โดยมีเป้าหมายลดขยะให้ได้วันละ 150- 200 กก. นำมาจัดการด้วยการ "หมก หมัก
"โครงการความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาความยากจน การพัฒนาสังคมและสุขภาวะ
โดยการเชื่อมโยงข้อมูลครัวเรือนไปสู่การทำงานในทุกๆด้าน สู่การสร้างยุทธศาสตร์ กินอิ่ม นอนอุ่น หุ่นดี
จากการประชุมเพื่อระดมความคิด ในการแก้ปัญหาความยากจน การพัฒนาสังคมและสุขภาวะ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลครัวเรือนไปสู่การทำงานในทุกๆด้าน สู่การสร้างยุทธศาสตร์ กินอิ่ม นอนอุ่น หุ่นดีในเดือน มิถุนายน 2552 ได้ข้อสรุปจากเวทีประชุมจัดทำ"โครงการ การจัดการขยะในครัวเรือน"
วันนี้ทางผู้รับผิดชอบโครงการ นายวัชรา สันสาคร ได้ประชุม>ปรึกษาหารือกับองค์กรภาคี มี
>ศูนย์ประสานงานภาคีเครือข่ายองค์กรชุมชนและสกว.
>เทศบาลตำบลปากพะยูน
> กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์
>กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน
>และกองุทุนออมบุญสวัสดิการ
มีข้อตกลงร่วมกันว่า จะร่วมมือกันแก้ปัญหาขยะในเขตเทศบาลตำบลปากพะยูน โดยใช้พื้นที่ของกองทุนออมบุญสวัสดิการ เป็นสถานที่ดำเนินการ ให้พนักงานของ กลุ่มเกตรกร กับ อปพร.เป็นผู้จัดการ โดยมีเป้าหมายลดขยะให้ได้ วันละ 150 -200 กก.นำมาจัดการด้วยการ"หมก หมัก"ในส่วนของ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สกว.ได้สนับสนุนโครงการในการเก็บข้อมูลขยะในครัวเรือน ทุกกลุ่มมีทิศทางมีเป้าหมายร่วมกัน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ เพื่อนำไปสู่สุขภาวะชุมชน คือฝันที่ร่วมกัน
เทศบาลสนับสนุนเครื่องสับผัก
ผลไม้เอามาหมัก ทำน้ำหมักชีวภาพ
น้ำหมักชีวภาพ สูตร 3 ต่อ1 ต่อ10
ที่หมักไม่ได้ก็เอามาหมกทำถ่าน
เตาเผาถ่านจากสนง พลังงานพัทลุง
ปัญหาที่พบคือ ต้องแก้มลพิษของควันไฟ
เจ้าของบ้าน อปพร และเกษตรกร
จากการประชุมเพื่อระดมความคิด ในการแก้ปัญหาความยากจน การพัฒนาสังคมและสุขภาวะ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลครัวเรือนไปสู่การทำงานในทุกๆด้าน สู่การสร้างยุทธศาสตร์ กินอิ่ม นอนอุ่น หุ่นดีในเดือน มิถุนายน 2552 ได้ข้อสรุปจากเวทีประชุมจัดทำ"โครงการ การจัดการขยะในครัวเรือน"
วันนี้ทางผู้รับผิดชอบโครงการ นายวัชรา สันสาคร ได้ประชุม>ปรึกษาหารือกับองค์กรภาคี มี
>ศูนย์ประสานงานภาคีเครือข่ายองค์กรชุมชนและสกว.
>เทศบาลตำบลปากพะยูน
> กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์
>กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน
>และกองุทุนออมบุญสวัสดิการ
มีข้อตกลงร่วมกันว่า จะร่วมมือกันแก้ปัญหาขยะในเขตเทศบาลตำบลปากพะยูน โดยใช้พื้นที่ของกองทุนออมบุญสวัสดิการ เป็นสถานที่ดำเนินการ ให้พนักงานของ กลุ่มเกตรกร กับ อปพร.เป็นผู้จัดการ โดยมีเป้าหมายลดขยะให้ได้ วันละ 150 -200 กก.นำมาจัดการด้วยการ"หมก หมัก"ในส่วนของ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สกว.ได้สนับสนุนโครงการในการเก็บข้อมูลขยะในครัวเรือน ทุกกลุ่มมีทิศทางมีเป้าหมายร่วมกัน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ เพื่อนำไปสู่สุขภาวะชุมชน คือฝันที่ร่วมกัน
เทศบาลสนับสนุนเครื่องสับผัก
ผลไม้เอามาหมัก ทำน้ำหมักชีวภาพ
น้ำหมักชีวภาพ สูตร 3 ต่อ1 ต่อ10
ที่หมักไม่ได้ก็เอามาหมกทำถ่าน
เตาเผาถ่านจากสนง พลังงานพัทลุง
ปัญหาที่พบคือ ต้องแก้มลพิษของควันไฟ
เจ้าของบ้าน อปพร และเกษตรกร
ขอบคุณมากนะคะที่เล่าแผนงานดีๆให้ทราบ..ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ..และให้กำลังใจในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง..เป็นแบบอย่างแก่ชุมชนอื่นๆค่ะ
สวัสดีครับคุณ หมอเพื่อนร่วมทาง ถ้าเปลี่ยนเจตตคิกคนให้เห็นว่าขยะของเราเป็นเรื่องที่เราจัดการมัน ถ้ามอบให้เทศบาลเป็นเจ้าของขยะ ขยะก็ไม่มีวันหมด ด้วยเราคิดร่วมกันดังนี้ครับหมอ
เข้ามาเก็บเกี่ยวเรียนรู้ด้วยครับ
บันทึกได้สวย ชวนติดตาม เทคนิกเก่งกว่าไก่อีก
สอนบ้าง ทำอย่างไร
สวัสดีครับคุณ นงนาท ตอนนี้เครือข่ายลุ่มน้ำมีการประชาสัมพันธืเรื่องขยะ เรื่องทิ้งน้ำเสียลงสู่ทะเล เยาวชนต้นกล้า ทำหน้าได้ดีเยี่ยม ตามแผนการ "เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน" ชาวบ้านเห็นเด็กเก็ยขยะหน้าบ้าน ก็นั่งดูไม่ได้ต้องลงมาจัดการขยะด้วยตนเองแล้วครับ
สวัสดีครับน้องบาย อาจารย์ ชยพร
งานหนักไม่เคยฆ่าคน พ่อหลวงสุสวรรณ เควสโก แห่งวัดป่ายาง จ.นครศรี สอนไว้ตอนไปประมฝึกงาน เกษตรอินรี เกษตรธรรมชาติ จึงไม่หวั่นต่อการทำงานครับ
แล้ววันนี้ มีวาสนาได้ไปสนนาธรรมกับ พระคุณเจ้า พระมหาชัยวุธ แห่งวัดยางทอง สงขลา ได้ธรรมะได้ปัญญา ได้กำลังใจในการเรียน เป็นวาสนาจริงๆ
สวัสดีครับท่านรอง ขอบคุณครับที่มาให้กำลังใจตลอดมา ตอนนี้สนใจ เครื่องครอบครัว จะขับเคลื่อนครอบครัวตัวอย่างจากการทำบัญชีครัวเรือนแก้ปํญหาครับ
สวัสดีครับคุณประกาย ไม่ได้เทคนิคอะไรหรอกครับ พอดีตอนที่แทรกรูป มันมีแถบสีอยู่ พอกดวางมันก็ออกมาอย่างนี้ ให้ทำใหม่คงไปไม่ถุกครับ
ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมที่บ้านมาถึงจะผ่านมาทางบ้านท่านชยพรก๊ดีใจนะที่เขียนแล้วมีคนอ่าน ซึ่งยังไม่มีสาระเท่าที่ควร เพียงอยากเล่าในสิ่งที่มีประสบการณ์จริงเท่านั้น และถามกับเรื่องที่อยากรู้หลายเรื่อง ชอบปลูกต้นไม้ ปลูกเต็มไปหมด และมีความสุขที่ได้ปลูก และที่มีมากและชอบก็กล้วยไม้ รองผิดรองถูก ตายไปมากมาย แต่พอเข้าไปหาความรู้จากท่านชยพร ก็มีความรู้มาขึ้น นำความรู้ที่ได้ศึกษามาทดลอง แล้วก็ได้ผลดี ต้องขอบคุณที่ให้ความรู้คู่การปฏิบัติ
*โยธกา น่าจะอยู่บ้านสร้าง ใกล้บ้านประมาณ 30 กม. และผู้ใหญ่วิบูลย์ ที่อยู่ ฉะเชิงเทราใช่ไม๊ เคยไปศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น ตอนที่เรียนปริญญาโท เรื่องการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ได้สาระมากมายในการเขียนข้อมูล
ขอถาม หน่อยว่า เตาเผาถ่านแบบที่เห็นนะ ไม่เข้าใจวิธีการเผาเลย ศึกษาดูงานมา แต่ไม่เข้าใจ คิดว่าไม่ยาก
มีคนให้มา 1 เตา พยายามจุดไฟหน้าเตาพร้อมในเตา ซัก 1 ชม. ไฟติดข้างล่างดี แล้วฝนตก มืดพอดี(2ทุ่ม) ตอนเช้าไฟดับหมด แต่ก็มีน้ำส้มหยดเหมือนกัน ทำแบบนี้อยู่ 3 วัน ก็เหมือนเดิมอีก ตอนนี้ที่บ้านกำลังตัดต้นกระท้อนออก เพราะไม่มีคนห่อ มันสูงเกินไป และปลูกมะนาวอยู่ 10 ต้นไม่มีลูกเพราะร่มมาก ไม้ที่ตัดก็เผาถ่านได้ เศรษฐกิจพอเพียงไงล่ะ
ยากกว่าที่คิดอีก ตอนเด็กเคยเผาถ่านที่ใช้ฟางกลบ แล้วใช้น้ำดับจึงจะได้ถ่าน
ช่วยบอกขั้นตอน ที่ละเอียดหน่อยได้ไม๊
สวัสดีครับ คุณ งูเขียวหางไหม้
ใช่ครับ สวนแสงอรุณอยู่ที่บ้านสร้าง คนละฝั่งกับนครนายก มีคลองกั้นกลาง บ้านริมน้ำ ชอบไปนั่งฝัน ปั่นกวี และบ้านผู้ใหญ่ วิบูลย์ เคยเข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่ายเยาวชนครับ
ส่วนว่าเตาเผาถ่านที่เห็นในรูป วิธีการก่อไฟด้นหน้าเตา หมั่นใส่ไฟ ประมาณ 3- 4 ชั่วโมง เมื่อไฟติดถายในแล้ว ก็ราไฟ สุมเอาไว้ อีก 3- 4 ชั่วโมง หรือสังเกตควันไฟ ถ้ามี ควันสีขาว นวลลอยอ้อยอิ่ง แสดงว่าไฟติดเผาไหม้ในเตาแล้ว ก็ปิดทางควันไฟออกทุกด้าน ก็จะได้ถ่าน ที่สวยงามไม่แตกหักครับ (มันมีหลายวิธีการ แล้วแต่การสังเกต และปฎิบัติจริงครับ)