มนุษย์เราก็จะมีความต้องการให้สิ่งดีๆ มากมายเกิดขึ้นในชีวิตทั้งโดยตรง คือ อยากได้เงินก็สู้งานอาบเหงื่อต่างน้ำแทบล้มประดาตาย อยากมีความรู้ก็สู้เรียนหนังสือหนักหนาสาหัสจนแทบล้มป่วย อยากมีอำนาจก็สู้ลงแรงเล่นการเมือง และอื่นๆ โดยอ้อม ก็คือ โดยการทำบุญสุนทาน แล้วก็ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

          มนุษย์ทุกคนต่างก็ความปรารถนาจะมีชีวิตที่สวยงาม  อุดมด้วยความสุข  และความสำเร็จ  ดูเหมือนว่า  ความปรารถนาดังกล่าวมานี้  จะเป็นความต้องการ  พื้นฐานของมนุษย์ทั่วโลก แม้ทุกคนจะปรารถนาในสิ่งเดียวกัน ทว่ากลับไม่ได้รับสิ่งเดียวกันทั้งหมด  เพราะมีคนจำนวนมากที่

         ปรารถนาความสุข            แต่กลับได้รับ        ความทุกข์

         ปรารถนาความรัก            แต่กลับได้รับ        ความเกลียด

         ปรารถนาความมั่งคั่ง        แต่กลับได้รับ        ความยากจน

         ปรารถนาเกียรติยศ          แต่กลับได้รับ        ความอัปยศ

         ปรารถนาความสูงส่ง        แต่กลับได้รับ        ความต่ำต้อย

         ปรารถนาบริวาร               แต่กลับได้รับ        ความเดียวดาย

         ปรารถนาบุญกุศล            แต่กลับได้รับ        บาปกรรม

          ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่สะท้อนว่า  ความปรารถนาเหล่านี้ เป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ก็คือ  ธรรมเนียมการให้พรของพระในพุทธศาสนา  หรือของนักบวชศาสนาอื่นๆ  ที่แม้จะเป็นนักบวชที่ศาสนาต่างกัน  แต่ก็จะมีธรรมเนียมการให้พรที่มีสาระสำคัญเหมือนกัน นั่นคือ เมื่อมีผู้มาทำบุญ พระก็มักจะให้พรเป็นการตอบแทนอยู่เสมอไป พรสามัญที่พระขอให้เกิดแก่คนทั่วไปก็คือ  

               อายุ              ขอให้            ยืนยาว

               วรรณะ          ขอให้            ผ่องใส

               สุขะ              ขอให้            สุขกาย-สุขใจ 

               พละ              ขอให้            แข็งแรง-ปราศจากโรคาพยาธิ

         น่าสังเกตว่า  มนุษย์เราก็จะมีความต้องการให้สิ่งดีๆ  มากมายเกิดขึ้นในชีวิตทั้งโดยตรง  คือ อยากได้เงินก็สู้งานอาบเหงื่อต่างน้ำแทบล้มประดาตาย  อยากมีความรู้ก็สู้เรียนหนังสือหนักหนาสาหัสจนแทบล้มป่วย  อยากมีอำนาจก็สู้ลงแรงเล่นการเมือง  และอื่นๆ โดยอ้อม  ก็คือ  โดยการทำบุญสุนทาน แล้วก็ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

           แต่ถึงกระนั้น  ก็มีคนเพียง  ‘ส่วนน้อย’ เท่านั้น ที่มี‘ความหวัง’  แล้ว ‘สมหวัง’ อย่างที่ประสงค์ เคล็ดลับของการประสบความสุข ความสำเร็จและมีชีวิตที่ดีงามตามที่ประสงค์จำนงหมายอยู่ตรงไหน?

         ตอบอย่างสั้นที่สุดตามทัศนะของพระพุทธศาสนา  (พระพุทธศาสนาในทัศนะของผู้เขียน)  ชีวิตที่ดีงามล่ำเลิศ  สมปรารถนา  ขึ้นอยู่กับเคล็ดลับเพียงประการเดียวนั้นก็คือ  ‘ธรรมะ’

        คนที่มีความปรารถนาแล้วมีโอกาสสมปรารถนา ก็คือคนรู้จักธรรมะ  ปฏิบัติธรรมะ  และมีธรรมะ 

                ขอเพียงรู้ว่า           อะไรคือธรรมะ

                ขอเพียง                ปฏิบัติธรรมะ

                ขอเพียง                มีธรรมะ

             ธรรมะ คือ เคล็ดลับแห่งความสมหวังของมนุษย์ชาติ 
             ธรรมะ คือ
ศูนย์กลางของสิ่งอันพึงประสงค์ที่มนุษย์ต้องการ  มีก็แต่เพียงคนที่มีธรรมะสถิตอยู่ในเรือนใจเท่านั้น  สิ่งดีๆ จึงจะเกิดขึ้นมาในชีวิตอย่างพร้อมพรั่งดังประสงค์
  

***********************

 

         คนที่อยากมีเงิน              ถ้ามีธรรมะ       ไม่ช้าจะมีเงิน

         คนที่อยากมีเกียรติยศ     ถ้ามีธรรมะ        ไม่ช้าจะมีเกียรติยศ

         คนที่อยากมีอำนาจ         ถ้ามีธรรมะ        ไม่ช้าจะมีอำนาจ

         คนที่อยากมียศ              ถ้ามีธรรมะ        ไม่ช้าจะมียศ

         คนที่อยากมีความสุข       ถ้ามีธรรมะ        ไม่ช้าจะมีความสุข

              

-      ธรรมะ เป็น ‘ศูนย์กลาง’ ของความสุข ความสำเร็จ   ความดีงาม  บรรดามีในโลกทั้งหมด

-      รู้ธรรมะ ปฏิบัติธรรมะมะ  และมีธรรมะ  รู้-ปฏิบัติ-มี-ธรรมะ คำสั้นๆ แสนเรียบง่ายเพียงแค่สี่คำนี้  สร้างปาฏิหารย์ให้ผู้คนมาแล้วมากมาย  หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากให้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้นมาในชีวิต  ลองให้ธรรมะเป็นเข็มทิศในการคิด พูด ทำ ดำเนินการทุกอย่างแล้วคุณจะรู้แจ้งแก่ตัวเองว่า‘ที่ใดมีธรรมะ ที่นั้นมีความสุข’เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยแต่อย่างใด