เมื่อวันที่ 7-9 สิงหาคมผู้เขียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านควนเสม็ด อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา สงขลา ตอนเดินทางไปผ่านสวนยางแบบนี้สวยมากๆๆ แต่ตอนกลับ น่ากลัวเหมือนกันนะครับ แต่คิดบวกว่าแสงและเงาสวยก็แล้วกัน (คิดปลอบใจตัวเองน่าดู ฮ่าๆๆ)
ตอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านควนเสม็ด พ่อครัวอายุประมาณ 84 ปี ในภาพคือคนกลางครับ เอาเหนียวชัก มาให้พวกเรา ผู้เขียนคิดว่าเป็นข้าวหลามธรรมดาเลยไม่ได้สนใจ

แต่พี่ครูแอนและครูอ๋อย สาธิตให้ดูตอนมาถึงที่พักแล้ว ปรากฏว่าเป็นเหนียวชัก เหมือนข้าวหลามธรรมดา แต่ตอนกินไม่ต้องผ่ากระบอกไม้ไผ่ เนื่องจากสามารถชักใบไม้ที่ห่อข้าวเหนียวออกมาได้เลย
ผู้เขียนสารภาพว่า อยู่สงขลาตั้ง 4 ปี แต่เพิ่งเคยเห็นใบยีเร็ด เป็นเพราะเป็นต้นไม้ในท้องถิ่นหรืออย่างไรไม่ทราบ ใบเหมือนพืชตระกูล ข่า เมื่อเอาไปทำเหนียวชักแล้ว ข้าวเหนียวไม่ติดใบ
ผู้เขียนได้ถามครูอ๋อย ของเราเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนชาวบ้านเดินทางออกมาจากชุมชนลำบาก เมื่อเดินทางไปไหนไกลๆก็ทำเหนียวชักกันสำหรับไปกินกลางทาง
ผู้เขียนพบว่าการเดินทาง ทำให้เกิดการเรียนรู้เรื่องต่างๆๆในชุมชนได้ดี ถ้าบ้านเราทำระบบการศึกษาให้เด็กๆๆได้ศึกษาเรื่องในท้องถิ่น เรื่องใกล้ตัว นักเรียนคงมีความสุขมากกว่าการเรียนรู้ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆๆ(ทั้งความคิดและประสบการณ์ จบออกมาแล้วก็ทำอะไรไม่เป็น แถมเจอระบบเข้ามหาวิทยาลัยแบบมหาโหดอีก…) ผู้เขียนเลยสรุปเอาเองว่า การเดินทางคือการเรียนรู้ … ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…
ขอบคุณพ่อครัวที่นำเหนียวหลามมาให้ ขอบคุณพี่ครูแอน ครูอ๋อยที่ช่วยอธิบายข้อมูล
สวัสดี ครับ อาจารย์ขจิต
บันทึกนี้ น่ารัก นะครับ
มาช่วยฉายแสง...ให้ความงามปรากฏ
ชอบมากครับ ความเป็นคนที่อารมณ์ ดี สื่อถึงตัวอักษร และภาพได้อย่างมากมายนัก
อย่างนี้ ต้องมอบรางวัลเพิ่ม อีก 1 รางวัล
รางวัลแด่คนช่างฝัน....ขอให้ฝันของอาจารย์เป็นจริงเสมอ
มาส่งยิ้มให้ ครับ
ดีจังได้รู้จักเหนียวชักจ้า อร่อยเหมือนข้าวหลามหนองมน ม้ยคะ หาในเน็ตม่ายพบเหมือนกันจ้ะ
โรงเรียนอุตรดิตถ์แวะมาชมเหนียวชักด้วยครับท่านขจิต
ที่ลับแล (อุตรดิตถ์) มีข้าวแคบ บางคนเรียกว่าปิซซ่า(ลาว)
ปัจจุบันมีหลากหลายรส สีใสๆ คนอุตรดิตถ์ชอบพกไปกินเล่น (คนไม่รู้นึกว่ากินพลาสติก)
คนถิ่นเขาจะเอาข้าวเหนียวร้อนๆพร้อมกับข้าวใส่บนข้าวแคบ และพันเป็นแท่ง (พกพาไปได้ทุกสถานที่) เจอไป 2 -3 แท่งอิ่มตื้อเลยครับ
มีหลายคนมาลับแลแล้วติดใจข้าวพันผัก (เหมือนข้าวแคบสด) แต่ใส่ผ้กนานาชนิดหรือไข่ใส่ลงบนข้าวพันผัก)
11 - 12 ธันวาคม 2552 งานครบรอบ 100 ปีโรงเรียนอุตรดิตถ์
สวัสดีค่ะ ลุงขจิต
น่าทาน หอม ๆๆๆๆเหมือนข้าวหลาม รึปล่าวค่ะ
สบายดี เน้อเจ้า
..ความสุขในการเรียนรู้เรื่องใกล้ตัวท้องถิ่นมีมากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแคบๆ(ความคิดประสพการณ์ระบบมาหาวิทยาลัยมหาโหด)..ขมวดไว้ถูกใจยายธีจริงๆ...การเรียนรู้คือการเดินทาง..(มีคำถามว่าเราจะแหกระบบนี้ได้อย่างไร..ทางเดินนั้นมีแต่ตอและเสี้ยนหนามทั้งนั้น..เดินลำบากนะ..ยิ่งแก่ๆอย่างยายธีไม่มีไม้เท้าพยุงด้วย..หงายหลังไม่เป็นท่าทุกที..อิอิ..)..เห็นข้าวหลามชื่อเรียกยากหยากกินแท้...สวัสดี..ยายธีจ้ะ
ได้ความรู้และยังน่ากินอีกด้วยค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะอ.ขจิต
เหนียวชัก อร่อยไหมคะ
(^___^)
ขอบคุณคนไม่มีราก รสมันเค็มๆๆไม่เหมือนข้าวเหนียวของเมืองกาญจน์หรือหนองมนครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมอาจารย์ค่ะ
อร่อยใช่ไหมค่ะอาจารย์ เหนียวชัก
ดูท่าก็รู้แล้วค่ะ
การเดินทางดูน่ากลัวและวังเวงนะค่ะ.....เสียว.....ใช่ไหมค่ะ
ขอบคุณค่ะที่ไปเยี่ยม...เรื่องเล่าน่ารู้ของภาคใต้เรามีมากมาย..พี่ใหญ่ได้หนังสือของชาวเลมา 2-3 เล่ม..คิดว่าสักวันคงได้ไปเยี่ยมชมนานๆ
ยกมาให้อ.ขจิตค่ะ คุณแสงแห่งความดีไปแซวไว้ในบันทึกคนไม่มีราก...
เมื่อ พฤ. 13 ส.ค. 2552 @ 16:24
1476746 [ลบ] [แจ้งลบ]
มาแหย่ อาจารย์ ผ่านบันทึก คุณคนไม่มีราก ครับ
.