มีปรากฏภาพสัตว์ เช่น รูปสิงห์ รูปช้าง เป็นต้น

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่ผ่านมา  เกี่ยวกับประติมากรรมนั้น  ในศิลปะทวารวดีชอบสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ๆ ทำด้วยหิน  ถ้าเล็ก ๆ จะหล่อด้วยสำริด  มีปางที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์  ปางประทับนั่งห้อยพระบาท ( เท้า )   มีการสร้างพระพิมพ์ดินเผา 

บางองค์จารึกคาถาว่า...เย  ธัมมา  เหตุ ปัพพะวา  เตสัง  เหตุง  ตะถาคะโต...ที่แปลว่าธรรมเหล่าใดมีเหตุเป็นแดนเกิด พระพุทธเจ้าทรงตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น...มีการพบธรรมจักรกับกวางมอบ  ในพุทธศตวรรษที่ 12-16 ได้จากวัดเสน่หา อ. เมือง  จ. นครปฐม 

 พบพระพุทธรูปยืนปางลีลา  พบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ในพุทธศตวรรษที่  12-16 ได้จากเมืองโบราณคูบัว  อ. เมือง  จ. ราชบุรี  มีภาพปูนปั้นคณะนักดนตรีผู้หญิง 5 คน ในพุทธศตวรรษที่ 13 ได้จากเมืองโบราณคูบัว  อ. เมือง จ. ราชบุรี 

 พบเครื่องประดับทองคำเป็นสายสร้อย ต่างหู  แหวน  ลูกปัดหินและลูกปัดแก้วสีต่าง ๆ ในพุทธศตวรรษที่ 12-16 ได้จากเมืองโบราณอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี 

ภาพรวมแล้วประติมากรรมเหล่านี้ส่วนมากเป็นศิลปะสมัยทวารวดีทำด้วยปูนปั้น  ดินเผา  ดินดิบ  บ้างเป็นภาพการเล่าเรื่องประวัติพระพุทธเจ้าหรือชาดก  และมีปรากฏภาพสัตว์ เช่น รูปสิงห์  รูปช้าง  เป็นต้น 

 งานประติมากรรมเหล่านี้สะท้อนวิถีการดำเนินชีวิตของชาวอาณาจักรทวารวดีที่มีการติดต่อสัมพันธ์กับกลุ่มชนในวัฒนธรรมอันไกลโพ้นนั้นแล.