การแก้ปัญหา

การแก้ปัญหา

คนเป็นหัวหน้าก็เหมือนการขี่หลังเสือ คุณก็มีอำนาจในการปกครองดูแลลูกน้องที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของคุณ และในแต่ละวันสิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องพบเจอคือ ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นทั้งภายในภายนอกหน่วยงานที่คุณต้องดูแล

ไม่ว่าปัญหาจะมาจากตัวของลูกน้องของคุณเอง มาจากนโยบายของผู้บริหารระดับสูง จากตัวลูกค้า ฯลฯ   นอกเหนือจากงานประจำที่คุณต้องทำในแต่ละวัน ปัญหาต่างๆ ก็ทยอยเข้ามาเป็นน้ำจิ้มให้การทำงานในแต่ละวันของคุณมีรสชาติ   ดุเด็ดเผ็ดร้อนมากขึ้นทุกที

ดังนั้น หัวหน้าอย่างคุณจึงควรเตรียมการให้พร้อมด้วยการงัดกลยุทธ์ต่างๆ มาจัดการกับปัญหานานัปการเหล่านั้นได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมมากที่สุด เพราะหากคุณแก้ปัญหาได้ไม่ดีนอกจากจะโดนผู้บริหารระดับสูงตำหนิแล้ว ยังอาจเกิดความร้าวฉานขึ้นระหว่างคุณกับลูกน้องของคุณได้อีก

ดังนั้น ก่อนที่คุณจะลงมือแก้ปัญหาอะไรก็ตาม คุณควรมองให้เห็นถึงรากเหง้าของปัญหา แก้ไขให้ตรงจุด ถ้าปัญหามีอยู่ว่าลูกน้องของคุณทำงานล่วงเวลาและเพิ่มค่าตอบแทนให้ หรือจ้างคนมาเพิ่มให้งานเสร็จทันตามกำหนด เป็นต้น

ไม่ว่าความเจ็บป่วยจะร้ายแรงเพียงใดก็ตาม แต่หากคุณรักษาให้ตรงจุด กินยาถูกต้องตามที่แพทย์สั่ง คุณก็สามารถหายจากอาการเจ็บป่วยได้ งานของคุณก็เช่นเดียวกัน ปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ ขอเพียงให้คุณตั้งสติให้ดี แก้ไขทุกอย่างด้วยปัญญา ปัญหาก็จะหมดไปในที่สุด

งานล้นมือ

คนเป็นหัวหน้างานต้องรู้จักมอบหมายแจกจ่ายงานให้ลูกน้องได้รับผิดชอบบ้าง อย่าเก็บกักงานไว้คนเดียวเพราะหวงงานหรือเพราะไม่ไว้วางใจในความสามารถของคนอื่น โดยเฉพาะงานเอกสารต่างๆ ที่ต้องทำอย่างสัปดาห์ละครั้ง คุณควรมอบหมายให้ลูกน้องทำแทนทั้งหมด

ตำแหน่งหัวหน้างานหรือผู้จัดการนั้นมีไว้เพื่อการจัดระเบียบการทำงานและแผนกของคุณให้มีความเรียบร้อยและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ เวลาส่วนใหญ่ของคุณควรหมดไปกับการคิดและวางแผนให้ประสบความสำเร็จ คิดในเรื่องที่มีความสำคัญเข้าไว้                                      วางมือจากเอกสารปลีกย่อยเสียที

เอกสารกองเต็มโต๊ะ

หัวหน้าหลายคนมีเอกสารกองสุมอยู่เต็มโต๊ะไปหมด อาจเป็นเพราะในแต่ละวันคุณก็มักจะมีเรืองให้ต้องคิดพิจารณาหลายเรื่อง ดังนั้นคุณจึงนำมันมาวางเป็นตั้งไว้บนโต๊ะแล้วค่อยๆ หยิบขึ้นมาอ่านทีละเรื่อง หากคุณเผลอนิดเดียวเอกสารแผ่นที่กำลังอ่านอยู่ก็หายไปรวมกับโต๊ะรกๆ ของคุณเสียแล้ว

เก็บกวาดโต๊ะให้สะอาดตา เริ่มต้นด้วยการขนเอกสารทั้งหมดออกไป จากนั้นก็เริ่มพิจารณาทีละเรื่อง เช่น หากคุณต้องการดูรายงานเบิกจ่าย ก็ให้เลขาหยิบเอกสารการเบิกจ่ายทั้งหมดมาให้ดู เมื่อทำเสร็จก็เก็บให้เรียบร้อย จากนั้นก็เริ่มงานชิ้นใหม่ต่อไป โต๊ะของคุณก็จะไม่รกและการทำงานของคุณ ในแต่ละวันก็จะเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

 

ยังไม่เข้าในงานเท่าที่ควร

หากคุณเป็นหัวหน้าที่เพิ่งย้ายเข้ามารับตำแหน่งใหม่ คุณอาจจะยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กรที่คุณต้องดูแลมากนัก     นั่นเป็นเพราะทุกหน่วยงานก็มักจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไป

ลองผูกสัมพันธ์กับหัวหน้าคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่ หรือ พนักงานในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณทำงานอยู่ให้มากที่สุด จากนั้นก็หาเวลาพูดคุยและขอร้องให้พวกเขาช่วยรวบรวมเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับงานในแผนกของคุณ    นอกจากคุณจะได้เรียนรู้งานของคุณอย่างเต็มรูปแบบแล้ว คุณยังมีโอกาสสร้างความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานไปพร้อมกันยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว

เพื่อนอิจฉาตาร้อน

ไม่มีใครไม่ถูกติฉินนินทามาก่อน ถ้าจู่ๆ วันหนึ่งคุณก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าฝ่าย เพื่อนร่วมงานทั้งหลายจู่ๆ   ก็กลายมาเป็นลูกน้องที่คุณดูแล เชื่อได้เลยว่าคงมีใคร บางคนรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างเป็นแน่

คุณจำเป็นต้องปรับความรู้สึกของพวกเขา เพื่อให้พวกเขายังคงร่วมมือร่วมใจทำงานดังเดิม คุณอาจจะเริ่มด้วยประโยคว่า   แม้ว่าตำแหน่งจะเปลี่ยน แต่ผมก็ยังเป็นคนเดิม ผมมีหน้าที่ที่ต้องดูแลรับผิดชอบงานทุกอย่างของแผนกของเรา และที่มีความสำคัญกับผมมากที่สุดคือ ความร่วมมือของคุณ แม้ว่าตอนนี้คุณจะเป็นนายแล้ว แต่หากคุณอ่อนน้อมยอมเข้าหาพวกเขาก่อน   จากนี้ไปพวกเขาก็พร้อมที่จะช่วยคุณด้วยความเต็มใจ

ลูกน้องแตกคอกันบ่อยๆ

      ถ้าเกิดวันดีคืนดีลูกน้องของคุณเกิดแตกคอกัน ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากการทำงานหรือเรื่องส่วนตัวก็ตาม ก็มักจะเกิดระลอกคลื่นเล็กๆ ที่กระทบต่อบรรยากาศในการทำงาน อาจมีการแบ่งหลายฝ่าย ซึ่งทำให้ทำงานร่วมกันได้ยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าคุณควรทำลายช่องว่างระหว่างสมาชิกด้วยการจัดกิจกรรม เช่น จัดแข่งขันกีฬาภายใน ( ถ้าบริษัทของคุณมีพนักงานมากพอ )   การออกกำลังกายเบาๆ อย่างสนุกสนานและมีชีวิตชีวา เปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนมนอกเวลางาน  จนทำให้บรรยากาศในการทำงานดีขึ้น

ลูกน้องตัวดี มาทำงานสายแถมยังกลับบ้านเร็วเป็นประจำ                                                                           

อาจเป็นเพราะลูกน้องตัวดีมีงานน้อยเกินไปจึงมีโอกาส ได้กลับบ้านเร็วทั้งๆ ที่มาทำงานช้า คุณควรเรียกเขาข้ามาคุยที่ห้องทำงานของคุณอย่างเป็นทางการสักนิด ลองสอบถามเขาถึงเส้นทางการเดินทางดูว่ารถติดหรือไม่ หรือถามว่าเขามีปัญหาทางบ้านหรือไม่ ฯลฯ

      คุณจำเป็นต้องตักเตือนลูกน้องตัวดีให้เร็วที่สุด ถ้าสังเกตดูว่าเขาทำอย่างนี้ติดต่อกันมาสอง สามครั้งแล้ว ก็เรียกเข้าพบได้ เพราะหากคุณปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ ก็จะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีทำให้คนอื่นๆ ที่เหลือเลียนแบบตามบ้าง

เจอคนพูดมากจนจนไม่เป็นอันทำงาน

ถ้าคุณกำลังยุ่ง แต่ยังคงต้องเผชิญหน้ากับลูกค้า หรือลูกน้องที่เข้ามาขอคำปรึกษา แถมคนเหล่านี้ยังเป็นคนช่างพูดช่างคุย ครั้งละไม่ต่ำกว่า 15 นาที คุณจะจัดการอย่างไร ?

แทนที่คุณจะอยู่นิ่งเฉยและปล่อยให้พวกเขาพูดๆ จนจบและดินจากไปเอง ซึ่งอาจจะกินเวลาสักครึ่งชั่วโมงที่มีค่าที่คุณควรใช้ในการทำงานให้เสร็จ ลองบอกกับเขาว่า ผมคงต้องขอตัวก่อน เพราะผมมีนัดกับลูกค้าคนสำคัญว่าจะโทรมาหาเขาในอีก   5 นาทีนี้ หรือข้ออ้างต่างๆ นานา อะไรก็ได้เพื่อปลีกตัวอกมา เอาเวลาไปทำงานให้เสร็จดีกว่า

ลูกน้องทำงานเก่งแต่งานมีปัญหาในภายหลัง

การเชื่อมั่นในความสามารถของลูกน้องเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าคุณไม่ได้ดูแลหรือติดตามผลการทำงานของพวกเขาอย่างใกล้ชิ   งานที่สั่งก็อาจจะออกมาผิดเพี้ยน หรือไม่ตรงตามความต้องการของคุณได้

ถ้าคุณสั่งให้ลูกน้องโทรหาลูกค้าเพื่อเช็ครายละเอียดของสินค้าที่ลูกจะสั่ง จากนั้นคุณก็ยุ่งกับด้านอื่นจนลืมเรื่องนี้ไปเลย    เชื่อได้เลยว่าพนักงานของคุณอาจลืม หรือได้รายละเอียดของสินค้าไม่ครบถ้วน หากคุณย้ำกับเขาอีกครั้งในช่วงบ่าย หรือบอกให้เขาเข้ารายงานหลังจากที่คุยกับลูกค้าเสร็จแล้ว จะเป็นการตรวจสอบงานในแผนกของคุณให้ดีอยู่เสมอ

ศัตรูในที่ทำงาน

คุณเคยโดนเลื่อยขาเก้าอี้  หรือถูกนินทาลับหลังจนคนทั้งบริษัทเข้าใจคุณผิดบ้างไหม ถ้าคุณรู้ว่าใครกำลังทำตัวเป็นศัตรูของคุณอยู่ละก็ลองใช้วิธีนี้ในการเปลี่ยนศัตรูให้กลายมาเป็นมิตร

การที่เขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับคุณอาจเป็นเพราะผลประโยชน์หรือรู้สึกอิจฉาคุณในบางเรื่อง คุณต้องพยายามทำตัวเป็นนางเอกละคร หยิบมุกของนางเอกละคร หยิบมุกของนางเอกผู้แสนดีเข้ามาใช้ ปฏิบัติต่อเขาคนนั้นด้วยความสุภาพ ยื่นมือให้ความช่วยเหลือเมื่อมีโอกาสทำให้เขาสนับสนงุนงงและทำอะไรต่อไปกับเราไม่ถูก ทำอย่างนี้ทุกวน น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อนลงได้    ศัตรูในที่ทำงานอาจกลายมาเป็นเพื่อนสนิทโดยไม่รู้ตัวได้เช่นกัน

ลูกน้องกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง  

      เวลาที่มีลูกน้องคนใดคนหนึ่งที่กำลังโกรธมากเหมือนลมจะออกหูเดินเข้ามาในห้องเพื่อจะพูดคุยอะไรกับคุณสักอย่าง    อาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานที่กำลังทำอยู่ หรือปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่บริษัท

สิ่งที่หัวหน้าอย่างคุณควรทำเป็นอันดับแรกคือ ปฏิบัติต่อเขาอย่างดีที่สุด เชิญให้เขานั่งสงบจิตใจสักครู่ สั่งกาแฟหรือน้ำให้ดื่ม ทำทุกทางเพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์เสียก่อน จากนั้นคุณจึงค่อยถามเขาว่า เกิดอะไรขึ้น พร้อมกับย้ำว่า ดิฉัน  (ผม) พร้อมที่จะรับฟังปัญหาของเขาตั้งแต่ต้นจบ

จากนั้นคุณก็นั่งฟังเขาระบายโดยไม่ขัดจังหวะ ปล่อยให้เขาฝ่ายพูดๆๆ จนกระทั่งเขาใจเย็นลง จากนั้นก็ตบท้ายด้วยประโยคว่าคุณเข้าใจความรู้สึกของเขาดี และคุณเห็นด้วยกับเขา เชื่อได้เลยว่าลูกน้องคนนั้นของคุณจะหยุดชะงัก เพราะเขาพบว่าคุณเป็นพวกเดียวกับเขา ในที่สุดปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดี

เครียดกับงาน

ดูเผินๆ คนที่เป็นหัวหน้า งานประจำของพวกเขาคือ การเซ็นชื่อลงในเอกสาร ไม่ต้องลงมือทำงานหนัก ทั้งที่ความจริงแล้วงานของหัวหน้าคือการคิดวางแผนงาน และแจกจ่ายให้ลูกน้องแต่สละคนและคอยควบคุมดูแลให้งานออกมาดีที่สุด หากเกิดความผิดพลาดคุณก็เป็นผู้ที่ต้องแบกรับความผิดทั้งผิดพลาดคุณก็เป็นผู้ที่ต้องแบกรับความผิดทั้งหมดเป็นอันดับแรก

คุณจึงควรต้องเผชิญหน้ากับความเครียดตลอดทั้งวัน ถ้าหากคุณเอาแต่นั่งคร่ำเคร่งอยู่กับงามนท่ามกลางความกดดันตลอดทั้งวันคงไม่ดีกับสุขภาพจิตใจของคุณแน่ หาเวลาพักสมองให้ตัวเองอย่างน้อยวันละ  15 นาที่ วางมือจากงาน หลับตาลงเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ หรือเปิดเพลงนุ่มๆ ฟัง พักให้สมองหายเหนื่อยล้าสักครู่ชาร์จไฟให้เต็ม คุณจะมีพลังมาต่อสู้กับงานได้อีกมากโข

ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของลูกน้อง

คุณเคยสังเกตเห็นความผิดปกติองลูกน้องบ้างหรือไม่ บางครั้งพวกเขาทำงานสายติดต่อกันหลายต่อหลายวัน บางครั้งพวกเขานั่งซึมกะทือทั้งวัน ก่อนที่คุณจะเรียกพวกเขาไปตำหนิหรือต่อว่า คนเป็นหัวหน้าควรสืบสวนเรื่องราวดูก่อน ว่าสาเหตุที่ทำให้เขาซึมเศร้าหรือมาทำงานสายนั้นมาจากเรื่องอะไร

บางครั้งอาจเป็นเพราะคนในครอบครัวของเขาเกิดป่วยจึงต้องคอยดูแล หรืออาจมีปัญหาทางบ้าน หรือมีปัญหาทางด้านการเงิน หากลูกน้องของคุณกำลังประสบปัญหาบางประการอยู่จนไม่สามารถมาทำงานให้คุณได้อย่างเต็มความสามารถแล้วล่ะก็    ลองสอบถามพวกเขาดูว่าเขาต้องการความช่วยเหลือทางด้านการเงิน

หากทางบริษัทพอจะมีนโยบายให้กู้ยืมแก่พนักงาน คุณก็อนุมัติเรื่องให้เขา หรืออาจเป็นความช่วยเหลือทางด้านอื่นหลังจากที่ ปัญหาทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ลูกน้องของคุณก็จะกลับมานั่งทำงานด้วยสายตาที่ซาบซึ้งในพระคุณของคุณยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แอ่นอกรับความผิดให้ลูกน้อง

หากมีวันใดวันหนึ่งเกิดปัญหาใหญ่โตขึ้นที่บริษัทหรือร้านของคุณ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าเข้ามาต่อว่าเสียใหญ่โตว่า    ลูกน้องของคุณทำงานที่ลูกค้าของคุณทำงานที่ลูกค้าสั่งไม่ตรงตามสเป็ก ทำให้เขาเสียหายอย่างมาก ทันที่ที่คุณทราบเรื่องคุณไม่ควรอยู่นิ่งเฉยควรรีบเข้าไปแสดงตัวกับลูกค้าคนนั้นขอโทษขอโพยแทนลูกน้องพร้อมทั้งหาวิธีแก้ไขเพื่อลูกค้ารู้สึกดีขึ้น เช่น การให้ส่วนลด พิเศษแก่เขาสำหรับงานที่สั่งในครั้งต่อไป เป็นต้น

การยอมรับความผิดแทนลูกน้องถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของหัวหน้า ถ้าลูกน้องของคุณทำผิดพลาดคุณก็มีความผิดในฐานะที่เป็นผู้นำ และดูแลแหละหลวมจนเกิดความผิดพลาด หากคุณลงมาแก้สถานการณ์เอง ลูกค้าก็จะรู้สึกว่าเขาได้รับการเอาใจใส่และหายโกรธอย่างรวดเร็ว ส่วนลูกน้องของคุณก็จะรู้สึกดีและผูกพันกับคุณมากขึ้นด้วย

สานสัมพันธ์ด้วยปาร์ตี้เล็กๆ

ลูกน้องของคุณเกิดแตกคอกัน คนเป็นหัวหน้าก็มีหน้าที่ที่ต้องสานความสัมพันธ์เหล่านั้นให้กลับมาดีดังเดิม เพราะการปล่อยให้ลูกน้องยังคงแตกคอกันอย่างนี้คงทำให้งานของคุณไม่ราบรื่นแน่นอน การนัดดื่มกาแฟช่วงบ่ายน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและทำได้ง่ายที่สุด

คุณอาจจะชักชวนให้ลูกน้องทั้งแผนกมาร่วมสังสรรค์เล็กๆ ดื่มกาแฟในช่วงบ่าย มีของว่างหรือคุกกี้นิดหน่อยพอเป็นพิธี    เปิดโอกาสให้ลูกน้องทั้งแผนกได้พูดคุยกัน พยายามป้อนบทสนทนาให้คู่กรณีได้พูดกัน ครั้งแรกพวกเขาอาจจะมีท่าที ไม่ค่อยอยากจะพูดคุยกัน แต่ก็ไม่สามารถขัดคุณได้ หลังจากที่เขาเริ่มต้นคุยกันสักครั้ง พวกเขาก็จะหันหน้าเข้าพูดคุยสานสัมพันธ์กันเองในภายหลัง

ให้โอกาสลูกน้องในการพัฒนาตัวเอง

บริษัทหรือห้างร้าเล็กๆ มักไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้พัฒนาตัวเอง หัวหน้าบางคนเมื่อเห็นใบลาพักเพื่อไปเรียนต่อ     หรือลูกน้องมาขออนุญาตหยุดงานครึ่งวัน เพื่อเข้าอบรมความรู้เพิ่มเติม ก็กลับรู้สึกไม่พอใจ และไม่อนุญาตให้ลูกน้องได้เรียนรู้เพิ่มเติม

ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วหากคุณมีลูกน้องที่เก่งมากยิ่งขึ้นก็จะยิ่งทำให้งานของคุณก้าวหน้ายิ่งขึ้นกว่าเดิม การที่ลูกน้องของคุณรู้จักขวนขวายในการเรียนรู้ นั้นเป็นสิ่งที่ดีทั้งกับหน่วยงานของคุณและกับตัวของลูกน้องเองด้วย เพราะทุกคนคงไม่มีใครอยากจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ทุกคนต่างก็อยากเก่งขึ้น เรียนให้สูงขึ้น เพื่อที่จะก้าวหน้าในอาชีพการงานด้วยกันทั้งนั้น หากคุณส่งเสริมให้เขาได้เข้ารับการอบรม หรือเข้าเรียนต่อภายใต้ข้อตกลงว่าจะแบ่งเวลาในการทำงานและการเรียนต่ออย่างไร ตกลงกันอย่างชัดเจน หลังจากที่เขาเรียนจบก็เข้าทำงานเต็มเวลาตามเดิม แต่สิ่งที่คุณจะได้รับคือลูกน้องที่ซื่อสัตย์ยิ่งขึ้น และที่สำคัญทำงานเก่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ดูแลเอาใจใส่

สิ่งที่ช่วยให้หัวหน้ามัดใจลูกน้องได้ง่ายดายที่สุด นั่นคือ การพูดคุย และหัวข้อในการสนทนาที่ช่วยให้ลูกน้องกับคุณสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น ก็ไม่มีอะไรที่ทำได้ง่ายเกินกว่าเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวหรือชีวิตส่วนตัว ลองถาพวกเขาถึงเรื่องของคู่สมรส สามี หรือภรรยา หรือลูกๆ ของพวกเขาดูว่าคนเหล่านั้นสบายดีไหม ลูกเรียนชั้นอะไร ผลการเรียนเป็นอย่างไร มีอะไรให้คุณช่วยได้บ้างไหม ?

ประเด็นเหล่านี้นับว่าเป็นกาพูดคุยแบบธรรมดาที่ช่วยให้คุณทั้งสองคนสนิทสนมกันได้ง่ายมาก เพราะเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัว การที่คุณถามลูกน้องเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวจะช่วยทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจ เมื่อได้รู้ว่าคุณให้ความห่วงใยและเอาใจใส่ครอบครัวของพวกเขาเช่นกัน แต่สิ่งที่คุณไม่ควรลืมคือ การหลีกเลี่ยงเรื่องราวหนักๆ หรือเรื่องราวเศร้าหมอง อย่างการสูญเสียญาติพี่น้อง เพราะจะเป็นการตอกย้ำให้ลูกน้องของคุณรู้สึกเศร้าขึ้นมาอีก พูดถึงสิ่งที่เขาสบายใจ ลูกน้องของคุณก็จะแจ่มใสไปทั้งวัน

***************************************************************

แหล่งอ้างอิง

ฐิติกร  แสนเจริญ.  ก้าวสู่ความสำเร็จ  เคล็ดลับหัวหน้างาน.  กรุงเทพฯ : ไพลิน,  2549.  144  หน้า.