ฆ่ากิเลสไม่ได้ จึงต้องจ่ายค่าโง่

 

          เรื่องของความสวยงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน คงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่อยากสวย อยากหุ่นดี  อยากหน้าสวย  อยากผิวขาวสวย 

        ปกติครูอิงไม่ค่อยได้สนใจเรื่องสวย ๆ งาม ๆ ของตัวเองมากนัก  ไม่ชอบใช้เครื่องสำอาง เพราะตัวเองเคยแพ้เครื่องสำอางมาก่อน ไม่ชอบแต่งหน้าเข้ม  มักแต่งหน้าอ่อน ๆ เพื่อไม่ให้ดูโทรมจนเกินไป  ประกอบกับผิวหน้าก็ไม่มีปัญหา ไม่มีสิว  ไม่มีฝ้า  แต่มาระยะหลัง 2-3 ปีที่ผ่านมา อายุมากขึ้น  ผิวหน้าเริ่มเป็นกระ  มีจุดด่างดำ จึงคิดที่จะดูแลหน้าตาตัวเองอย่างจริงจังมากขึ้น

แต่เป็นประเภท รสนิยมสูง  รายได้ต่ำ  ดัดจริต  เครื่องสำอางราคาถูก ๆ ก็ใช้ไม่ได้

        วันหนึ่งน้องก้อยข้างบ้าน ชวนไปซื้อเสื้อผ้าที่ร้านดังแห่งหนึ่ง  ครูอิงชอบไปกับน้องคนนี้ เพราะน้องเขาตัวอ้วนใหญ่ หน้าตาไม่ค่อยสวย  เวลาเราเดินกับเขาเราก็จะดูตัวเล็กลง และดูสวยขึ้น อิ..อิ..อิ...แต่ถ้าเราเดินกับคนสวย ๆ เราก็จะดูเป็นคนขึ้เหร่  ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า  เทคนิคครูอิงใครเอาไปใช้ก็ได้นะคะ

        วันนั้นครูอิงได้เสื้อมา 2 ตัว  ก่อนออกจากร้าน  คนขายก็นำอาหารเสริม (เค้าเรียกกัน) มาขาย  มีทั้งประเภทกินแล้วลบรอยเหี่ยวย่น  ลดความอ้วน  และครีมหน้าเด้ง  ครูอิงไม่ได้สนใจเรื่องครีมหน้าเด้งนัก  แต่ก็สนใจเรื่องลดความอ้วน ด้วยเหตุว่า วันที่ 16 ก.ค.นี้ ครูอิงจะไปงานรับปริญญาของหลานสาว ที่ศิลปกรนครปฐม คนขายก็มีเทคนิคการนำเสนอที่แยบยลมากโดยยกตัวอย่างคนที่ใช้แล้วได้ผล ซึ่งล้วนแต่ระดับไฮโซทั้งนั้น     

        เรื่องครีมหน้าเด้ง  คนขายบอกว่าเป็นสมุนไพร  ผสมน้ำนมจมูกข้าว  อะไรประมาณนี้ครูอิงก็จำไม่ค่อยได้ สรุปว่า น้องก้อยที่ไปด้วยตกลงใจซื้อ 1 ชุด 3 กระปุกเล็ก  ราคา 400 บาท

       ส่วนยาลดความอ้วนนั้นมี 2 อย่าง  อย่างที่เป็นขวด บรรจุ 60 แคปซูล  และเป็นแผง แผงละ 10 แคปซูล เป็นขวดราคาขวดละ 350 บาท  ได้ผลช้า  ถ้าจะให้ได้ผลเร็วต้องกินแบบที่เป็นแผง เม็ดละ 25 บาท  แผงละ 250 บาท  คนขายบอกว่า แบบแผงตอนนี้เหลือแค่ 10 เม็ด

พอดีมีน้องหุ่นอ้วนอีกคนหนึ่งหน้าตายังเด็ก ๆ อยู่เลย เดินเข้ามาในร้าน ให้ความสนใจเรื่องยาลดความอ้วน ตัดสินใจซื้อไปทั้ง 10 เม็ด  แม้ว่าน้องก้อยจะขอแบ่งสัก 5 เม็ด น้องคนนั้นก็ไม่ยอม

        สรุปว่าน้องก้อยได้ทั้งครีมหน้าเด้ง  ยาลดความอ้วน และยาลบรอยเหี่ยวย่น ส่วนครูอิงได้เสื้อสวย 2 ตัว  และกางเกงขาสั้นอีก 1 ตัว

        เมื่อถึงบ้านครูอิงก็บอกน้องก้อยว่า ให้เอาครีมหน้าเด้งมาลองที่ข้อมือก่อน อย่างเพิ่งทาที่หน้า น้องก้อยก็ยืนยันว่า ไม่เป็นไรหรอกพี่อิง  ก้อยไม่เคยแพ้เครื่องสำอาง ครูอิงไม่ยอมจึงเอามาลองทาที่แขนตัวเอง 1 คืนผ่านไป  ตื่นมาตอนเช้าปรากฏผล  ครูอิงแพ้อย่างมากเหมือนโดนไฟลวก  (ดูภาพประกอบ) ปวดแสบปวดร้อน น่ากลัวมาก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าทาหน้าแล้วจะเป็นอย่างไร

         

        ส่วนยาลดความอ้วน  ครูอิงขอน้องก้อยมา 6 เม็ด เพราะอยากลอง ลองกินก่อนอาหารเช้า 2 เม็ด  ก่อนอาหารเย็น 2 เม็ด  ซาบซึ้งในสรรพคุณเลยค่ะ วันนั้นครูอิงไม่ได้ทานอะไรเลย ดื่มน้ำทั้งวัน  และขยันไปจนถึงกลางคืน  คืนนั้นครูอิงอยู่ใน บ้านโก ทู โนว์ จนถึงตี 2 ไม่หิว ไม่ง่วง  โอ้โห...เชื่อแล้วว่าทำไมถึงลดได้  และเชื่อแล้วว่าทำไมเขาถึงน้อคกัน ถึงขั้นหลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น กันตั้งหลายราย วันรุ่งขึ้นครูอิงมีอาการหงุดหงิด  จนลูก ๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เลย น้องต้นน้ำถามว่าวันนี้แม่เป็นอะไร  จึงเล่าให้ลูกฟัง  และตกลงทิ้งยา  อีก 2 เม็ดที่เหลือ และสัญญากับลูกว่าไม่เอาอีกแล้ว

        น้องก้อยโชคดีที่หน้าไม่พัง แต่ครูโชคร้ายที่ใช้แขนตัวเองเป็นหนูทดลองยา ตอนนี้ยังไม่หายเลยค่ะ  แล้วจะเป็นแผลเป็นมั้ยเนี่ย  ที่รู้ ๆ ตอนนี้ทั้งปวดทั้งคันเลยหละ  นี่แหละน้า เขาเรียกว่า ฆ่ากิเลสไม่ได้ จึงต้องจ่ายค่าโง่  เฮ้อ....โง่  พอ  ๆ กัน 

         ส่วนยาลบรอยเหี่ยวย่นครูอิงไม่ได้ทดลอง  ก็เพราะคิดว่าสังขารเป็นไปตามกาล  หย่อน ๆ ยาน ๆ ก็ชักมันเถอะ  เก็บเงินไว้ให้ลูกกินขนมดีกว่า  ถึงอย่างไรก็จงภูมิใจเถอะว่า มีอยู่ส่วนหนึ่งของร่างกายแหละ ที่ยิ่งแก่ยิ่งตึง ก็หูตึงไงหล่ะคะ  จบข่าวแล้วค่ะ