คนนครสวรรค์มักจะเรียกวันพระที่สำคัญๆเช่นวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา ฯลฯ ว่าเป็นวันพระใหญ่

วันนี้เป็นวันพระใหญ่อีกวันหนึ่ง คนนครสวรรค์มักจะเรียกวันพระที่สำคัญๆเช่นวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา ฯลฯ ว่าเป็นวันพระใหญ่วันนี้มีโอกาสพาลูกชายและสามีไปทำบุญที่วัดนครสวรรค์ ไปซื้อาหารที่ร้านค้าในวัดจัดจำหน่าย ซึ่งสะดวกดี แต่มีข้อเสียคือ แม่ค้าส่วนใหญ่จะใช้กล่องโฟมเป็นภาชนะในการใส่อาหารทั้งอาหารแบบแห้งและอาหารแบบน้ำ ตอนซื้อก็นึกในใจว่าต้องบอกพี่กรุณา งานสิ่งแวดล้อมของศูนย์ฯเพื่อมาแนะนะวัดและแม่ค้า ซื้อาหารคาวหวานเสร็จเราก็เดินกันขึ้นบนศาลา อ้อ. ก่อนออกจากบ้านเราบอกลูกว่าอย่าใส่รองเท้าดีๆไปวัด ให้ใส่รองเท้าฟองน้ำ ลูกถามว่าทำไม เราก็บอกว่าเดี๋ยวมันจะหายไปนะซิ ลูกยังทำหน้าไม่เชื่อ แล้วพูดว่า ไปทำบุญนี่นะยังโขมยกันอีกเหรอ เราก็เลยบอกแม่มีประสบการณ์ตรงมาแล้ว พอเอาของที่ซื้อจัดใส่จานของวัดเรียบร้อย เราก็อธิษฐานถวายอาหารแล้วส่งให้ลูกเอาไปวางไว้เพื่อให้พระฉัน วันนี้ลูกๆนัดกับเพื่อนๆหลายคนมาทำบุญ เราสังเกตดูว่าบนศาลาก็มีวัยรุ่นประมาณ ระดับมัธยมต้นถึงมัธยมปลายมาทำบุญเหมือนกันแต่ไม่มากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ที่ดูวัยรุ่นขึ้นมาอีกหน่อยก็ประมาณ 20 กว่าค่อนข้างเยอะทั้งหญิงและชาย บางคนเป็นผู้ชายไว้ผมทรงแปลกๆย้อมสีหลายสีก็ยังเข้าวัด เขาเรียกว่าอย่าดูแต่รูปลักษณ์ภายนอก  ในใจเราก็คิด เออ..เห็นแล้วค่อยยังชั่ว ใครว่าวัยรุ่นไม่เข้าวัด นั่งสักพักพระก็พูดว่าให้ระวังรองเท้า กระเป๋าสตางค์ มือถือ ในวัดถึงแม้มีคนดีอยุ่มากแต่ก็มีคนไม่ดีปนมาด้วย จึงต้องให้ระวังแล้วท่านก็เปรียบมาว่า เหมือนพระพุทธองค์ที่ทำนายไว้ว่า ต่อไปน้ำริมบ่อจะใส นำกลางบ่อจะขุ่น ซึ่งในความจริงแล้วธรรมชาติน้ำกลางบ่อต้องใสน้ำริมบ่อต้องขุ่นเพราะบรรดาสัตว์น้อยใหญ่จะมาดื่มน้ำทำให้น้ำขุ่นง่าย ตรงนี้พระท่านไม่ได้แปลความหมายให้ฟัง เรานั่งสักพักพระยังไม่ได้ขึ้นศาลา บรรดาเพื่อนๆลูกมากัน ยกมือไหว้แม่ครับ ป๊าครับสวัสดี เราก็รับไหว้ เด็กๆก็นั่งคุยกันเบาๆ เราต้องออกจากศาลาเพราะสามีติดภาระกิจถูกตามไปดูคนไข้ เลยต้องออกมา ลูกอยู่กับเพื่อนบนศาลาต่อ สามีบอกว่าเวลาฟังพระเทศน์ก็ให้ฟังว่าพระเขาสอนอะไรบ้าง จะได้เอามาทำตามนะลูกให้ตั้งใจกันนะ  วันนี้เดินออกจากวัดถึงแม้ยังไม่ได้ฟังธรรมก็รู้สึกว่าสุขใจจริงๆ