ทำงานให้มีความสุข

                     สวัสดีครับ  เมื่อวันจันทร์(13 กค)ที่ผ่านมา สำนักงานจังหวัดยะลา จัดให้มีการบรรยายพิเศษ การทำงานสไตล์ "คนสำราญ  งานสำเร็จ "เป็นการบริหารการจัดการภาครัฐ และเยาวชนวัยใส..จุดหมายที่ปลายฝัน โดยได้เชิญวิทยากรพิเศษ พันเอกนายแพทย์พงษ์ศักดิ์  ตั้งวัฒนา วิทยากร  นักท็อคโชว์ ค่าตัววันละเหยียบแสน ที่ม.ราชภัฏยะลา

ในช่วงเช้าจะบรรยายให้ข้าราชการ จากทุกหน่วยงาน จำนวน 1,000 คน ตามสไตล์ คนสำราญ งานสำเร็จ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดหลักว่าการทำงานต่างๆจะให้ประสบความสำเร็จได้..คนทำงานนั้นต้องมีความสุขด้วย ทั้งก่อนและหลังการทำงาน เป็นนโยบายหนึ่งของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา (นายธีระ มินทราศักดิ์)จึงเป็นเหตุให้มีการจัดบรรยายพิเศษโดยวิทยาการชื่อดัง ขึ้นในวันนี้

ในช่วงบ่ายได้ให้นักเรีนนักศึกษา จากสถาบันการศึกษาต่างๆได้มาฟังการบรรยายในหัวข้อเยาวชนวัยใส ..จุดหมายที่ปลายฝัน(ช่วงบ่ายไม่ได้อยู่ฟัง.เป็นรอบนักเรียนนักศึกษา)เป็นการปลุกจิตสำนึกของน้องๆนักเรียนนักศึกษาจากภาพสไลด์ที่ท่านเอามาแยให้ดูท่าพูดเรืองคุณธรรม เรื่องบุญคุณแม่ท่านสามารถพูดให้ผูฟังร้องให้อย่างลืมตัว นั้นแสดงว่าในสันดานของมนุษย์ทุกตนล้วนมีสำนึกดีอยู่เค็มเปี่ยม....เพียงแต่ว่าพวกเขาถูกละเลย..ไม่มีคนอบรมสั่งสอน หรือสอนแล้วไม่ถูกที่ถูกเวลาท่านบอกว่าท่านพูดสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนได้เป็นจำนวนมาก...การที่มาทำบทบาทหน้ที่ตรงนี้....น่าจะดีกว่า

ท่านพันเอกนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ได้เล่าประวัติการทำงานของท่าน จากการเป็นหมอ เป็นผอ รพ และเปลี่ยนตัวเองมาเป็น วิทยากรในปัจจุบัน มีแรงบรรดาลใจหลายอย่าง  เหมือนเป็นชะตาลิขิต ท่านบอกว่าท่านเชื่อเรื่องกรรม  ท่านบอกว่าคนเราการที่จะทีชีวิตอยู่ไม่ใข่เรื่องยาก..เพียงแต่ให้รู้จักตัวเอง รู้จักคิด รู้จักบริหาร ใช่จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ความจำเป็นอยู่การกิน การใช้ รู้จักวางแผน สิ่งไหนจำเป็น สิ่งไหนก่อนหลัง ต้องรู้ฐานะตนเอง อย่างไปเปรียบเทียบหรือเอาอย่างคนอืน...... ความสุขก็เช่นเดียวกัน ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน ความสุขอยูที่ตัวเรา อยู่ทีใจเรา ความพอเพียง ความพอดี ไม่โลภ ไม่หลง ก็เป็นสุขได้  ความรัก ความอบอุ่นของคนในครอบครัวเป็นเรื่องที่สำคัญ  ก่อนจะไปให้คนอื่นก็ควรให้ตนในครอบตรัวได้รับก่อนและที่สำคัญอีกอย่างคือการทำหน้าที่ มนุษย์หรือคนๆหนึ่งมีหน้าที่มากมาย เป็นพ่อ เป็นตา เป็นปู่ เป็นครู เป็นอะไรอีกเยอะมาก..ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ก็เป็นพอ

ในการทำงานก็เช่นกัน อย่าไปตัดสินว่าคนนั้นถูก คนนี้ผิด และที่สำคัญอย่าเอาเรื่องของคนอื่นมาเป็นเรื่องของตัวเองซึ่งนั้นหมายถึงความทุกข์ที่จะมาสุมในตัวเรา ....การทำงานอย่าไปกะเวลา ต้องแปดโมงครึ่ง-สี่โมงเย็น ทำไปตามงาน อย่างเอาค่าตอบแทนเป็นที่ตั้ง ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วง ก่อนกำหนดยิ่งดี.... แล้วผลตอบแทนจะตามมาไม่ช้าก็เร็ว..แน่นอน  **ในข้อหลังนี้ผมการันตีครับเป็นผลจริง ผมทำงานไม่เคยเกี่ยงออกพื้นที่ไม่เคยอ้างว่าอันตราย ทำงานล่วงเวลา ไม่เคยคิด(มาก)เรื่องเงินเรื่องขั้น     แต่เมื่อถึงคราวต้องใข้เงินจะมีเงินอื่นๆเข้ามาเสมอ ไม่ต้องทำให้ขัดข้องหมองใจ (กู้หนี้ยืมสิน)เช่น โบนัส ค่าเสี่ยงภัย ปันผลสหกรณ์ และอีกอย่างแปลกมากคือผมขอคืนภาษี 2900บาท แต่เขากลับส่งมาให้ผม 3800 บาท.ผมเข้าใจเอาเองว่าทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นผลตอบแทนจาการทำงานที่ไม่เลือก(08.30-4.30 น.)

มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านพูดคุยล้วนเป็นข้อคิดที่เป็นประโยชน์และเป็นความจริงที่ท่านประสบมาด้วยตนเอง เทคนิคลีลาการบรรยายของท่าน มีลูกล่อลูกชน มีการยกตัวอย่าง ประกอบโดยเฉพาะเรื่อง บาป-บุญ ความกตัญญู  ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี...นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของคนยะลา  สวัสดีครับ