การฝึกแต่งกลอน ฝึกแต่งบทเดียวก็พอ แต่ฃอให้คม ให้ไพเราะ ฝึกบ่อยๆ นักเรียนก็จะแต่งกลอนได้ไพเราะ

 

คำสัมผัสคล้องจอง

ฉันทลักษณ์กลอนสุภาพ

 

      ความคาดหวังบวกกับตั้งใจของครูเมื่อสอนการแต่งกลอนก็พยายามจะให้นักเรียนได้แสดงความรู้ความสามารถออกมาให้มากที่สุด  พยายามทุกอย่างที่จะยัดเยียดกฏกติกา ระเบียบทั้งหลายให้กับเด็ก  โดยลืมความแตกต่างระหว่างบุคคล   เมื่อเด็กรู้จักสัมผัสระหว่างวรรคได้  ก็อยากให้เด็กรู้จักสัมผัสระหว่างบทอีก  

 

       แต่เมื่อครูภาทิพได้มีโอกาสนำนักเรียนไปฟัง ครูกานท์  (ศิวกานท์  ปทุมสูติ)  ช่วงหนึ่งท่านกล่าวว่า  การฝึกแต่งกลอน  ฝึกแต่งบทเดียวก็พอ  แต่ให้คม  ให้ไพเราะ  ฝึกบ่อยๆ  นักเรียนก็จะแต่งกลอนได้ไพเราะ    ครูภาทิพได้คิดและเห็นด้วย  จึงนำมาเตือนสติและทดลองใช้  จริงสินะ ถ้าเด็กแต่งให้เชี่ยวเพียงหนึ่งบท  โดยเข้มงวดตั้งแต่ระดับวรรคกันเลย  วรรคหนึ่งต้องพลิ้วก่อน  ไม่พลิ้วไม่ผ่านไปวรรคสอง  วรรคสองต้องพลิ้วจึงไปวรรคสาม และวรรคสี่ตามลำดับ

 

       เด็กจะแต่งกลอนพลิ้วได้นั้น  อย่าไปสอนเด็กให้หาคำครั้งละ เจ็ด แปด หรือเก้าคำ  แต่ให้เขานึกหาคำตามเสียงที่อ่านกลอนคือ  สามคำ/สองคำ/สามคำ     ย้ำตลอดเวลา  สามคำ/สองคำ/สามคำ   หรือสามคำ/สามคำ/สามคำ

 

      สามคำแรกคืออะไร  แล้วคล้องจองกับอีก สองคำ (หรือสามคำ)  สองคำแล้วอะไร  ต้องคล้องจองกับอีกสามคำ กลอนของเด็กก็จะมีสัมผัสในที่ไพเราะ  

 

       จะแต่งกลอน/อ้อนคำ/ให้ฉ่ำชื่น

    ลีลาลื่น/เสนาะเสียง/เพียงพิณขาน

    ใครอ่านซึ้ง/ถึงรส/แห่งบทกานท์/ 

    ทุกดวงมาลย์/เอิบอิ่ม/ยิ้มอบอวล

            สำหรับเสียงวรรณยุกต์  แน่นอนว่าต้องมีการแก้ไขให้กับนักเรียนตลอดการตรวจ โดยให้เขาแต่งให้ครบหนึ่งบทก่อนแล้วจึงนำมาส่งครู  ครูตรวจเสียงวรรณยุกต์ว่าถูกต้องตามประเพณีนิยมหรือไม่   วรรคหนึ่ง ลงเสียงอะไรก็ได้ไม่ว่ากัน    ลงท้ายวรรคสอง ขอเสียง เอก โท จัตวา   บางครั้งนักเรียนลงเสียงมาตรีก็อนุโลมหน่อย  หากไม่เหมาะครูก็เขียนคำที่เสียงเหล่านั้นลงในกระดาษ  ให้นักเรียนนำไปเลือกเสียงเอาเอง เช่น  หล้า  พรรษา  มหา  ศาสนา     เสียงวรรคสามและสี่  พยายามให้เขาหาเสียงสามัญหรือตรีมาให้ได้   ครูเน้นย้ำเรื่องของคำตาย(เป็นการทบทวนเรื่องคำเป็นคำตายให้กับนักเรียนอีกครั้ง) ไม่จำเป็นอย่าเพิ่งริใช้เพราะนักเรียนจะหาคำมาลงยาก 

 

            ที่สำคัญที่สุดที่ต้องย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าคือ  หากครูต้องการตรวจสอบผลการสอน  และต้องการผลงานที่แท้จริงของนักเรียน  จงอย่าได้ให้นักเรียนแต่งกลอนเป็นการบ้าน  และอย่านำหัวข้อที่เขาแต่งกันทั่วไปมาให้เด็กแต่ง ควรจะ

 

  • ๑. นำเนื้อหาที่เป็นเหตุการณ์ขณะนั้นมาให้นักเรียนอ่าน แล้วนำไปแต่งเป็นกลอน เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับวันสำคัญทางศาสนา หรือเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันไขหวัด ๒๐๐๙ 

 

  • ๒. ให้คะแนนตามสภาพจริง แม้นักเรียนแต่งได้เพียง ๑ วรรค ก็ให้คะแนนไปก่อน อย่างน้อย ๑ คะแนนและบอกกับนักเรียนว่านี่คือต้นทุน  เมื่อนักเรียนสามารถพัฒนาได้ ๒ วรรคก็เพิ่มคะแนนให้เป็น ๒ คะแนน นักเรียนก็จะมีฐานคะแนนเพิ่มเป็น ๒ คะแนน  วันต่อมาค่อยบอกหัวข้อใหม่ให้กับนักเรียนกลุ่มนี้ได้แต่งในช่วงที่เขาทำงานเสร็จในคาบ กรณีที่เด็กแต่งได้ ๑ บทแต่ไม่ไพเราะ ให้คะแนนไว้ก่อน แล้ววันต่อมาแนะแนวทางในการแก้ไขกลอน ให้เขาปรับผลงานชิ้นเดิมให้ไพเราะขึ้น และให้คะแนนเพิ่มขึ้น (ครูเก็บผลงานทันทีที่หมดเวลา)

 

 

    สำหรับตัวอย่างต่อไปนี้เป็นผลงานที่ครูตรวจอย่างรีบๆ ในห้องเรียนก่อน  แล้วจึงให้นักเรียนโพสท์ (อาจจะยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง) ซึ่งนักเรียนทั้ง ๓ ห้อง ต่างได้เนื้อหาเดียวกัน   แต่จะเห็นว่ากลอนไม่เหมือนกัน  คุณครูสามารถให้

นักเรียนได้มีโอกาสนำเสนอผลงานผ่านบล็อกได้ โดยการสมัครสมาชิกในบล็อกนี้ http://learners.in.th/home  แล้วให้นักเรียนสมัครสมาชิก  คุณครูสั่งงาน  โดยกำหนดให้แสดงความคิดเห็น  และผู้แสดงความคิดเห็นต้องสมัครเป็นสมาชิกเท่านั้น     เด็กๆ ก็จะมีผลงานเก็บไว้ดูก้าวพัฒนาของพวกเขา  คุณครูก็จะมีผลงานนักเรียนเก็บไว้ชื่นชมและเป็นสื่อตัวอย่างแก่นักเรียนรุ่นต่อๆไป

 

   อาสาฬหบูชามีมานาน             ในสมัยพุทธกาลดำรงอยู่

ทรงแสดงแถลงธรรมให้ผู้รู้            เพื่อเดินคู่กับหลักธรรมที่ดี

    เป็นวันแรกที่สาวกนั้นบังเกิด      ผู้เลอเลิศเปล่งด้วยรัศมี

พระอัญญาหนึ่งในปัญจวัคคีย์         ภิกษุดีงดงามนามโกณฑัญญะ

 

                   ด.ช. ธนาธร ปลื้มสงค์  ม.2/4 เลขที่  6

 

วันอาสาฬหบูชานี้สำคัญ
นั้นเป็นวันที่มีก่อนเข้าพรรษา

สิบห้าค่ำเดื่อนเเปดเราควรมา

ทำคุณค่าที่วัดใกล้บ้านเรา

เลขที่ 44 ห้องม.2/5

 

 

     อันวันอาสาฬหบูชานี้  

เป็นวันที่รัตนตรัยครบองค์สาม

ให้ชาวพุทธเป็นสุขในทุกยาม  

เหมือนสิ่งงามส่องสว่างกลางใจตน

ด.ญ.รุ่งตะวัน   เผือกผล  เลขที่44  ม.2/6

คลิกชมผลงานนักเรียน >> http://learners.in.th/blog/bhatips/276102?page=3

ความดีงามใดๆ ของบันทึกนี้ขอมอบเป็นเครื่องบูชาพระคุณของคุณพ่อคุณแม่และครูบาอาจารย์