 36 โองการ(อายะฮ์)ที่ 38 กล่าวว่า “และดวงอาทิตย์โคจรตามวิถีทางของมัน นั่นคือการกำหนดของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงรอบรู้” ตรงนี้ผมอยากจะย้ำว่า ดวงอาทิตย์(ผมจะไม่เรียนพระอาทิตย์เพราะผมไม่ได้นับถือดวงอาทิตย์)จะโคจรตามเส้นทางตามวิถีของมันอย่างแน่นอน ตรงนี้ผมไม่อธิบายมากเดี่ยวไม่ได้เรื่องที่ตั้งใจจะเขียน

3. บท(ซูเราะฮ์)ที่ 36 โองการ(อายะฮ์)ที่ 39 กล่าวว่า “และดวงจันทร์นั้น เราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่ง จนกระทั้งมันได้กลายเป็นเช่นกิ่งอินทผลัมแห้ง” โองการนี้แหละที่ผมจะนำมาขยายต่อ ตามหลักดาราศาสตร์ดวงจัททร์จะเคลื่อนไปตามตำแหน่งทุกๆคืน

   

หากท่านเงยหน้าดูดวงจันทร์แบบที่ไม่ได้มองหาตากะยายละก้อ ท่านจะเห็นว่าในแต่ละคืนตำแหน่งของดวงจันทร์จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

 

รูปร่างก็จะเปลี่ยนเช่นกัน จากจันทร์เต็มดวงตำแหน่งจะเล็กลงๆจนสุดท้ายคล้ายกิ่งอินทผลัมแห้ง คือเรียวเล็กโค้งเล็กน้อย

 

แล้วทำไงจะรู้ว่าหมดเดือนเก่า ขึ้นเดือนใหม่แล้ว ......ผมจะไม่พูดถึงการคำนวนทางดาราศาสตร์นะครับ จากการที่เราเฝ้าติดตามตำแหน่งของดวงจันทร์ เอาเริ่มตั้งแต่จันทร์เต็มดวง 15 ค่ำนี่แหละ พอ(แรม) 1 ค่ำ ตำแหน่งและรูปร่างจะเปลี่ยนไปที่ละน้อยๆ จนถึงแรมแก่ๆ เราต้องสังเกตุมาทางด้านทิศตะวันออก ตำแหน่งเปลี่ยนและรูปจะเล็กมาก แต่ยังสามารถมองเห็นได้ ลักษณะหงายขึ้นเพราะดวงอาทิตย์อยู่ต่ำกว่ดวงจันทร์แสงจึงกระทบที่ด้านล่างของดวงจันทร์

 

จะมีอยู่หนึ่งวันที่เรามองไม่เห็นดวงจันทร์ เราเรียกว่ามันซ่อนตัว(อิสรอส) คือมันหมดอายุ หรือครบรอบ หากเราสังเกตุทุกวันปรากฎการณ์นี้เราจะเห็น .....แต่ๆๆๆๆๆๆหากเช้ามืดวันนั้นเรายังเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่ และเป็นประกาศให้เราดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดเดือนตามหลักการศาสนา ตรงนี้นี้แหละที่มุสลิมที่ไม่เข้าใจดาราศาสตร์พลาดมาตลอด

        เช้ามืดเรายังเห็นจันทร์เสี้ยวเล็กค้างฟ้า ซึ่งใช้เวลาไม่นาน เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาเราก็ไม่เห็นดวงจันทร์แล้ว ตกเย็นเราก็มาดูจันทร์เสียวต้องบอกว่าไม่เห็นแน่นอน เพราะอายุดวงจันทร์ยังไม่ได้ และดวงอาทิตย์ก็โคจรมาทันกับดวงจันทร์ ตรงทันกันจนเป็นระนาบเดียวกันนี่แหละเราเรียกว่าจันทร์ดับ

 

หรือ “อิจญติมาอฺ” หรือ “นิวมูน” หากโคจรมาตรงกับ 3 อย่างก็จะเกิดปรากฎการณ์จันทรุปราคาหรือสุริยุปราคาแล้วแต่กรณี ในหนึ่งปีจะเกิดหลายครั้งเพื่อที่จะเช็คนิวมูนโดยอัตโนมัติ ในวันเดียวกันหากเห็น แสดงว่าเป็นจันทร์เก่า ไม่ใช่จันทร์ใหม่ ลักษณะจะคว่ำลง เพราะดวงจันทร์มันตกก่อนดวงอาทิตย์

     

 แสงอาทิตย์จึงส่องลงข้างบนดวงจันทร์

 

ตามหลักการที่จะกำหนดเดือนใหม่นั้น วันที่ดูดวงจันทร์ ต้องดูเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว และดวงอาทิตย์ต้องตกก่อนดวงจันทร์ เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนออกจากระนาบเดียวกัน หรือนิวมูน ตรงนี้แหละจะเกิด “จันทร์เสี้ยวแรก” หากเห็น นั้นหมายความว่าได้ขึ้นเดือนใหม่แล้ว ลักษณะดวงจันทร์จะเป็นเสี้ยวหงายขึ้น

  

นั้นก็หมายความว่า ดวงอาทิตย์ได้ตกลงไปแล้ว จึงส่องแสงอยู่ใต้ดวงจันทร์ ดูภาพชัดๆอีกที   

 

ในปีนี้วันที่ 9 เดือน 9 ปี 09 นั้น ท่านทราบหรือไม่ว่า ตรงกับวันที่ 19 เดือนเราะมะฎอน พอดี และเดือนเราะมะฎอนก็เป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลาม ที่แปลกไปกว่านั้น เดือน 9 ของอิสลามยังมาตรงกับเดือน 9 ของไทยด้วยคือกันยายน

         วันประกาศจากทางสำนักจุฬาราชมนตรีให้ดูจันทร์เสี้ยว คือ วันที่ 19 เดือนกันยายน ตรงกับวันที่ 29 เดือนเราะมะฎอน วันนี้ตามการคำนวนทางดาราศาสตร์ กรุงเทพฯและภาคกลางจะมีดวงจันทร์ค้างฟ้า 15 นาที และที่ยะลา 20 นาที อายุของดวงจันทร์นั้นได้ แต่ปัญหาคือจะเห็นหรือไม่ โอกาสเห็นมีน้อยมาก แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ถ้ามีผู้เห็นและมีการสอบสวนตามหลักการแล้วเป็นที่เชื่อได้ ก็อาจจะประกาศการเห็นดวงจันทร์ แต่ถ้าหากไม่เห็นให้นับให้ครบ 30 วัน เพราะฉะนั้นจะเห็นหรือไม่เห็นเดือนก็จะไม่หนี 30 วันไปได้

ถามว่าถ้าเห็นรับได้ไหม? ตอบว่ารับได้เพราะดวงจันทร์มีแล้ว หากคำนวนองค์ศาและทิศทางให้ดีตั้งกล่องก็จะเห็น ถามต่อว่าทำไมต้องดูและต้องเห็น ตอบว่าเพราะเป็นคำสั่งของท่านศาสดามุฮัมมัด(ซ.ล.) ให้ดูจัทนร์เสี้ยวเพื่อกำหนดเดือน หากเห็นก็ให้เริ่มเดือนใหม่ได้

     

ตามที่ท่านครูปอเนาะได้แสดงความเห็นมาในบล็อกที่แล้วกรณีชาวประมงนั้น ผมถือชาวประมงคือนักดาราศาสตร์ครับเชื่อถือได้ด้วย  คงจะให้ละเอียดไม่ได้นะครับเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดมาก ผมไม่ทราบว่าท่านจะมีข้อสงสัยหรือไม่ ผมยินดีตอบนะครับ พบกันอีกทีก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับวันตรุษอีดิ้ลฟิตริ