ถ้าหากใครที่เคยเล่นอินเทอร์เน็ตและมีอีเมลล์ใช้เป็นของตัวเอง คงจะไม่มีใครที่ไม่เคยได้รับ Forward Mail ไม่ว่าจะเป็น ไฟร์งานที่ส่งต่อๆกันมา คำกลอนซึ้งๆ เรื่องเล่าโดนๆ ข่าวลือต่างๆ จดหมายลูกโซ่ที่ถ้าไม่ส่งต่อจะเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ เช่น ไม่ส่งต่อจะอกหักตลอดไป ไม่ส่งต่อจะมีอันเป็นไป ไม่ส่งต่อ hotmail /gmail จะระงับการใช้งานอีเมลล์ของคุณ ฯลฯ หรืออีเมลล์ขอความช่วยเหลือต่างๆนานา แต่ยังมีอีเมลล์ยอดฮิตอีกอย่างหนึ่งที่คนมักนิยมได้รับหรือส่งต่อกัน นั้นก็คือ อีเมลล์ที่แฝงข้อคิดดีๆให้กับคนอ่าน ซึ่งบางคนก็อาจจะยังเห็นมันเป็นเพียงแค่อีเมลล์ธรรมดาๆ ฉบับหนึ่ง แต่สำหรับข้าพเจ้าอีเมลล์ฉบับหนึ่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงทัศนะคติของข้าพเจ้าไปตลอดกาล
ข้าพเจ้าได้รับอีเมลล์นี้ ในวันหนึ่งของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มันเป็นวันที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามันเป็นวันที่แย่ที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของข้าพเจ้า วันนั้นข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดมาก โมโหทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ในเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ปกติข้าพเจ้าจะไม่รู้สึกโกรธ เมื่อข้าพเจ้าเจอกับสิ่งเหล่านี้เข้ามากๆทั้งเรื่องที่โกรธว่า เพื่อนไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังคิด เรื่องที่เห็นคนอื่นไม่ทำตามอย่างที่ ใจเราหวังไว้ หรือแม้กระทั่งผู้ร่วมใช้ถนนในวันนั้นก็พลอยทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดไปด้วย ข้าพเจ้ารู้สึกเห็นใครทำอะไรก็ ขัดหูขัดตาไปหมด จนข้าพเจ้ารู้สึกเครียดมาก เมื่อเรียนเสร็จข้าพเจ้าจึงรีบกลับมายังหอพักเมื่อมาถึงก็เปิดคอมพิวเตอร์ เล่นอินเทอร์เน็ตทันที สักพักข้าพเจ้าจึงเข้าไปเช็คอีเมลล์ ก็เห็นอีเมลล์ฉบับนี้อยู่ พอข้าพเจ้าเปิดเข้าไป ก็ได้พบว่าอีเมลล์ฉบับนี้เป็นอีเมลล์ที่ได้บรรจุข้อคิดในการใช้ชีวิตอย่างไรไม่ให้เป็นทุกข์ หลังจากข้าพเจ้าได้นั่งอ่านไปสักพัก ข้าพเจ้าก็เข้าใจว่า สิ่งที่ข้าพเจ้าเจอมาในวันนั้น มันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิต เป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยที่เราไม่ควรเก็บเอามาคิด เราควรมองที่มาที่ไปของเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วก็ยอมรับกับผลที่เกิดขึ้นและหาทางพัฒนาให้มันดีขึ้น ไม่ใช่นั่งเศร้า หดหู่ใจอยู่กับมันอย่างนั้นตลอดไป
เนื้อหาของอีเมลล์ฉบับนั้น






ข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
ชีวิตของคนเราก็เหมือนกระดาษแผ่นใหญ่แผ่นหนึ่ง ส่วนความทุกข์หรือความสุขก็เทียบได้กับจุดที่เกิดขึ้นบนกระดาษ มันไม่ได้เป็นทั้งหมดของชีวิตเรา เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิต ซึ่งเราไม่ควรไปสนใจหรือจดจ่อกับมันมากนัก เราควรที่จะให้ความสำคัญกับส่วนที่สำคัญกว่า ไม่ยึดติดกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ กล่าวคือ อย่าไปหลงระเริงกับความสุขเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือจมอยู่กับความทุกข์ที่ผิดหวังจากเรื่องต่างๆ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราว่าเราจะเลือกหรือไม่เลือกที่จะยึดติดกับมัน ถ้าหากเรายอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของเราเองได้ เราก็จะคิดได้ว่า “ช่างมันเถอะ” แล้วเราก็จะเป็นสุข
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อ่าน Forward Mail ฉบับนี้แล้ว มันทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนแปลงทัศนะคติในการดำเนินชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อข้าพเจ้าพบเจอกับเรื่องที่ไม่ดี ข้าพเจ้าก็สามารถเข้าใจมันได้ว่า มันเป็นอย่างนั้นเพราะเหตุผลใด และก็สามารถยอมรับมันได้ และเมื่อข้าพเจ้าพบกับความสุข ข้าพเจ้าก็จะไม่หลงระเริงไปกับมัน คิดอยู่เสมอว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถาวร ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิตเรา สุดท้ายก็ “ช่างมันเถอะ”
คิดได้แล้วก็ทำให้ได้ด้วยล่ะ แล้วชีวิตจะดีขึ้นจริงๆ
อยากทำได้
ร่วมด้วยช่วยกันนะดัช
ดีเนอะ
ทำให้รู้จักปล่อยวาง
ชั่งมัน
เคยเป็นแบบนี้มาแล้วครั้งนึง
และก็เพราะได้ดัชช่วยเอาเรื่องนี้มาพูดให้ฟังนี่แหละ
ถึงได้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย เรื่องนี้ช่วยได้มากจริงๆ
เนื้อหาดีมากๆเลย
อ่านแล้วกินใจดี
อยากให้ทุกคนคิดแบบนี้จังเลย
เป็นที่สอดแทรกธรรมะได้ดีเลย
.
.
.
ชอบตอนสุดท้ายอ่ะ
เจ๋งๆ
ไม่เข้ากับเหง้าหน้าเลย
เมวดีมากอะดัชชี่
วันหลังส่งไห้บ้างดิ
ชอบมาก~
ต้องปล่อยวางซะบ้าง
ยิ้มๆๆๆๆๆๆๆๆ
แรกๆก็ทำลำบากหน่อย
นานเข้าก็ชินเอง
ด้วยบริบทของอาชีพ ยิ่งต้องฝึกให้มาก
เป็นกำลังใจนะจ๊ะ