ช่วงนี้ชีวิตขับเคี่ยวกับอะไรหลายอย่าง ผมกำลังควบคุม หรือบริหารจัดการกับชีวิตตัวเองอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่พึงกระทำได้ มันเหมือนเดินมาถึงมุมโค้งในเส้นทางอันแคบเล็กสักแห่ง เสร็จแล้วก็จำต้องชะลอหยุด-เพ่งดู เพื่อครุ่นคิดสู่การตัดสินใจว่าจะเลือกก้าวไปในทิศทางใด
ผมกำลังรู้สึกอยากปลีกตัวไปอยู่ในที่ไหนสักแห่ง ไปในที่ๆ เงียบสงัด ไม่มีทีวี ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เป็นที่ไหนสักแห่งที่ช่วยให้ตัวเองได้นอนหลับอย่างแนบสนิท ตื่นมาก็ได้ยินเสียงนกร้องผสมผสานกับเสียงของธรรมชาติอันอ่อนละมุน และนั่นก็รวมความถึงการได้นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสืออย่างสบายๆ ...เขียนหนังสือบ้าง ...และพูดคุยหยอกเอินกับคนของความรักอย่างที่ควรจะเป็น
ครับ,โลกหมุนไปทุกวัน หากแต่หมุนไปอย่างเงียบๆ จนผมเองแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าการหมุนไปของโลกนั้น ได้นำพาหลายเรื่องราวเปลี่ยนเลยไปพร้อมกันอย่างเงียบๆ ...ครั้นตื่นรู้อีกที ก็อดที่จะรำพึงรำพันกับตัวเองไม่ได้ว่า “ไปอยู่ที่ไหนมาหนอเรา !”
...
ผมยังมีอะไรให้คิดอยู่อย่างมากมาย ซึ่งนั่นหมายถึงการคิดวางระบบชีวิตและการงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากำลังแบกรับอะไรจนแทบกระอักเป็นเลือด แต่ห้วงภาวะเช่นนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บางสิ่งบางอย่างเคลื่อนหายไปจากชีวิตอย่างน่าหยิก
หากแม้นมีเวลาเพียงสักนิด ผมมักจะพาตัวเองไปท่องเล่นอยู่ในร้านหนังสือเสมอ และทุกครั้งก็จะกลับมาพร้อมกับหนังสือจำนวนหนึ่งที่กำลังทุนพอซื้อหามาได้
ผมเป็นเช่นนั้นแหละ ชอบหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ ชอบและรักราวกับหนังสือเป็น “หญิงสาว” ที่มากด้วยเสน่ห์ ผ่านตาก็ต้องใจอดที่จะขยับเข้าใกล้เพื่อเรียนรู้และพบพานไม่ได้
วันนั้น- ตรงกับวันที่ 22 มิถุนายน 2552 ... ผมพาตัวเองเข้าไปซุกกายเล่นอยู่ในร้านหนังสือกลางตัวเมืองมหาสารคาม ผมใช้เวลาอยู่ในร้านหนังสือไม่นานนัก เพราะดูเหมือนว่าในร้านเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนเกินไป (ในความรู้สึกของผมนะ) ผมจึงตัดสินใจหยิบจับหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา พร้อมกับเดินไปชำระเงินกับพนักงานอย่างไม่อิดออด
หนังสือที่ว่านั้นมีชื่อว่า “ศาสตร์แห่งความสุข” เขียนโดยคุณวันรวี รุ่งแสง ...

ผมสนใจหนังสือเล่มนี้ เพราะชื่นชอบปกหนังสือเป็นพิเศษ –ครับ, มันก็เหมือนคนตกหลุมรักทั้งที่ยังไม่เอ่ยปากฝากทักกันสักคำนั่นแหละ ... อีกทั้งหลืบลึกของใจนั้น ก็คงกำลังคว้าหา “ทางเลือก” และ “ทางออก” ให้กับชีวิตอยู่ด้วยก็เป็นได้
เอาเข้าจริง หนังสือเล่มนี้ก้แทบไม่ถูกพลิกอ่านเลยก็ว่าได้ เพราะผมยังไม่ “นิ่ง” พอที่จะอ่านอะไรได้เลยนั่นแหละ ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงวางแน่นิ่งอยู่ในรถยนต์ต่อเนื่องมาหลายวัน หลายคืน
กระทั่ง คืนที่ผ่านมา ขณะที่นั่งชมวิวทิศทัศน์อยู่ในมุมหนึ่งของตัวเมือง ทีมงานท่านหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมากลางวงเสวนาว่า “มีรูปน้องดินปรากฏอยู่ไหนหนังสือที่ผมซื้อมา” ...
คำบอกเล่าดังกล่าว ทำเอาผมงงและอึ้งเงียบไปสักพัก ก่อนที่จะเอ่ยย้อนกลับไปว่า “จริงเหรอ...ไม่ใช่มั้ง” ...
“ใช่, ก็เล่มที่พี่ซื้อมานั่นแหละ ผมยังเข้าใจว่าพี่ซื้อหนังสือเล่มนั้น เพราะมีรูปน้องดินเลยด้วยซ้ำไป”
“เปล่า, ซื้อเพราะชอบ เห็นว่าปกสวยดี ชื่อเรื่องก็ชวนอ่าน แต่ก็ยังไม่ได้อ่าน และไม่รู้จริงๆ ว่าหนังสือเล่มนั้นมีรูปน้องดินอยู่ในนั้น...”
“จริงๆ ..มีจริงๆ ..ไม่เชื่อพี่ลองกลับไปเปิดดูก็ได้”

ภาพที่ปรากฏในหนังสือ ..
ครับ พอกลับขึ้นรถก็ช่วยกันสาละวนค้นหาว่าหนังสือที่ว่านั้นซุกกายหลบเร้นอยู่ในมุมใดของรถยนต์คู่ชีพของผม แต่ที่สุดแล้วก็หาไม่เจอ กระนั้นก็ยังเชื่อว่าเพื่อนชีวิตของผมคงหยิบไปอ่าน หรือไม่ก็หยิบไปจัดวางไว้ในที่ๆ เป็นระบบระเบียบมากกว่านี้นั่นแหละ
กระทั่งรุ่งเช้า ...ผมถึงได้เอ่ยถามเพื่อนชีวิตว่าเห็นหนังสือเล่มนั้นหรือไม่ ซึ่งเธอไม่ตอบ หากแต่หยิบหนังสือเล่มนั้นส่งให้กับผมอย่างเฉยๆ ชาๆ ...
และเมื่อพลิกผ่านไปยังหน้าต่างๆ เพียงไม่นานนัก ก็ปรากฏรูปน้องดินในสถานะการเป็นสามเณรที่กำลังนั่งอ่านหนังสือโชว์หราเต็มแผ่นอย่างสดใส ...
ครับ, ถึงแม้หนังสือเล่มนั้น จะไม่ใช่งานเขียนของผม แต่ผมก็หลอกตัวเองไม่ได้ว่า ผมรู้สึกอิ่มสุขราวกับผมเขียนหนังสือเล่มนั้นด้วยตนเอง ...
ขอบคุณหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้วันนั้นผมมีโอกาสได้หยิบจับหนังสือเล่มนี้มาอย่างไม่ลังเล
ขอบคุณโกทูโนที่เป็นพื้นที่แห่งการบันทึกเรื่องราวของผมและคนของความรัก จนก่อเกิดการหยิบจับไปขยายผลต่อไปในอีกมิติหนึ่ง
และที่สำคัญ ขอบคุณผู้เขียนที่เปิดพื้นที่ให้น้องดินได้เป็นส่วนหนึ่งในหนังสือเล่มนั้น
เล่มที่มีชื่อว่า ““ศาสตร์แห่งความสุข” ....
ส่วนหนึ่งของหนังสือ
การรับที่งดงาม
คือการรับด้วยหัวใจเป็นสุข
การรับที่งดงาม
คือการรับความสุข
อันเกิดจากการให้
(การรับ)
สงสัยคราวหน้ามีคนพาน้องดินไปเป็นพระเอกหนัง โดยคุณพ่อไม่รู้ตัวแน่ๆ เลยครับอาจารย์ ระวังตัวไว้นะครับคุณพ่อที่มีลูกน่าตาดี ฮิฮิ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่
สบายดีนะค่ะ ภาพน้องดินที่ปรากฎไว้ในหนังสือ คือความสุขที่น้องเลือกเองด้วยใช้ไหมละค่ะ
เหมาะสมกับชื่อหนังสือมากค่ะ "ศาสตร์แห่งความสุข"
สี่คงต้องไปหาภาพและหนังสือของหลานชายมาเก็บไว้แล้วละค่ะ (เห่อหลาน)
สวัสดี ครับ คุณ แผ่นดิน
ความลับของชีวิตที่ไม่มีใครสอน....
ทำให้รู้สึก อยากสัมผัส ตัวอักษรเหล่านั้น จัง ครับ
ขอบพระคุณ มาก ครับ ที่ แนะนำ
คุณแผ่นดินค่ะ
ชื่นชม กับสิ่งที่กำลังทำ สิ่งที่คุณแผ่นดินให้ กับสังคม
เหมาะสมแล้วด้วยประการทั้งปวง เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ภาพนี้งามมากๆ และเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็กๆ ด้วยค่ะ
เห็นแล้วอิ่มอุ่น และประทับใจ ขอบคุณค่ะ
ภาพออกมางามมากเลยค่ะ
เป็นภาพความสุขของเห็นที่ได้ชื่นชม
ขอบคุณน่ะค่ะพี่แผ่นดิน
อ่านบันทึกนี้ก็มีความสุขแล้วโดยไม่ต้องใช้ศาสตร์ใดๆครับ
สวัสดีค่ะพี่
สบายดีนะค่ะ ภาพน้องดินที่ปรากฎไว้ในหนังสือ คือความสุขที่น้องเลือกเองด้วยใช้ไหมละค่ะ
เหมาะสมกับชื่อหนังสือมากค่ะ "ศาสตร์แห่งความสุข"
สี่คงต้องไปหาภาพและหนังสือของหลานชายมาเก็บไว้แล้วละค่ะ (เห่อหลาน)
การรับที่งดงาม
คือการรับด้วยหัวใจเป็นสุข
การรับที่งดงาม
คือการรับความสุข
อันเกิดจากการให้
เป็นศาสตร์แห่งความสุข
ที่ไม่ต้องการคำอธิบายใดๆอีก...
ขอบคุณภาพน้องดิน
ที่ทำให้หัวใจ ใครหลายคน
ยิ้มออกมาได้ด้วยความเอ็นดูค่ะ...
ตามมาดูน้องดินครับ...ผลผลิตจากการบันทึกเรื่องราวบนวิถีแห่งความดีครับ
ภาพคมชัดมากคะ บอกอะไรหลายๆอย่างให้เราได้รับรู้คะ
อยากอ่าน มีขายทั่วไปไหมคะ
สวัสดีครับพี่แผ่นดิน
ความสุขแบบเฉียบพลันจริงๆเลยนะครับ ผมรู้สึกได้ ^_^
แต่ไม่ถึงครึ่งที่พี่รู้สึกแน่นอนครับ การได้เห็นภาพน้องดินแทรกอยู่ในหนังสือที่คุณพ่อหยิบมา เหมือนลอยเข้ามือด้วยความต้องชะตากันและกัน ^^
ขอบคุณผู้เขียนด้วยอีกคนนะครับ ได้คุยกันรึยังเอ่ย? ;)
แวะมาอ่านยามเช้าคะ
สวัสดีคะอาจารย์พนัส
ภาพน้องดินตอนบวชสามเณร พี่ชอบทุกภาพนะคะ แววตา หน้าตามีความสุขและพร้อมรับส่งดี ๆ เสมอนะคะ ยิงภาพนี้แสดงออถึงความสุขอย่างแท้จริง น้องดินเห็นภาพตัวเองแล้วคิดอย่างไรคะ
สวัสดีค่ะ
***เคยชมว่าพ่อน้องดินถ่ายภาพเก่ง.... คราวนี้ชัดเลย
*** แต่น้องดิน...เขาก็มีความน่ารัก..ใสๆ...ในตัวเขาอยู่
*** คุณแผ่นดินก็ใจกว้างคิดบวกเสมอและเป็นสุขที่ผลงานของตนปรากฎในงานคนอื่น...บางคนอาจไม่คิดเช่นนั้น
*** โชคดีที่ได้รู้จักคุณ
It is miracle and great, ka.
{I cannot use Thai keyboard, please}
นานๆทีมาติดตามความสุขของครอบครัวและเยี่ยมหลานดินค่ะ น่ารักมาก..
สวัสดีครับ.... อ.จารุวัจน์ شافعى
ปีนี้ น้องดินบอกว่าจะบวชเณรอีกรอบ, ..และบวชก่อนการบรรพชาภาคฤดูร้อนเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ปิดเทอมก็บวชเลย ...เพราะเจ้าตัวบอกว่าจะได้เป็น "เณรพี่เลี้ยง"
ผมก้ได้แต่ตอบไปว่า "ได้..."
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ครูคิม