วันนี้รู้สึกกอยากชื่นชมคนดี ๆ  ที่ยังมีอยู่ในสังคม

ใครนะบอกว่าบนท้องถนนขาดสิ้นซึ่งน้ำใจไมตรี

เจอเหตุการณ์ ไม่คาดคิด เมื่อครั้งไปทำประชาพิจารณ์ เรื่องเงินกู้ ชพค.

ที่กรุงเทพฯ

ขากลับ เดินทางจากกรุงเทพฯ กลับทับสะแก

ขณะถึงปราณบุรี

รถยนต์คู่ใจมีปํญหาไม่สามารถขับต่อไปถึงทับสะแกได้

ไม่ได้แม้แต่จะเดินหน้าไปเข้าอู่

จากเย็นจนคืบคลานเข้าช่วงกลางคืน

คิดว่าคงแย่แน่นอน กว่าจะลากรถไปเข้าอู่ได้ 

จะเดินทางกลับบ้านได้อย่างไร

ดีที่เจอผู้มีน้ำใจงดงาม 2 ท่าน  ได้เข้ามาแสดงความมีน้ำใจอย่างเปียมล้น

กุลีกุจอช่วยเป็นธุระคลี่คลายทุกอย่าง

ผู้มีน้ำใจท่านนี้มีจุดหมายจะพักที่ปราณบุรี

แต่ด้วยความมีน้ำใจ  สามารถเปลี่ยนจุดหมายไปพักที่ชุมพร

ด้วยเหตุผลเดียว คือ ให้คนที่ตกทุกข์ได้ยากในยามค่ำคืน

ได้อาศัยเดินทางกลับบ้านด้วย

ขณะอาศัยเดินทางมาด้วย  ทั้งสองมีอัธยาศัยไมตรีที่ดีมาก

พูดคุย  ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์

ประเด็นสำคัญ  การขับรถยุโรป  ต้องระวังเรื่องความร้อน โดยเฉพาะ หม้อน้ำ

เพราะรถยุโรปโดยมาก ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในเมืองหนาว 

ไม่ใช่เมืองร้อนอย่างบ้านเรา

ความฉุกละหุก  ความกังวล  ทำให้ไม่ได้คิดถึงการบันทึกภาพใด ๆ ไว้เลย

ผู้มีน้ำใจยังได้ขับรถไปส่งถึงหน้าบ้าน แม้ว่าจะห่างจากถนนใหญ่เพชรเกษม 

  พร้อมกับสิ่งเดียวที่ได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก

ถึงความมีน้ำใจงดงาม  นั่นคือนามบัตร  1  ใบ

(ครูอิงสอบถามแล้วนะคะ คุณกำพลอนุญาตให้เผยแพร่นามบัตรได้ค่ะ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งคนดีที่ร่วมด้วยช่วยกัน คือ คุณ ประลอง หงษ์ทอง) 

ขอบพระคุณจริง ๆ สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้

ขอให้ท่านทราบเถิดว่า  น้ำใจอันงดงามของท่านในครั้งนี้

ทำให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้น

ทำให้คิดว่าในสังคมไทยจริง ๆ แล้ว

คนดี ๆ คนที่เสียสละยังมีอยู่มากมาย 

เพียงแต่การทำความดีมักไม่ได้รับการป่าวประกาศ

ประชาสัมพันธ์ถึงความดีนั้น ๆ ไม่ค่อยได้รับการดูแล ส่งเสริม 

ทำให้คนดี ๆ ท้อแท้ที่จะทำความดี

ตรงกันข้ามคนทำไม่ดี มักจะได้รับการพาดหัวข่าวหน้าหนังสือพิมพ์

เป็นที่โด่งดัง  ถึงแม้จะโด่งดังในทางไม่ดี  แต่ก็ทำให้ผู้คนคิดว่า

ทำไมคนชั่วเยอะจัง  หรือคนชั่วมากกว่าคนดี