ชาวนาที่แพร่ตายเพราะพ่นยาฆ่าหญ้า


"เอาชีวิตเข้าแลกแบบนี้ คุ้มหรือเปล่า? ยิ่งทำมาก ก็เสี่ยงมาก แล้วใครกันนะที่รวยจากการทำของเรา?"

(พฤติกรรมการพ่นยาฆ่าหญ้าและยาคุมวัชพืชของชาวนาที่ศรีสะเกษ ไม่มีที่ท่าเกรงกลัวต่อสารพิษเลย)

*************

ที่จริงมีข่าวชาวนาเสียชีวิตเฉียบพลันด้วยพิษยาฆ่าหญ้าที่ศรีสะเกษในปีนี้หลายราย

แต่ครูวุฒิไม่มีภาพ มีเพียงข้อมูลบอกต่อกันมา(เชื่อถือได้)

เช่น เมื่อประมาณต้นๆเดือนที่ผ่านมา มีชาวนาที่ก้มหน้าก้มตาดำนารับจ้างทั้งวัน

แล้วล้มหน้าคว่ำเสียชีวิตลงในแปลงนาพร้อมๆกันถึง 2 คน

เพราะเท่ากับก้มหล้าก้มตาสูดดมเอายาฆ่าหญ้า (ที่เพิ่งฉีดก่อนนั้นไม่นาน) อยู่ทั้งวัน

ในขณะที่คนที่ทำหน้าที่ไถ ก็ยังต้องหามเข้า ร.พ.ด้วยเช่นกัน

************

ส่วนข่าวนี้เกิดที่จังหวัดแพร่

รายละเอียดข่าวไทยรัฐฉบับวันที่1กันยายน2552

ครูวุฒิอยากให้ชาวนาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้จัง

อยากให้ถามตัวเองก่อนลงมือนิดหนึ่งว่า.....

"เอาชีวิตเข้าแลกแบบนี้ คุ้มหรือเปล่า?

ยิ่งทำมาก ก็เสี่ยงมาก แล้วใครกันละที่ร่ำรวยจากการทำของเรา?"

ไม่อยากให้ทำอย่างคนขาดสติเช่นทุกวันนี้

คิดก่อนนิดหนึ่งนะครับ

****************

ปล.  (เมื่อวานช่วงก่อน 15.30 น.เล็กน้อย ครูวุฒิมีธุระต้องเข้าธนาคารแห่งหนึ่งในอำเภอขุขันธ์ เห็นคนงานของร้านขายสารพิษและปุ๋ยเคมีในตลาด เอาเงินมาเข้าบัญชีแทนเจ้านาย 700,000 กว่าบาท ด้วยความที่รู้จักกันเลยลองถามดู ได้ความว่าระยะนี้ขายได้ประมาณนี้ทุกวัน)

อย่างนี้มันน่ารวยไม๊ล่ะท่าน

**********

หมายเลขบันทึก: 293398เขียนเมื่อ 1 กันยายน 2009 18:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 21:26 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (6)
  • สวัสดีค่ะคุณครู
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์เป็นอะไรที่ยากยิ่งกว่าการให้ความรู้ใหม่อีกนะคะ แต่ถ้าไม่เริ่มเสียแต่วันนี้ก็อาจจะสายเกินไปค่ะ

สวัสดีครับคุณ P  -`๏’-..ตะวันอ้อมข้าว..-`๏’-

  • ครับ ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในเรื่องอันตรายๆแบบนี้ แต่ก็ยากสุดๆ (ไม่น่าเชื่อนะ)
  • ถ้าการณ์ยังเป็นแบบนี้ อีกปีสองปี สายแน่ครับ
  • เพราะแขกกำลังทำนาต้นทุนถูกและปลอดภัยแข่งเราแล้ว ที่พม่า เขมร และลาว ส่วนเวียตนาเขาถูกกว่าอยู่แล้ว
  • ถึงปีหน้าชาวนาตายแน่ครับ เพราะภาษีนำเข้าข้าวเข้ามาในราชอาณษจักรไทยเหลือ 0 %
  • โอละเห่...เลยล่ะครับ
  • สวัสดีครับ
  • ขอบคุณบันทึกนี้มากนะครับ
  • เป็นกำลังใจในการเขียนอีกนะครับ
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

เจริญพรคุณครูวุฒิและผู้อ่านทุกท่าน

  • เห็นพี่น้องเราฉีดยาฆ่าหญ้าแล้วนึกถึงตอนเป็นเด็กทำนาจำได้ว่า ฉีดแค่ยาฆ่าสะเอ้งสะอึกเท่านั้นนานมาแล้ว
  • ในนาน้ำกินได้ตามปลักควาย บ่อขุดตามมุมหัวคันนา หรือน้ำใต้ต้นไม้เวลาแดดร้อน ๆ ก็อร่อยมาก
  • ไปนาไม่ต้องเอาน้ำไปจากบ้านหรอก แม้แต่อาหารกลางวันก็ไปเอาที่นานั่นแหละมีเยอะแยะไปหมด กบ ปลา ปู ผังบุ้ง ตำลัง ผักแขยง ถั่วฝักยาว พริก มะเขือพวง มาเขือฝักยาว ฟักทอง กะเจี้ยบ ข้าวโพดอ่อนแกงกับพริกเกลือใส่ลูกปลา เป็นเมนูเด็ดเลยนะคุณครู
  • ไถนาน้ำน้อย ๆ มีลูกปลาหมอปลาช่อนปาลดุกวิ่งตามรอยขี้ไถจับใส่ตะแกรงมีพออยู่พอกิน เรียกว่า คนอยู่ได้ สัตว์อยู่ได้ พืชผักมีกินมีใช้พอสมควร
  • แต่ปัจจุบันไม่ต้องพูดถึงสัตว์แม้แต่คนเจ้าของนาก็จะเอาชีวิตไม่รอด น่าสงสาร น่าเห็นใจชาวบ้านมากทำไงดี ใครมีวิธีแก้ไขที่ทำแล้วคนอายุยืนยาว สิ่งแวดล้อมไม่เสียหายเสื่อมสภาพไปมากว่านี้ช่วยด้วยโดยพลันทันที.

ขอเจริญพร

คุณ P  ชยพร แอคะรัจน์

  • ขอบคุณสำหรับกำลังใจเช่นเดียวกันครับ
  • สวัสดีครับ

กราบนมัสการพนะคุณเจ้า ไม่มีรูป พระมหาแล ขำสุข(อาสโย) [IP: 118.172.139.7]

  • ครับ พระคุณเจ้าบรรยายภาพเก่าๆ และสภาพจริงของท้องทุ่งนาบ้านเราเมื่อก่อนได้ชัดเจนมากครับ
  • แต่ปัจจุบันนี้ เอาแค่เดินตามไร่ตามนาเฉยๆ ก็เสี่ยงต่อโรคภัยต่างๆมากมาย ตายกันปีละไม่น้อยเลยนะครับ
  • ที่จริงมีตัวอย่างมากมายครับในเรื่องของการเกษตรแบบยั่งยืน ทุกที่มีหลักการเดียวกันก็คือ "ใช้พลังและคุณสมบัติของธรรมชาติ" เป็นสำคัญ
  • แต่พี่น้องเกษตรกรยุคนี้ส่วนใหญ่ไม่ใคร่ใส่ใจ มุ่งใช้ทางลัด เพราะต้องเร่งรีบทำให้ได้มากๆ เพราะต้องการเงินมากๆ เนื่องจากมีหนี้สินอันเกิดจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสูงเป็นตัวเร่งเร้าสำคัญ
  • และปัจจัยสำคัญของภาวะหนี้สินของชาวบ้าน มาจากการที่สังคมไทยมีการเบียดเบียนกันและกันอย่างหนัก(ในรูปแบบต่างๆมากมาย) ยากที่ใครจะอยู่ได้โดยไม่มีเงิน
  • เลยทำแบบตายเป็นตาย(ว่ะ) อย่างที่เห็นอ่ะครับ
  • นมัสการด้วยความเคารพครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี