เมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมาบ้านหลังเล็กข้างโรงเรียนมีผู้หญิงป่วยด้วยติดเชื้อ HIV ร่างกายซูบผอม บางทีก็ร้องครวญครางเป็นระยะ ๆ ส่วนสามีได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ด้วยสาเหตุเดียวกัน ต่อมาไม่นานเธอได้เสียชีวิตลง ทิ้งลูกชาย ๑ คนให้อาศัยอยู่กับตายายที่ยากจนไม่มีรายได้อะไรเลย
นอกจากนี้ ในปัจจุบันลูก ๆ ของยายที่ไปทำงานส่งหลาน ๆ มาให้ยายเลี้ยงอีก ๓ คน เล็ก ๆ และส่งเงินมาให้ตาและยายไม่มากนัก มีขาดมีเกินอยู่ประจำ ฉันได้ย้ายมาอยู่อาคารใกล้บ้านยาย ทำให้ได้คุยกับยายบ่อยขึ้น บางวันยายก็เดินมาคุยที่ห้องเรียน ยายมีน้ำใจกับฉันมาก เมื่อมีผักที่ยายปลูกเองยายจะนำมาฝาก ยายเล่าว่ายายเป็นห่วงหลานชายที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่ ส่วนหลานคนอื่น ๆ เขามีพ่อแม่ ยายขอให้ฉันช่วยอบรมหลานชายของยายให้เป็นคนดี ได้ร่ำเรียนพอเป็นที่พึ่งของตนเองได้
ปัจจุบันหลานชายของยายอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ถ้าหากได้รับการดูแล อบรมสั่งสอน น่าจะเป็นผู้มีอนาคต เพราะหลานชายของยายเป็นเด็กที่มีสติปัญญาดี แต่ยายไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนเพราะต้องดูแลเด็กน้อย ๆ หลานของยายอีก ๓ คน แต่ฉันก็มีการบ้านจากยายและหลานยายกลับบ้านทุกวัน
รายต่อมาคือเด็กหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ พ่อและแม่เสียชีวิตทั้งคู่ เดิมฉันเคยเห็นเด็กหญิงอยู่ที่โรงเรียนนี้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ และ ๕ แล้วลาออกไปอยู่กับยายที่บ้านนอก ต่างอำเภอ และปีนี้ย้ายกลับมาเข้าเรียนใหม่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ รูปร่างผ่ายผอมมาก
จากการไปเยี่ยมบ้านทำให้ทราบว่าเด็กหญิงคนนี้ พ่อและแม่เสียชีวิตด้วยการติดเชื้อ HIV เช่นกัน เมื่อเธออายุได้ ๕ ขวบ พ่อได้เสียก่อนและต่อมาแม่เสียตามไปด้วย ก่อนที่แม่จะเสียได้ฝากเด็กหญิงคนนี้ไว้กับเพื่อนที่ทำงานโรงงานด้วยกัน
เพื่อนของแม่ จึงนำเด็กหญิงมาอยู่ในครอบครัว กับลูกชายหญิงของเธอรวมเป็น ๓ คน และเลี้ยงดูเด็กหญิงเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง คุณตาและคุณยาย (เพื่อนของแม่) รักและเอ็นดูเด็กหญิงคนนี้ด้วย
เมื่อเด็กหญิงกำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ คุณยายซึ่งเป็นแม่ของแม่จริง มารับตัวเด็กหญิงให้ไปอยู่ด้วยที่ต่างอำเภอ เด็กหญิงได้รับความลำบากมากกว่า จึงหนีกลับมาหาเพื่อนของแม่และกลับมาเรียนที่โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ตามเดิม
นับเป็นชีวิต...ที่สับสนของเด็ก ปัจจุบันเด็กหญิงอาศัยอยู่กับครอบครัวเพื่อนของแม่ โดยไม่ใช่ลูกหรือหลานตามเลือดเนื้อเชื้อไข ทุกเรื่องเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของเด็กเมื่อครูรับรู้ ไม่มีครูคนไหนปฏิเสธไม่ช่วยเหลือเป็นไปได้น้อย ไม่มั่นใจว่าน้องเล็ก ๆ ที่ฉันไม่ได้สอนจะพบปัญหาอะไรอีกบ้าง วันพรุ่งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยน กิจกรรมเยี่ยมบ้านกันทั้งโรงเรียน ไม่ทราบว่าจะเจอการบ้านโจทย์ปัญหาอีกมากมายแค่ไหน ต้องเต็มใจสู้รับ

เด็กที่ต้องรับกรรมที่ไม่ได้ก่อแบบนี้ มีมาก และจะมากขึ้นตามวัน เวลาที่เชื้อโรคนี้ฟักตัว ยังดีที่ตัวเด็กไม่ได้รับเชื้อมาด้วย แต่ถึงอย่างนี้ก็ยังมีสายตาแปลกๆมองพวกเขาอยู่อีกด้วย
เศร้าจังค่ะพี่คิม เป็นกำลังใจให้เด็กน้อยนะคะ
อ่านหลายรอบครับ ครูคิมเขียนได้ดี มีสาระครับ
สวัสดีค่ะ คุณครูคิม ... เราน่าจะมีกฏหมายมาควบคุม คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกแล้วไม่เลี้ยงดู แบบนี้นะค่ะ
น่าสงสารเด็กที่เกิดมาแล้วต้องมารับอะไรทำนองนี้ค่ะ ... คำพูดเล็กน้อยคงช่วยอะไรเด็กได้ไม่มากหนัก แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ค่ะ ชีวิตต้องสู้
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
หนุ่ย
สวัสดีครับ ครูคิม
สวัสดีค่ะน้องครู ป.1
สวัสดีค่ะน้องกุ้ง สุธีรา
สวัสดีค่ะท่าน. - ประสิทธิ์ - หนูกุ้ง
ครูผู้สอนนี่ งานหนักจริงๆนะครับ ทุกรูปแบบ
เป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีค่ะน้องนุ้ย NuiErnik
สวัสดีค่ะน้องบาว คนทำGIS
สวัสดีค่ะท่านรองฯ small man
"กรรม" อีกบันทึกสำหรับวันนี้นะครับ อิ อิ ;)
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
สงสารชีวิตของหลายๆคนที่เกิดมาบนโลกนี้จังเลย
ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง...
เด็กๆที่ป่วยที่ตึกก็คงมีชะตาชีวิต...เช่นนี้ค่ะ
บางคนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่...ตัวเองต้องมาป่วยเป็นมะเร็งกระดูกทั้งที่อายุยังน้อย...
เราต้องช่วยกันเยียวยาหัวใจเด็กๆนะคะครูคิม...
สู้ๆน๊ะครับ เป็นกำลังใจให้ทั้งเด็กและคุณครูครับ
^^
สวัสดีครับ
@ สะท้อนชีวิตจริงในสังคมได้เป็นอย่างดี
@ ขอเป็นกำลังใจให้ "วิทยสัมพันธ์" ทุกคนครับ
แวะมาเป็นกำลังใจให้เด็กน้อยตาดำดำนะคะ..เธอสับสนในชีวิต..พี่คิมคงเป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจนั้นนะคะ...
สวัสดีค่ะอาจารย์Wasawat Deemarn
สวัสดีค่ะท่าน เกษตรยะลา