สุขเอา ทุกข์ไม่เอา นั้นไม่มี...ถ้าไม่อยากทุกข์ ก็ต้องไม่เอาสุข กฎของธรรมชาติเป็นอย่างนั้นเอง

คุณจำได้ไหมครับ  ว่าตัวเองใช้เวลาทำใจกับการอกหักครั้งสุดท้ายนานแค่ไหน  บางคนอาจแค่หนึ่งสัปดาห์  บางคนอาจนานเป็นเดือน  บางคนอาจนานเป็นปีๆ  แต่สำหรับผม  ไม่รู้จะอีกนานสักเท่าไหร่

           ผมเป็นคนรักอิสระ  และไม่เคยคิดเรื่องแต่งงาน  ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว  ทำงาน  งาน  งาน  อยากจะไปไหนก็ไป  ไม่ต้องรอใคร  ไม่ต้องถามใคร  ดังคำพระที่ว่า

 

สุขเอา  ทุกข์ไม่เอา  นั้นไม่มี

ถ้าไม่อยากทุกข์  ก็ต้องไม่เอาสุข  กฎของธรรมชาติเป็นอย่างนั้นเอง

 

          หากไม่ได้มาพบเธอ  ผมคงใช้ชีวิตเช่นเดิม  คิดแบบเดิม  ชีวิตมีความหวัง  บอกกับแม่  ผมพบเธอแล้ว  เธอคนนั้น  คนที่ผมไม่เคยคิดฝันที่จะได้พบ  แม่ผมอดแปลกใจไม่ได้ครับ  ดังที่กล่าว  ผมไม่คิดอยากมีชีวิตครอบครัว  แต่เธอทำให้ผมเปลี่ยนใจ

          จากวันที่พบเธอผมพยายามที่จะทำความรู้จักกับเธอ  รู้จักเธอ  ให้มากกว่าที่เป็นอยู่

แต่ทำไมสิ่งที่ผมได้รับ  คือความเฉยชา  ความนิ่ง  และไม่มีการตอบสนองใดๆจากเธอคนนั้น  หรือว่าเธอมีคนรักเสียแล้ว

           เปล่าเลยครับ  เธอยังไม่มีคนรัก  และไม่เคยมีคนรักมาก่อน  ทำให้ผมกล้าพอที่จะเอ่ยถามเธอ  คำตอบที่ได้รับทำให้ผมร้าวราญใจ  คิดไม่ถึงครับกับสิ่งที่เธอบอกมา

เธอบอกว่า

 

อย่ามาเสียเวลากับเธอเลย  เพราะไม่คิดอยากมีใครทั้งนั้น  หน้าที่ต้องมาก่อน

          หากมาพูดและรู้สึกกับเธอเช่นนี้  เธอจะไม่คุยกับผมอีกเลย  และเธอก็ทำจริงๆครับความเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวของเธอ  ผมรู้ดีครับ  มันเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวให้ผมรักเธอ  แต่จนบัดนี้  เธอยังไม่คุยกับผม  แม้ในฐานะเพื่อน  นี่เองจะเรียกว่าเป็นการอกหักไหมครับ  ผมคิดว่าใช่ และยังทำใจให้รับสภาพยังไม่ได้  ผมจะทำยังไงดีครับ.