งานการเมืองนำการทหาร

๑. สถานการณ์ปัจจุบัน บทบาทผู้ก่อความไม่สงบ มีอิทธิพลสูงในการเคลื่อนไหวในชุมชนและในหมู่บ้าน  มีการขยายงานสร้างเครือข่ายอย่างกว้างขวางด้วยการปลูกฝังความคิด จัดตั้งมวลชน ฝึกอบรมสร้างความเข้มแข็งทั้งทางร่างกาย จิตใจ มียุทธวิธี มีการจัดตั้งองค์กรผู้ก่อความไม่สงบทุกระดับ เช่นแกนนำ กองกำลัง และแนวร่วมฝังตัวอยู่ในหมู่บ้านหรือชุมชน มีการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จริง  และปฏิบัติการจริงต่อเป้าหมายนอกพื้นที่แล้วหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านหรือหมู่บ้านข้างเคียง ภายหลังก่อเหตุหรือหลบหนีการจับกุมตามหมายจับ

          การแก้ไขการก่อความไม่สงบในพื้นที่ จชต. จึงเน้นที่การเอาชนะฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบที่หมู่บ้าน ซึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ งานการเมืองนำการทหาร โดยการดึงประชาชนในหมู่บ้านมาอยู่กับฝ่ายเราให้ได้ จึงจะสามารถนำอำนาจรัฐเข้าปกครองหมู่บ้านอย่างปกติสุข ทั้งนี้ การเอาชนะที่หมู่บ้านนั้น สิ่งที่ขาดไปไม่ได้คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญยิ่ง  จึงต้องมีการแบ่งเป้าหมายในการทำให้หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านมีความสงบสุขเสียก่อน ด้วยการลดอิทธิพลของผู้ก่อความไม่สงบและเพิ่มขีดความสามารถในการครอบครองพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน

๒. สถานการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3  จว.ภาคใต้ เป็นสงครามแย่งชิงประชาชน  ปัญหาที่แท้จริง คือ ตัวบุคคล ตัวองค์กร ผู้ประสงค์ร้ายได้บิดเบือนหลักคำสอนทางศาสนา เชื้อชาติ ประวัติศาสตร์ปัตตานี รวมทั้งภาษาและวัฒนธรรม จารีตประเพณี ก่อให้เกิดเงื่อนไขสงครามและได้ปลุกระดมมวลชนเพื่อแย่งชิงประชาชนเป็นพวกใช้กองกำลังที่ไม่ติดอาวุธ และที่ติดอาวุธ ก็บังคับขู่เข็ญประชาชน ไม่ให้การสนับสนุนหรือให้ความร่วมมือกับทางราชการ ให้ทำตัววางเฉยและปฏิเสธอำนาจรัฐ

 ๒.๑  ขบวนการผู้ก่อความไม่สงบ ประกอบด้วย

  • องค์กรนำในต่างประเทศ

  • กองกำลังที่หลบซ่อนฝังตัวอยู่ในหมู่บ้าน ป่าเขาใกล้เขตบ้านและตามตะเข็บชายแดน

  • แนวร่วม/แกนนำ/ผู้ปฏิบัติที่ได้รับการจัดตั้ง ทั้งในและนอกประเทศ มีจำนวน 1-2 % ของประชากรในพื้นที่เท่านั้น แต่มีอิทธิพลเหนือชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ จึงทำให้การแก้ไขปัญหาไม่สำเร็จตามที่คาดหวังไว้ เพราะชาวบ้านวางเฉยและไม่ให้ความร่วมมือ

๒.๒ ในสถานการณ์ที่ประชาชนวางเฉยไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล  พิจารณาได้ว่ารัฐบาลเพลี่ยงพล้ำในยุทธศาสตร์สงครามแย่งชิงประชาชน ไม่สามารถควบคุมประชาชนและทรัพยากร ไม่สามารถพิทักษ์ประชาชนและทรัพยากรได้ พวกขบวนการมีอำนาจมืดมากกว่ารัฐบาล

๒.๓ ผู้นำทางศาสนา เป็นผู้นำทางสังคมมักจะเป็นผู้นำตามธรรมชาติ  ผู้นำทางจิตวิญญาณและเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดในชุมชนมุสลิม ชาวไทยมุสลิมจะเชื่อผู้นำทางศาสนา โดยเฉพาะโต๊ะอิหม่าม โต๊ะครูหรืออุสตาซ คอเต็บ บิหล่าน ชาวบ้านจะไม่เชื่อคนต่างศาสนา  ไม่ว่าตำแหน่งทางการเมือง หรือทางราชการจะใหญ่หรือเล็ก นักการเมือง,นักการเมืองท้องถิ่น,แกนนำขบวนการ และผู้มีอิทธิพล ผู้มีผลประโยชน์แอบแฝง อาศัยจุดอ่อนจุดแข็งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อป้องกันตนเอง ปกป้องผลประโยชน์ ชักจูง/โน้มน้าว/หลอกล่อเข้าร่วมขบวนการ และเพื่อคะแนนเสียง

๒.๔ การปกป้องขบวนการที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การให้สาบาน ซึ่งเป็นการอาศัยแง่มุมทางศาสนาให้เกื้อกูลต่อขบวนการ นอกจากนี้การชี้แจงทำความเข้าใจโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต่างศาสนา เข้าชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อชี้แจงกรณีการบิดเบือนในเรื่องศาสนาอิสลาม จะไม่ได้รับการยอมรับเพราะถือว่าเป็นผู้นอกศาสนา

๒.๕ ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ จชต. มีความละเอียดอ่อน สลับซับซ้อน อาจนำไปสู่ปัญหาดินแดนและอาจจะโยงไปสู่ปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศมุสลิม นอกจากนี้ขบวนการการก่อการร้ายสากลจากประเทศมุสลิม ได้แทรกซึมส่งผ่านการสนับสนุนด้านการเงิน แนวคิด วิธีการและการฝึกอบรม การก่อการร้ายอยู่เนืองๆ

๒.๖ หมู่บ้านที่จัดตั้ง (ข้อมูล กอ.รมน.ภาค 4สน.)

          หมู่บ้านใน 3 จังหวัด (ยะลา,ปัตตานี,นราธิวาส)และ 4 อำเภอ (จะนะ,นาทวี,เทพา,และสะบ้าย้อย)ของจังหวัดสงขลา มีหมู่บ้าน 1,996 หมู่บ้าน แบ่งเป็น

          ๒.๖.๑ หมู่บ้านช่วงชิง หมายถึง หมู่บ้านที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบสามารถจัดโครงสร้างและองค์กรเคลื่อนไหวสมบูรณ์และมีพลังมวลชนเข้มแข็ง จำนวน 217 หมู่บ้าน

          ๒.๖.๒ หมู่บ้านป้องกัน หมายถึง หมู่บ้านที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่สามารถจัดตั้งองค์กรและวางกำลังเคลื่อนไหวก่อเหตุ ก่อความไม่สงบได้ เป็นหมู่บ้านที่จะต้องเฝ้าระวังและป้องกันมิให้ผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาเคลื่อนไหวชักจูงหรือปลุกระดมได้ มีจำนวน 1,780 หมู่บ้าน

๒.๗ ปัญหาของเจ้าหน้าที่กับหมู่บ้าน

         ๒.๗.๑ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้หลักการ "เกาะติดพื้นที่,เกาะติดมวลชน"อย่างเหนียวแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน โดยการฝังตัวในหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่สามารถแยกออกได้ว่าใครเป็นใคร (ไม่สามารถแยกมิตรแยกศัตรู)

         ๒.๗.๒ เจ้าหน้าที่ไม่ได้เกาะติดหมู่บ้าน ไม่มีความคุ้นเคยกับประชาชน มีเพียงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ.,อรบ.เท่านั้น ที่เกาะติดฝังตัวอยู่ในหมู่บ้าน แต่กองกำลังเหล่านี้ไม่มีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะต้องสู้กับกำลังติดอาวุธ RKK ของผู้ก่อความไม่สงบ ไม่กล้าดำเนินการอะไร ผู้ก่อความไม่สงบจึงเคลื่อนไหวขยายงานในหมู่บ้านได้โดยง่าย

๒.๘ ปัญหาการติดตามจับกุมผู้ก่อความไม่สงบ

         ๒.๘.๑ ผู้ก่อความไม่สงบที่แฝงตัวปะปนอยู่ในหมู่ประชาชน ไม่แสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่มิได้เกาะติดฝังตัวอยู่ในหมู่บ้าน จึงไม่สามารถจำแนกได้ว่าผู้ใดเป็นผู้บริสุทธิ์ ผู้ใดเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

        ๒.๘.๒ เจ้าหน้าที่ไม่รู้จักคนร้าย ไม่รู้จักใบหน้าแม้จะมีหมายจับที่มีชื่อจริง นามสกุลจริง มีรูปถ่าย ก็ไม่สามารถติดตามจับกุมได้ เพราะไม่รู้จักตัว

        ๒.๘.๓ การจัดชุดสะกดรอยติดตามคนร้าย ไม่สามารถทำได้ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านได้ เนื่องจากเป็นคนแปลกหน้าต่างหมู่บ้าน หรือต่างภาษาและวัฒนธรรม ประกอบกับผู้ก่อความไม่สงบมีแนวร่วมแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้าน คอยแจ้งข้อมูลข่าวสาร รายงานเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่อยู่ตลอด

๒.๙ จำแนกแกนนำ กองกำลัง และแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ (ศปก.ตร.สน.ปี 2551)

  •  สามารถพิสูจน์ทราบผู้ก่อความไม่สงบได้ จำนวน 9,536 คน

  •  ติดตามจับกุมได้    จำนวน   2,451 คน

  •  หลบหนี                  จำนวน  3,744 คน

  •  กองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ คาดว่ามี ประมาณ 3,000คน