น้องกัปตัน

เวรเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา เวลาประมาณบ่าย 3 โมงฉันได้รับเเจ้งจากพยาบาลห้องฉุกเฉินว่าจะมี case ใหม่ admit มา ฉันสอบถามได้ความว่าคนไข้ที่จะมาใหม่เป็นคนไข้เด็กมะเร็งที่ทีมการพยาบาล 3ง เเละฉันเคยดูแลเเละดูเเลกันมาอย่างต่อเนื่อง น้องกัปตัน นั่นเอง กับตันเป็นเด็กชายวัยเพียง 6 ขวบ ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วขณะที่กัปตันอายุได้ 3 ขวบพ่อกับเเม่พากัปตันมารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวกับเราผลการรักษาเป็นไปในทางที่ดี ให้ยาจนครบ course หมอจึงให้หยุดยา

                1 เดือนผ่านไปหลังหยุดยา ข่าวร้ายที่พ่อเเม่เด็กมะเร็งทุกคนไม่อยากได้ยินเเละไม่อยากเจอเเละพ่อเเม่กัปตันก็คงเช่นกันนั่นคือ relapse คำว่า relapse คือโรคกลับซ้ำ การรักษาจึงต้องเปลี่ยนเป็นการให้ยาที่เป็นสูตรที่เเรงขึ้นกว่าเดิม กัปตันกลับมาหาเราอีกครั้งเพื่อเริ่มให้ยาใหม่ ใช่เเล้วโรคของกัปตันมีการกลับซ้ำ  เคมีบำบัดนี่จะว่าไปก็มีข้อดีคือทำลายเซลล์มะเร็ง เเต่ความน่ากลัวของมันก็คือกดไขกระดูก นั่นคืดภูมิต้านทานของร่างกายก็ถูกกดไปด้วย

                   คราวนี้กัปตันมาด้วยไข้สูง ถ่ายเหลว มีเเผลบริเวณหลังเท้าข้างซ้าย เเม่บอกว่าจุดเริ่มต้นของเเผลเพียงเเค่มดกัดเเล้วก็เกา เเต่สุดท้ายมันลุกลาม บวมเเดงบอกให้ทราบว่าต้องมีภาวะติดเชื้ออยู่ที่แผลนี้เเน่นอน หลังจากที่รับกัปตันเข้าตึกสิ่งเเรกที่ทีมต้องรีบเร่งให้ทันการที่สุดคือการเริ่มยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยกัปตันหากรอช้าอาจมีการติดเชื้อลุกลามไปในกระเสเลือดเเละเกิดภาวะ shock ได้

                     วันต่อมาฉันเองได้รับมอบหมายให้ดูเเลกัปตันอีกครั้ง วันนี้ทราบจากน้องร่วมทีมการพยาบาลว่ากับตันอาจต้องเข้าห้องผ่าตัดเพื่อ drain หนองที่เท้าออก เเต่ปัญหามีอยู่ว่าเลือดกัปตันเเข็งตัวช้า เกลือเเร่ในร่างกายก็ยังไม่ปกติแถมยังมีภาวะซีด ต้องเเก้ไขภาวะต่างๆเหล่านี้ให้ดีก่อน ศัลยเเพทย์ขอคุยครอบครัวเพื่อให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ หลังคุยจบ ศัลยเเพทย์ท่านนี้ได้ทิ้งคำถามเพื่อให้พ่อเเม่ตัดสินใจ จะทำหรือไม่ทำดี หากเข้าห้องผ่าตัดตอนนี้เสี่ยงต่อเลือดไหลไม่หยุด เป็นอันตรายถึงชีวิต  เเต่...ถ้าไม่ผ่าเชื้อลุกลามไปที่ขาอาจต้องตัดเท้าตัดขา ฉันคุยกับพ่อเเม่ว่าให้ช่วยกันตัดสินใจว่าจะเลือกอย่างไร ส่วนตัวเองก็ตั้งคำถามว่าหากเป็นลูกเรา เเล้วเราต้องตัดสินใจเช่นนี้ เราจะรู้สึกเเละเลือกที่จะตัดสินใจอย่างไรดี

                            คำตอบที่ได้จากพ่อเเม่กับตันเป็นคำตอบที่ฉันเเอบชื่นชมพ่อกับเเม่อยู่ในใจว่า ทั้งสองคนค่อนข้างนิ่ง ไม่ตีโพยตีพาย เเล้วพ่อก็เดินไปบอกศัลยเเพทย์ด้วยตัวเอง "ตกลงผ่าก็ผ่าครับ" กัปตันถูกส่งเข้าห้องผ่าตัดเวลาประมาณ 6 โมงครึ่งเเละกลับออกมาพร้อมกับสีหน้ายิ้มเเย้มของผู้เป็นพ่อเเละเเม่เวลาประมาณ 2 ทุ่ม กัปตันปลอดภัยแล้ว ฉันถามพ่อว่า"โล่งมั๊ยคะเห็นลูกปลอดภัย"  "ที่สุดครับ" นี่คือคำตอบของคนเป็นพ่อ กัปตันเป็นเด็กน่ารัก ไม่งอเเง พูดเพราะเวลาที่กัปตันเรียกเเม่ จะเรียกว่า "เเม่น้อยครับ ตอนใด๋สิได้ไปผ่าตัดครับ " ฉันถามว่าเเม่ชื่อน้อยเหรอ เเม่บออกว่า "ไม่ใช่ค่ะ หนูเป็นเเม่น้อย  ส่วนเเม่ใหญ่คือยายอยู่บ้าน"

                ไม่นานฉันก็เห็นญาติๆ ยกขบวนมากันเป็น 10 คน ขณะที่กำลังรับกัปตันกลับมาจากห้องผ่าตัด ฉันจึงบอกว่าเยี่ยมได้อยู่นะคะ ไม่ได้ห้ามเยี่ยม เพราะรู้ว่าบริบทเเละธรรมเนียมของคนอิสานถ้าเจ็บป่วยต้องยกกันมาทั้งหมู่บ้าน ถึงเเม้จะหมดเวลาเยี่ยมเเล้วเเต่เราก็ยืดหยุ่นให้กรณีเเบบนี้ ที่สำคัญกำลังใจจากญาติๆเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คนไข้เเละผู้ดูแลรู้สึกอบอุ่นใจ

 

           กัปตัน(คนเสื้อเเดงสไปเดอร์เเมน)ในคราวที่มาร่วมกิจกรรม peer group support กลุ่มสนับสนุนผุ้ป่วยเด็กมะเร็งเเละผู้ดูแล  ซึ่งปัจจุบันเราจัดทุกเดือน เป็นกิจกรรมส่งเสริมนโยบายมิตรภาพบำบัดกิจกรรมหนึ่ง