การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ความตื่นตัวเรื่องการส่งเสริมการอ่าน จนรัฐกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ และเมื่อรัฐบาลให้ความสำคัญของการรู้หนังสือ จะเป็นแรงบวกให้ผู้เกี่ยวข้อง มีพลังในการทำงานในด้านนี้มากยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา คมชัดลึก ได้เสนอบทความที่ดีอยากให้ทุกคนได้อ่าน ซึ่งระบุว่า วันนี้เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ มุ่งให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมบทบาทการรู้หนังสือให้เข้มแข็ง ความสำคัญของการมีส่วนร่วม ความเป็นพลเมืองของประเทศและการพัฒนา ภายใต้หัวข้อ "Literacy and Empowerment” ซึ่งถือเป็นแนวคิดสำคัญสำหรับปี 2552-2553 ในช่วงทศวรรษการรู้หนังสือแห่งสหประชาชาติ (2546-2553)
ขณะที่ทั่วโลกตระหนักถึงการส่งเสริมบทบาทการรู้หนังสือให้เข้มแข็งและความสำคัญของบทบาทในการพัฒนา ปัจจุบันยังมีผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือทั่วโลกจำนวนถึง 776 ล้านคน เด็กที่อยู่นอกระบบโรงเรียนและยังไม่ได้รับการเติมเต็มในเรื่องสิทธิและความต้องการอีกจำนวน 75 ล้านคน ซึ่งในความเป็นจริงการรู้หนังสือยังคงเป็นเป้าหมายที่ได้รับการละเลยสูงสุดในวาระการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน
ใครบ้างคือผู้ใหญ่ที่ไม่รู้หนังสือจำนวน 776 ล้านคน ผู้ใหญ่เหล่านี้คือประชากรผู้ด้อยโอกาสและประชาชนชายขอบที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ โดยมีอัตราร้อยละที่สูงในกลุ่มของสตรีและเด็กกลุ่มคนพื้นเมือง ชนกลุ่มน้อยด้านภาษาและวัฒนธรรม กลุ่มชนเร่ร่อน กลุ่มคนชนบทและผู้พิการ ซึ่งความยากจนและการไม่รู้หนังสือมีความสัมพันธ์ระหว่างกันสูง ในมุมมองข้างต้น การส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งจึงเป็นหัวใจสำคัญ หญิงชายทั้งหมดดังกล่าวที่มีชีวิตอยู่โดยไม่สามารถเข้าถึงทักษะการอ่านเขียนขั้นพื้นฐาน การรู้หนังสือจักได้เปิดประตูสู่โอกาสที่จะได้รับความรู้และความสนใจใหม่ๆ ช่วยปรับปรุงมาตรฐานของชีวิต และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม รวมถึงช่วยขจัดความยากจนให้หมดไป
แม้มีหลักฐานอย่างชัดเจนเกี่ยวกับพลังของการรู้หนังสือที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของแต่ละคนและรูปแบบต่างๆ ในการพัฒนาสังคม ในหลายส่วนของโลกหากไม่ขาดความตั้งใจทางการเมืองก็ขาดทรัพยากรที่ให้ความสำคัญในเชิงปฏิบัติต่อการรู้หนังสือของเยาวชนและผู้ใหญ่ในระดับต้นๆ ผลที่ตามมาคือ มิได้มีการกล่าวถึงกลุ่มคนผู้ขาดทักษะการรู้หนังสือและการคิดคำนวณขั้นพื้นฐานเลย ผู้ใหญ่เกือบ 1 ใน 6 ถือได้ว่ามิได้รับความสนใจในเรื่องของสิทธิ ความต้องการและความหวัง สิ่งนี้คือสถานการณ์อันน่าละอายที่เปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการละเลยต่อความอยุติธรรม อันไม่ควรให้บังเกิดขึ้นอีกต่อไป
โชคดีที่รัฐบาลในหลายประเทศ องค์กรภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ กลุ่มชุมชนและบุคคลที่เข้าใจถึงประโยชน์ของการรู้หนังสือและสำนึกถึงการส่งเสริมสนับสนุนโครงการต่างๆ เกี่ยวกับการรู้หนังสือ มีผู้คนจำนวนมากที่ทำงานโดยไม่ประสงค์ออกนามช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเงียบๆ และแน่วแน่ ให้พวกเขาได้รับทักษะการรู้หนังสือและการคิดคำนวณพื้นฐานรวมถึงโอกาสที่จะผจญภัยไปกับการเรียนรู้ วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือเป็นโอกาสหนึ่งที่จะขอคารวะและปรบมือให้แก่ความพยายามของพวกเขา เพื่อให้กำลังใจในการดำรงไว้ซึ่งพันธสัญญาไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพหรืออาสาสมัคร ล้วนเป็นบุคคลสำคัญที่ก่อไห้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้ซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างอย่างแท้จริงต่อชีวิตของผู้อื่น
มวลมนุษย์และตัวผู้เรียนเองล้วนได้รับประโยชน์จากกระบวนการรู้หนังสือ ผลการศึกษามากมายพบว่าการรู้หนังสือเป็นการสร้างพลังที่เข้มเข็งที่สนองตอบต่อศักดิ์ศรีสูงสุดแห่งความเป็นตัวตน ความมั่นใจและการแสดงออกถึงความต้องการอย่างมุ่งมั่น อีกทั้งยังช่วยสร้างสำนึกแห่งศักยภาพและเสรีภาพแห่งตน รวมถึงการสร้างความตระหนักถึงสิทธิของบุคคลดียิ่งขึ้น การรู้หนังสือช่วยส่งเสริมให้แต่ละบุคคลเกิดเสรีภาพแห่งตนในบริบทของครอบครัวและชุมชน
มวลมนุษย์ดังกล่าวล้วนได้รับประโยชน์จากการรู้หนังสือที่ส่งให้เกิดผลสำคัญอย่างมีนัยสำคัญต่อสังคมในภาพรวม ดังนั้นศักดิ์ศรีสูงสุดแห่งความเป็นตัวตนย่อมเกิดได้จากทักษะการรู้หนังสือที่เอื้อให้เกิดความร่วมมือทางสังคมและการเมืองอันสัมพันธ์กับความสนใจในกิจกรรมของประเทศชาติและชุมชนอย่างแท้จริง เหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลต่อทัศนคติและการปฏิบัติในด้านการเมืองในบริบทต่างๆ ที่แปรเปลี่ยน การรู้หนังสือยังคงแสดงถึงพลังที่เหนือกว่าในการทำให้แต่ละคนพร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
ในยุคที่ความไม่เท่าเทียมขยายกว้างขึ้น การรู้หนังสือไม่เพียงแต่ทำให้ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นตัวตนยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ยังสร้างโอกาสให้แก่ผู้ที่ถูกลิดรอนสิทธิ ผู้ด้อยโอกาสและผู้ที่ถูกละเลย ซึ่งได้แก่ ผู้รู้หนังสือใหม่ที่ยังต้องการได้รับสมรรถนะและทักษะเพิ่มขึ้นเพื่อยกระดับรายได้ ให้สูงขึ้น สร้างความเป็นอยู่ของชีวิตให้ยั่งยืนได้ มีช่องทางให้ได้รับบริการทางด้านสุขภาพและทางด้านการศึกษา และมีความผูกพันกับมาตุภูมิ โดยแท้จริงแล้วการรู้หนังสือจำเป็นต่อการเข้าถึงโอกาสต่างๆ อย่างมั่นคงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม สิ่งนี้นับเป็นกรณีเฉพาะสำหรับสตรี ซึ่งล้วนต้องขอบคุณต่อผลที่ได้จากการรู้หนังสือที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตของพวกเธอ
ในแต่ละปี วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือนับเป็นโอกาสหนึ่งในการขับเคลื่อนให้เกิดการรู้หนังสือทั่วโลก จึงใคร่ขอเชิญรัฐบาล องค์กรปกครองระหว่างประเทศ หุ้นส่วนการพัฒนา นายจ้าง สมาคมการค้า และองค์กรภาคประชาสังคมทุกหนแห่งหยุดการละเลยด้านการรู้หนังสือสำหรับเยาวชนและผู้ใหญ่ เพื่อเสริมสร้างพันธสัญญาต่อการรู้หนังสือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น การรู้หนังสือไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการอ่านเขียน แต่ยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเคารพตนเอง และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และยังเกี่ยวกับโอกาสที่ให้ความหวังต่อบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคมทั้งมวล การรู้หนังสือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของสิทธิทางการศึกษา และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างพลังความเข้มแข็ง ดังที่ปรากฏให้เห็นมาโดยตลอด บัดนี้ถึงเวลาที่ต้องตระหนักถึงสิทธิทางการศึกษาที่บุคคลทุกคน ทุกวัยพึงได้รับในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม"
เป็นข้อเขียนที่ดีและส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องได้ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาเหล่านี้และนับเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง
ที่มา : คมชัดลึก
สวัสดีค่ะ อ.ประสิทธิ์
"การรู้หนังสือเป็นการสร้างพลัง ที่เข้มเข็งที่สนองตอบต่อศักดิ์ศรีสูงสุดแห่งความเป็นตัวตน
ความมั่นใจและการแสดงออกถึงความต้องการอย่างมุ่งมั่น "จริงๆซินะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ มาเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือด้วยค่ะ
แถมมีข้อมูลติดกับไปอีก ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีผู้ไม่รู้หนังสือมากขนาดนี้