เดิมทีเดียวตั้งใจจะไปแสดงความเห็นในบล็อกของท่านอาจารย์ แต่คิดไปอีกที ขออนุญาตเขียนบันทึกแสดงความนับถือต่อท่านอาจารย์ไว้ ณ บันทึกนี้ครับ บันทึกด้วยความเคารพ บันทึกด้วยความศรัทธา บันทึกด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจครับท่านอาจารย์

 


ต่อกรณีเหตุการณ์ผู้บริหารโรงเรียนบ้านห้วยทราย ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ ทำเรื่องขออนุญาตพา ด.ช.หม่อง ทองดี อายุ ๑๒ ปี นักเรียนชั้น ป.๔ เดินทางออกนอกพื้นที่ เพื่อเตรียมตัวไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น วันที่ ๑๙-๒๐ กันยายน ๒๕๕๒ หากแต่มีปัญหาไม่ได้รับการอนุมัติให้เดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากเป็นบุตรแรงงานต่างด้าว สัญชาติพม่า ไม่มีสัญชาติไทย ...

ผมเข้าใจว่าคนที่ติดตามข่าวสารด้านสัญชาติ คงคิดไม่แตกต่างไปจากผม
คือนึกถึงท่านอาจารย์ รศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร (อาจารย์แหวว) แทบจะโดยทันที

นอกจากภาระงานสอน งานวิจัย และสารพัดงานประชุมเพื่อขับเคลื่อนและผลักดันกฎหมาย/นโยบายด้านสัญชาติแล้ว สิ่งมหัศจรรย์ที่ท่านอาจารย์แสดงให้สังคมได้รับรู้คือ การมุ่งมั่นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยต่อการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ ผ่านสื่อ บทความ เว็บไซต์ และบล็อกของท่านอาจารย์ วันแล้ววันเล่า ซึ่งหากจะใช้คำว่าเป็นการบริการวิชาการ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เท่ากับสิ่งที่ท่านอาจารย์ดำเนินการอยู่


กรณีน้องหม่อง
ผมติดตามข่าวสารที่ท่านอาจารย์เข้าร่วมอภิปรายและโฟนอินผ่านรายการโทรทัศน์แต่เมื่อวาน ในหลายๆ สถานี  เรียกได้ว่าเมื่อวานนี้กดรีโมทโทรทัศน์ไปช่องใดเป็นต้องได้เห็นหน้าหรือได้ยินเสียงท่านอาจารย์

จนกระทั่งเกือบเที่ยงคืน ท่านอาจารย์ก็ยังไม่ยอมให้ผ่านพ้นเพื่อต่อสู้กับคำตอบที่บรรดาผู้มีอำนาจฟันธง !!! ไว้แล้วตลอดวัน  ผ่านการโฟนอินเข้ายังรายการตาสว่าง ที่เหมือนว่าพิธีกรจะพูดตัดบทอยู่โดยตลอดด้วยเหตุผลว่าเวลาหมดแล้ว แม้จะเข้าใจว่านั่นเป็นบุคลิกเฉพาะตัวของพิธีกรก็ตาม  ยอมรับว่าหงุดหงิดหัวใจแทนท่านอาจารย์  อย่างไรก็ดี น้ำเสียงของท่านอาจารย์ก็เหมือนว่าจะเริ่มล้าแล้วต่อการอธิบายความเห็นทางกฎหมายต่อกรณีดังกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า รายการแล้วรายการเล่า

เมื่อเช้าวันนี้ ระหว่างการเดินทางเพื่อเข้าร่วมสัมมนา "ขับเคลื่อนพลังชุมชน เพื่อโลกอนาคต และบทบาทมหาวิทยาลัย กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน" ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ได้เปิดวิทยุฟังคลื่น "วิทยุเนชั่น" ท่านอาจารย์ได้โฟนอิน และมีโอกาสได้เล่าอย่างละเอียดว่าตลอดวันวานต่อเนื่องจนถึงกลางคืน ท่านอาจารย์ได้รับการติดต่อจากใครบ้าง และท่านอาจารย์ได้ติดต่อประสานใครไปแล้วบ้าง และจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในวันนี้

น้ำเสียงของท่านอาจารย์เหมือนว่าจะเหนื่อยล้าเสียเต็มประดา -- ผมว่าท่านคงเหนื่อยใจเสียละมากกว่า

ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
รายแล้ว รายเล่า
ที่อาจารย์ต้องออกแรงแบบนี้

 


ต้องใช้พลังเพียงใดเพื่อให้ได้ผล ให้ได้คำตอบอย่างที่ปรากฏเช่นเมื่อบ่ายวันนี้


ภาพจาก: http://www.archanwell.org/images/head2.jpg

 

 

ยิ่งเมื่อเข้าเว็บไซต์ของมติชนสักครู่ ก็ให้ทราบว่าท่านอาจารย์เหนื่อยล้าอย่างที่ผม หรือใครๆ คิดกัน
ท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์ได้มีบันทึกถึงท่านจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์

เนื่องจาก "หนูเหนื่อยและเสียกำลังใจมากทีเดียวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องหม่อง ทองดี"

เพราะ "นึกถึงท่านอาจารย์ เพราะท่านคงเข้าใจคนทำงานด้านกฎหมายเกี่ยวกับสถานะบุคคลอย่างหนู ถ้ามาเล่าความทุกข์ใจให้ท่านฟัง ท่านคงมีมุมมองด้านวิชาชีพที่ทำให้หนูหายทุกข์ใจลงบ้าง"

และ "หนูขอประทานโทษที่มาบ่นตรงนี้ ด้วยว่า อยากได้กำลังใจในการทำงานต่อไป เลยมาขอกำลังใจจากท่านเอาดื้อๆ ค่ะ"

 

ผมอ่านจดหมายของท่านอาจารย์แหววแล้วก็อึ้งครับ
แล้วต่อมาก็น้ำตาคลอ


เดิมทีเดียวตั้งใจจะไปแสดงความเห็นในบล็อกของท่านอาจารย์
แต่คิดไปอีกที ขออนุญาตเขียนบันทึกแสดงความนับถือต่อท่านอาจารย์ไว้ ณ บันทึกนี้ครับ


บันทึกด้วยความเคารพ
บันทึกด้วยความศรัทธา
บันทึกด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจที่มีต่อท่านอาจารย์ครับ

 

 

--------------------------------------------------------------------------------- 

เรื่องเกี่ยวข้อง

๑. อ่านความเห็นทางกฎหมายของท่านอาจารย์ต่อกรณีดังกล่าว : หนังสือพิมพ์มติชน

๒. อ่านจดหมายที่ท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์มีถึงท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์

๓. บล็อกท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์

๔. เว็บไซต์ท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์

 

---------------------------------------------------------------------------------