เหตุผลที่พุทธศาสนิกชนควรรักษาศีล

ศีล บางที่แปลว่า ปกติ ,สงบเย็น บางที่แปลว่าความประพฤติดีทางกายและวาจา,ข้อปฏิบัติสำหรับควบคุมกายและวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงาม,ปกติมารยาทที่ปราศจากโทษ

paint

ศีล แบ่งเป็นหลายระดับ คือ

ระดับต้น หรือศีล ๕ อันเป็นศีลที่บุคคลควรรักษาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคม

ระดับกลาง หรือศีล ๘ สำหรับอุบาสก อุบาสิกา ศีล ๑๐ สำหรับสามเณร อันเป็นศีลที่บุคคลพึงฝึกให้มีเพื่อควบคุมตนเอง

ระดับสูง คือศีล ๒๒๗ ของพระภิกษุ และศีล ๓๑๑ ของพระภิกษุณี

มาดูกันหน่อยไหมคะ ว่าศีลที่ฆราวาสอย่างเราพึงน้อมปฏิบัติ คือ ศีล ๕ และศีล ๘ มีเหตุผลอะไร ทำไมจึงควรปฏิบัติอย่างนั้น

เริ่มจากศีล ๕ ศีลเบื้องต้นนี้ เป็นพื้นฐานความสัมพันธ์ในสังคมหากเราทุกคนเคารพในสิทธิของกันและกัน สังคมก็จะสงบสุข ศีลข้อ ๑ ไม่คร่าชีวิต คือเคารพสิทธิในชีวิต และร่างกายของผู้อื่น ศีลข้อ ๒ ไม่ลักทรัพย์ คือเคารพสิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่น ศีลข้อ ๓ไม่ประพฤติผิดในกาม คือเคารพในของรักของผู้อื่น ศีลข้อ ๔ ไม่พูดปด พูดเพ้อเจ้อ พูดส่อเสียด คือเคารพสิทธิของผู้อื่นที่จะได้รับความจริง ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มของมึนเมา คือไม่เปิดโอกาสตนเองให้ขาดสติ จนล่วงล้ำสิทธิของผู้อื่น

paint

เมื่อรักษาศีล ๕ อย่างสม่ำเสมอ จิตใจก็เริ่มสงบ ลดความเห็นแก่ตัวลง แต่ถ้าเราปรารถนาจิตใจที่สงบยิ่งขึ้น ก็อาจเพิ่มการรักษาศีลขึ้นอีก ๓ ข้อ เพื่อฝึกการควบคุมอายตนะ ( ที่เชื่อมต่อ ) ทั้ง ๖ ทั้งภายใน ( สื่อเชื่อมต่อที่อยู่ในตัวคน คือ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ) และภายนอก ( สื่อเชื่อมต่อที่อยู่ภายนอกตัวคน คือ เสียง รูป กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ) นั่นคือ

ศีลข้อ ๖ ไม่ทานอาหารหลังเวลาวิกาล คือไม่ทานมากเกินไป ลดการปรนเปรอลิ้น

ศีลข้อ ๗ ไม่เที่ยวดูการละเล่น ลูบไล้ร่างกายด้วยของหอม คือควบคุม ตา หู จมูก

ศีลข้อ ๘ ไม่นอนบนที่นอนอันอ่อนนุ่ม เพื่อควบคุมกาย ไม่ให้ยึดติดกับความสบาย

เมื่อเพียรรักษาศีลเพิ่มอีก ๓ ข้อ จิตจะสงบยิ่งขึ้น ความดำริในกามจะลดลง ศีลข้อ ๓ คือพอใจแต่ในคู่ของตน ก็จะค่อยๆกลายเป็นงดเว้นไป

เมื่อควบคุมกายใจได้ดีขึ้น จิตสงบมากขึ้น ก็พร้อมจะเกิดสมาธิ อันเปิดโอกาสให้ได้ใช้ปัญญาพิจารณาธรรมเพื่อเลื่อนชั้นจิตตนมากขึ้น

จะว่าไปแล้ว การรักษาศีล ๘ ก็คือการค่อยๆลดนิวรณ์อันเหนี่ยวรั้ง ไม่ให้จิตเกิดสมาธินั่นเองค่ะ

เมื่อเราเข้าใจเหตุเบื้องหลังการรักษาศีล ก็จะรักษาอย่างเต็มใจ รักษาเพื่อประโยชน์ผู้อื่นและประโยชน์ตน เพื่อเกิดสมาธิ และใช้ปัญญาพิจารณาตัดกิเลสต่อไป

ไม่ใช่รักษาแบบสีลัพพตปรามาส คือรักษาตามๆกันไป

จนสุดท้าย รักษาศีลแทบตาย ก็ไม่เกิดปัญญาอันพาข้ามวัฏฏะไปได้

...............................................

อ้างอิง

พระอาจารย์ดุษฎี เมธังกุโร ผู้หญิงกับการปฏิบัติธรรม ธรรมสภา ๑-๔ ๕ ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ

พระธรรมกิตติวงศ์ ( ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙,ราชบัณฑิต ) พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสนา ธรรมสภา ๑/๔-๕ ถนนบรมราชชนนี ๑๑๙ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ๑๐๑๗ พิมพ์ครั้งที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๑

พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตฺโต) พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์ โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พิมพ์ครั้งที่๑๑ พ.ศ.๒๕๔๖