ฝนตกหนักที่เชียงใหม่ในตอนเย็น ๆ ของทุกวัน รวมถึงวันนี้ด้วย ก่อนฝนตกหนัก แดดก็แรงเสมอ เป็นเช่นนี้มาแล้ว ๓ วัน

ตอนนี้ออกไปแวะที่ไหนยังไม่ได้ นอกจากนั่งใช้ Gotoknow ให้ฝนซา ๆ ลงแล้วจึงจะออกเดินทาง

บางทีอยากจะเขียนบันทึกอะไรสักอย่าง ก็คิดไม่ค่อยจะออก หากไม่มีแรงกระตุ้นจากภายในในการเขียนถ่ายทอดออกมา

เคยถามตัวเองว่า หากไม่ได้เป็นอาจารย์สอนหนังสือ (นักศึกษา) แล้วอยากทำอะไรมากที่สุด มันก็มีหลายสิ่งที่อยากทำที่คิดอยู่ในใจ เช่น อยากเป็น "ช่างภาพอิสระ" ที่เดินทางไปไหนก็ได้ แล้วบันทึกภาพในสิ่งที่ตาเห็นออกมา

การถ่ายภาพเป็นศิลปะที่แน่นอนว่า ใคร ๆ ก็ถ่ายภาพได้ แต่ถ่ายภาพให้ออกมาดี ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

 

(http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=36118)

 

สำหรับที่มีคนที่มีจิตใจที่ไม่ละเอียดอ่อนมากนัก มักจะตะโกนด่ากลับว่า ถ่ายยังไงก็เป็นภาพ แย่กว่านี้เขายังเอาเลย

ผมพบเห็นคนลักษณะนี้อยู่รอบ ๆ ตัว หลาย ๆ คนที่มักจะมีภาพลักษณ์ของการทำงานเร็ว แต่ไม่รอบคอบ หรือไม่คิดในสิ่งที่มันน่าจะเกิดขึ้น มักชอบทำงานออกมาให้มี "ชิ้นงาน" แต่ "ไร้คุณภาพ"

เพราะสำหรับคนพวกนี้ "ชิ้นงาน" เป็นเสมือนตัวแทนแห่งความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจสำหรับเขา แต่ "คุณภาพ" หรือ "สิ่งที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง" มักจะไม่ค่อยสนใจ ประมาณว่า ทำ ๆ ไป ให้เสร็จ แล้วเป็นพอ

ยกตัวอย่างภายในเวลาที่ทำโครงการเร่งด่วนก่อนปิดงบประมาณแผ่นดิน ส่งเงินคืนเงินคงคลัง คนพวกนี้จะเร่ง ๆ ทำให้เสร็จเป็นโครงการไป แต่ไม่สนใจหรอกว่า มันจะมีผลสะท้อนกลับในทางที่ไม่ดีอย่างไรบ้าง มีผลต่อปีต่อ ๆ ไปอย่างไร ไม่เคยคิดถึง กลายเป็นภาระของคนรุ่นต่อไป ต้องมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดเมื่อปีที่แล้ว

แน่นอนว่า ในระยะนี้ของช่วงชีวิต ผมได้พบพานคนลักษณะนี้หลายคน ล้วนแต่เป็นคนที่เราชูขึ้น เพราะเห็นเขาเป็นคนดี แต่เมื่อลงมือทำงานแล้ว ก็รู้สึกเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับระบบการทำงานที่เราเคยคุยกันว่า พวกเราไม่อยากได้ระบบการทำงานในลักษณะนี้ของคนรุ่นก่อน แต่เราอยากนำสิ่งดี ๆ เข้ามาใช้หรือปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในตัวงาน ไม่ใช่ ใช้คำว่า สั่งการ อยู่ตลอดเวลา เหมือนเป็นพวกโค้ชสั่งนักกีฬา

ตอนนี้การเริ่มต้นเดินถอยหลังในเพื่อน ๆ น้อง ๆ หลายคน เริ่มเกิดขึ้น ถอยออกมา ๑ ก้าว แต่กลัวจังเลยว่า จะมีก้าวต่อไป เพราะการไม่รับฟังความคิดเห็นของคนทำงานประเภทนี้ ยังไงก็ไม่ผิด โยนความรับผิดชอบไปให้คนอื่นอย่างเดียว เสียดายที่เรียนทางด้านกีฬามา แต่ไม่มีความเป็นนักกีฬาสักนิด

เหมือนนักฟุตบอลที่วิ่งล้มลงในจุดโทษ ตบตากรรมการ ให้ได้จุดโทษ กติกามีไว้หาช่องโหว่ให้ตัวเองได้ประโยชน์

 

 

ชีวิตต้องมีรายละเอียดของตัวเองที่ต้องมองให้เห็นความรู้สึกนึกคิดภายใน ไม่ใช่ อยากทำอะไรก็ทำ หากเดินเส้นทางผิดพลาดนับจากตอนนี้ จะให้เดินถอยหลังกลับมา บางทีอาจช้าเกินไป

ดังนั้น การทำงานเพื่อส่วนรวม ควรเป็นการทำงานที่ต้องคิดอย่างรอบคอบ ผ่านกระบวนวิเคราะห์ให้เห็นประเด็นที่แท้จริงก่อน แล้วจึงลงมือปฎิบัติ เพื่อให้งานมีการต่อยอด เดินทางไปทางที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด

แต่เท่าที่เห็น ... ผู้บริหารมักจะคิดแค่ "งานของตู ความสำเร็จของตู และเงินของตู" ประเทศไทยคงเจริญฮวบ ๆ

 

 

กลับมา "การถ่ายภาพ" แบบอิสระ ๆ แบบผม

การถ่ายภาพให้ออกมาดี ไม่ใช่มีแต่เทคนิคชั้นสูงออกมาล้วน ๆ แต่ไร้ความเป็นจริงของชีวิตชีวาของภาพ

ผมคงเป็นพวกอนุรักษ์นิยมจ๋า ... ถ่ายภาพมามักจะไม่ค่อยชอบเทคนิคการตกแต่งอย่างไม่เหมาะไม่ควรมากนัก ทำแค่ ลดขนาด ลดความละเอียด เพื่อให้ขึ้นบันทึกได้ก็เพียงพอแล้ว สีสันบันเทิงต่าง ๆ ไม่คิดที่จะทำ

 

 

"การถ่ายภาพ" ก็คล้ายกับ "การทำงาน" คือ ต้องมีความอิสระทางความคิดมาก ๆ ทำสิ่งใดย่อมต้องให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เมื่อคิดว่า มุมกล้องนี้ถูกใจแล้ว ดีแล้ว ก็กดชัตเตอร์ไป หากกดแล้วยังไม่พอใจ ก็กดชัตเตอร์ใหม่ไปเรื่อย ๆ หากการทำงาน คือ การฝึกฝนตนเองให้ชำนาญ และเป็นการทำให้เส้นทางการเดินทางมันง่ายขึ้น ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล

เพราะ "ลมหายใจของชีวิต" ก็มีอยู่แค่นี้

คิดไป เขียนไป ... ไม่ได้ไตร่ตรองอะไร แค่รอฝนหยุดตกเท่านั้นเอง

ขอบคุณทุกท่านครับ ... ที่อดทนอ่านจนถึงบรรทัดนี้ ;)