บันทีกนี้ได้ปรับปรุงแก้ไขเรียบเรียงใหม่หลังจากที่ได้นำเสนอไปแล้วมีผู้อ่านที่มีประสบการณ์ในการทำน้ำมันมะพร้าวได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลายท่าน
กระบวนการในทำน้ำมันมะพร้าวสูตรเย็นจากการลองผิดลองถูก+ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
๑ เตรียมน้ำกะทิ จากภาพกะทิ+หางเล็กน้อย จำนวน๔ กก. เหยือกสำหรับรินน้ำกะทิ
ขวดน้ำดื่ม สำหรับในกะทิ (ง่ายต่อการเก็บน้ำมัน)
๒. นำกะทิบรรจุลงขวด
๓. ทิ้งไว้ ๒๐-๓๐ ชั่วโมง อาจจะ ๒๔ ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ห้ามไปแตะต้องเขย่า อย่าบรรจุกะทิให้เต็มเพราะเมื่อตั้งทิ้งไว้ในขวดจะมีก๊าซ
๔. ยี่สิบสี่ชั่วโมงผ่านไป เกิดการแยกส่วนให้เห็นอย่างชัดเจน ควรจะแยกส่วนใสเหมือนภาพล่าง
น้ำสีขุ่นขาวล่างสุดคือน้ำที่เป็นส่วนหางกะทิ
แป้งสีขาวชั้นถัดไปคือกากกะทิผสมน้ำมัน
สีขาวใสคือน้ำมัน(สิ่งที่ต้องการ)
แป้งสีขาวชั้นบนสุดคือกากกะทิผสมน้ำมัน
(บางครั้งชั้นบนสุดเป็นน้ำมัน คือมี 3 ชั้น น้ำ กะทิ และน้ำมัน ครูภาทิพ ยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นตัวทำให้เป็นเช่นนั้น)
๕. เตรียมเก็บน้ำมันออกจากขวดโดยใช้ใบมีดตัดแล้วต่อด้วยกรรไกร โดย นำกรรไกรสอดเข้าไปตัดขวดด้านบนออกดังภาพ
๖. ตักกากกะทิออก หรือเปิดหน้า ให้ส่วนน้ำมันโผล่ขึ้นมา ดังภาพ
3. ใช้ช้อนตักน้ำมันใสภาชนะที่เตรียมไว้ เมื่อน้ำมันลดลงไปก็ใช้กรรไกรตัดขอบขวดลงไปเรื่อยๆและก็ใช้ช้อนตักต่อดังภาพ
๗. กากกะทิที่เป็นครีมขาวจะมีส่วนผสมของน้ำ น้ำมันปะปนอยู่ นำไปนึ่งประมาณ ๑๐ นาที ก็จะได้น้ำมันใสอีกส่วนหนึ่งซึ่งไม่มากนัก หรือนำไปเจียวในกะทะ จะได้น้ำมันมะพร้าวสูตรร้อนนำมาหมักผม หรือรักษาสุนัขขี้เรื้อน

๘. ส่วนน้ำมันมะพร้าว ที่ได้ยังมีความขุ่นมีส่วนปะปนของกะทิและน้ำ หากพักนำเข้าตู้เย็น ๑ ชั่วโมง แล้วมาพักทิ้งไว้อีก ๑๒ ชั่วโมง จะมีการตกตะกอนและน้ำมันใสขึ้น
๙. ทำน้ำมันมะพร้าวที่ได้ให้มีอายุในการใช้งานที่นาน ไม่เหม็นบูด หรือมีกลิ่นหืน
คือทำให้น้ำที่ปะปนอยู้ในน้ำมันหมดไปมีวิธีการ ๒ วิธีคือ
๙.๑ นำน้ำมันไปนึ่ง ๑๐ นาที พักทิ้งไว้ให้เย็นแล้วจึงบรรจุขวด
๙.๒ นำน้ำมันใส่กระทะหรือหม้อ ตั้งไฟอ่อน คนเบาๆ ให้ฟองอากาศ หรือฟองน้ำระเหยไป
ก็จะได้น้ำมันมะพร้าวทำเอง สวยเอง ตามปรารถนา
จากภาพบน ผลผลิตจากกะทิ ๔ กก. ครูภาทิพเคยซื้อมาขวดละ ๒๓๐ บาท ในครั้งนี้ครูภาทิพ ลงทุน ๙๖ บาท ได้น้ำมันมะพร้าวประมาณ ๓๐๐ บาท สำหรับขวดบรรจุ ครูภาทิพซื้อข้างบ้านขวดละ ๑๕ บาท (ก็สนุกดีสำหรับคนที่มีเวลาว่าง)
ที่มาของบันทึกนี้
เพียงเพราะได้ยินเขาคุยกันในงานศพ เรื่องทำน้ำมันมะพร้าว วันนี้ได้เท่านั้นซีซี หอมมาก ดีมาก จึงสอบถามเรื่องราว เขาก็เล่าให้ฟังว่าทำน้ำมันมะพร้าวสูตรเย็นใช้กัน ตอนนี้เหล่าแม่บ้านในชุมชนต่างๆ นิยมทำใช้กันมากมีสรรพคุณต่างๆนาๆ ลองคลิกที่นี่ อ่านสรรพคุณน้ำมันมะพร้าว ครูภาทิพทดลองทำจากที่ฟังมาพอรู้เรื่อง ทดลองสำเร็จโดยบังเอิญ 1 ครั้ง ล้มเหลวด้วยความเข้าใจผิดและรู้มาก 4 ครั้ง สุดท้ายจึงถึงบางอ้อ! ก็เลยอยากจะบอกต่อ สำหรับคนที่ชอบการทำสิ่งต่างๆใช้เอง และมีปัญหาเรื่องผิวหนังเหมือนครูภาทิพ
ภาพเก่าในบันทึกครั้งแรก
น้องโอเน็ต สุนัขขี้เรื้อนทดลอง การใช้น้ำมันมะพร้าวน้องโอเน็ตสุนัขในโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ทดลองใช้ไปแล้ว 2 ครั้ง ประมาณ 2 สัปดาห์
น้องโอเน็ตหาย แต่พอทิ้งช่วงไป มันก็กลับมาเป็นอีก ต้องใช้บ่อยๆ
ขอบคุณค่ะที่นำมาเผยแพร่..อีกวิธีหนึ่งคือ เมื่อดื่มน้ำมะพร้าวเผาแล้ว นำเนื้อมะพร้าวจากะลา มาแปะที่ผิวหน้า หรือตามแขน มือ ขา เท้า.. น้ำมันและฮอร์โมนในเนื้อมะพร้าว จะสร้างความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังทันตาเห็นจริงๆค่ะ..เดี๋ยวนี้เลิกใช้ครีมแล้ว.....
ขอบคุณมากค่ะ ครูภาทิพเองตอนนี้เลิกใช้ครีมกันแดด และครีมรักษาริมฝีปาก มาใช้น้ำมันมะพร้าวแทน การใช้กับริมฝีปากจะเห็นผลเร็วมาก ตื่นเช้ามาปากจะอิ่มตึงไม่เหี่ยวย่น และสีไม่คล้ำ มหัศจรรย์จริงๆค่ะ
ครูอะไรเก่งไปเสียทุกอย่าง
ภาษาไทยก็นำทางอย่างสร้างสรรค์
น้ำมันมะพร้าวสูตรเย็นมากำนัล
ครูคนนั้นคือครู"ภา"น่าชื่นชม
สวัสดีค่ะ ครูภาทิพ
สวัสดีค่ะ คุณครูภาทิพ
ถ้าเราซื้อกะทิคั้นสำเร็จมาจากตลาด หัว+หาง 1 กิโลกรัม คุณครูได้น้ำมันมะพร้าวใสๆ ประมาณกี่ขีดคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ผอ. บวร ขอโทษค่ะ หลงลืม บันทึกนี้ไปหลายวันเพิ่งมาเห็น
เท่าที่รู้รู้ผิวเผินเหลือเกินค่ะ
รู้ลึกน่ะเปล่าเลยขอเอ่ยอ้าง
เรียนแล้วทิ้งสู่สิ่งใหม่ตามรายทาง
คือรู้อย่างเช่น"เป็ด"ไม่เด็ดเลย
สวัสดีค่ะ noktalay ยินดีกับเจ้าสองตัวด้วยค่ะที่กำลังจะมีขนนุ่มสวยค่ะ ตอนนี้น้องโอเน็ตขนสวยมากค่ะ ว่าจะลงอีกครั้ง พวกครูๆค้อนกันใหญ่ว่าครูภาทิพลงทุนทำVergin OIL ให้โอเน็ต
สวัสดีค่ะ คุณนีนานันท์ ครูภาทิพ ไม่ได้ตวงค่ะ
ปริมาณมากน้อยนี้ขึ้นอยู่กับ
สวัสดีค่ะ ครูภาทิพ
วันนี้มีเวลา กำลังจะลองทำดูค่ะ อิอิ
น้ำมันในขวดแก้ว ที่เมื่อตั้งทิ้งไว้จะใสแจ๋ว
1. เป็นน้ำมันที่สามารถทานได้โดยไม่ต้องอุ่นร้อนใช่ไหมคะ และถ้าเรานำมาผัดผัก ผ่านความร้อน จะเสียคุณค่าไหมคะ... กำลังคิดว่าจะลวกผัก แล้วนำมาคลุกน้ำมันมะพร้าวสัก 1 ช้อน ตอนที่ผักลวกยังร้อนๆ แบบอุ่นๆ ปกติ จะใส่น้ำมันพืชทั่วๆ ไป ที่ผักลวกค่ะ...
2. การเก็บน้ำมันในขวดแก้ว ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นใช่ไหมคะ
3. จะมีการเหม็นหืนไหมคะ
4. กากกะทิ เอามาหมักผมแบบดิบๆ ยังไม่เคี่ยวเป็นสูตรร้อนได้ไหมคะ
5. สนใจกากกะทิ ที่เคี่ยวเป็นสูตรร้อน ที่มาทาให้โอเน็ต ต้องทาทิ้งไว้นานไหมคะ ก่อนใช้แชมพูอาบน้ำให้โอเน็ต แล้วกากกะทิ ต้องใช้หมดในคราวเดียว หรือ เก็บไว้ใช้หลายๆ ครั้งได้คะ ปล. ต้องเก็บในตู้เย็นไหมคะ ถามซะละเอียดเลย... อิอิ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
สวัสดีค่ะ ยินดีถ่ายทอดเรื่องราวค่ะ ครูภาทิพสนุกทุกครั้งที่ได้ทำน้ำมันมะพร้าว แบบว่ามันมีลุ้นค่ะ แต่ช่วงหลังนี้ชัวร์ไม่ต้องลุ้นเหมือนช่วงที่ลองผิดลองถูกตามประสาคนใจร้อน ทำใช้ไม่ทันก็โฆษณาแจกพี่ๆเขาไปทั่ว (เขาใช้เปล่าก็ไม่ทราบ) สะสมและเลือกบรรจุภัณฑ์อีกต่างหาก
1. เป็นน้ำมันที่สามารถทานได้โดยไม่ต้องอุ่นร้อนใช่ไหมคะ และถ้าเรานำมาผัดผัก ผ่านความร้อน จะเสียคุณค่าไหมคะ... กำลังคิดว่าจะลวกผัก แล้วนำมาคลุกน้ำมันมะพร้าวสัก 1 ช้อน ตอนที่ผักลวกยังร้อนๆ แบบอุ่นๆ ปกติ จะใส่น้ำมันพืชทั่วๆ ไป ที่ผักลวกค่ะ...
ตอบทานได้ค่ะ ตามงานวิจัยกล่าวว่าคุณค่าเท่ากับน้ำมันมะกอกจากนอกเชียวค่ะ รสชาติหอมคล้ายน้ำมะพร้าวหรือมะพร้าวกะทิค่ะ รสชาติดีกว่าน้ำมันมะกอก ถ้าผ่านความร้อน วิตามินอีจะหายไปค่ะ
2. การเก็บน้ำมันในขวดแก้ว ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นใช่ไหมคะ
3. จะมีการเหม็นหืนไหมคะ
ตอบไม่จำเป็นค่ะ แต่ของครูภาทิพ มีหลายขวดก็ทยอยออกมาใช้ที่ไม่ใช้แช่ไว้ก่อน ถ้าไว้นานแรมเดือนอาจจะมีกลิ่นมั้งคะ (ไม่มั่นใจ)เพราะครูภาทิพทำแต่พอใช้ในระยะสั้นๆ แต่ใช้แบบชโลมตัวเลยค่ะ (ครูภาทิพตกกระอย่างรุนแรง ผิวแห้งมากๆ)
4. กากกะทิ เอามาหมักผมแบบดิบๆ ยังไม่เคี่ยวเป็นสูตรร้อนได้ไหมคะ
ตอบ ช่วงหลังครูภาทิพก็ไม่เอาไปเคี่ยวแล้วค่ะ นำหมักผมเลยค่ะ ที่เหลือแช่ตู้เย็นไว้ก่อน ส่วนนี้มีกะทิเหม็นบูดง่าย นำมาหมักโอเน็ตด้วยค่ะ
5. สนใจกากกะทิ ที่เคี่ยวเป็นสูตรร้อน ที่มาทาให้โอเน็ต ต้องทาทิ้งไว้นานไหมคะ ก่อนใช้แชมพูอาบน้ำให้โอเน็ต แล้วกากกะทิ ต้องใช้หมดในคราวเดียว หรือ เก็บไว้ใช้หลายๆ ครั้งได้คะ ปล. ต้องเก็บในตู้เย็นไหมคะ ถามซะละเอียดเลย... อิอิ
สูตรร้อนหอมมากๆๆ หอมขนมหน้าขี้มันค่ะ ไม่ต้องแช่ตู้เย็นค่ะ โอเน็ตคือหมาไม่มีเจ้าของ พี่นักเรียนเขาตั้งชื่อ มี 2 พี่น้อง โอเน็ตกับเอเน็ต แต่เอเน็ตซุกซนออกนอกถนนก็เลย..... แค่จับตัวมาทาน้ำมันก็ยากแล้วค่ะ ไม่ได้อาบน้ำเลย ว่างๆ มันก็แอบลงไปในสระบัวของโรงเรียน ตอนนี้ขนสวยมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูภาทิพ
.อยากจะทำใช้เองอยู่เหมือนกันนะ แต่ที่คุณครูภาทิพให้มาใช้ยังไม่หมด จึงยังไม่ได้เริ่มทำ แต่ใช้แล้วดีจริงๆค่ะ
.ขอบคุณความรู้ดีๆนะคะ
COCONUT OIL IS WELKNOWN NOW
BUT HOW CAN SEE QUALITY OF IT ?
สวัสดีค่ะ ครูติ่ง รอบใหม่ทำไว้มากค่ะ ค่อยมาแบ่งปันให้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ NIRAN น่าจะซื้อของสินค้าOTOP สังเกตวันที่ผลิตด้วยนะคะ
ของ จ.ชุมพร และของเกาะสมุย แม่บ้านทำไว้มากค่ะ
ลักษณะต้องใส กลิ่นหอม ยิ่งของโรงงานใหญ่ยิ่งน่าจะดีนะคะ แต่ครูภาทิพ ทำเอง เห็นเอง ใช้เอง
สวัสดีค่ะ ผอ.ประจักษ์ ธรรมะสวัสดีค่ะ
มาตอบช้าไปหน่อยขอโทษด้วยค่ะ
ภาพถ่ายฝีมือดิวเดอะสตาร์๕
เก็บมาจาก http://www.dewthestar5.com/sawasdew/index.php?topic=949.0
กลับไปบ้านที่ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ญาติ ๆ ลองทำกันดู ก็เลยเปิด Net ดูวิธีการทำ เอาไปลองทำดู ขอเสนอแนะให้ซื้อมะพร้าวมาคั้นเอง จะได้กะทิมากกว่า คั้นเพียง 2 ครั้ง โดยใส่น้ำเดือดลงในมะพร้าว ปล่อยให้เย็น และคั้นด้วยมือ และขวดที่ใช้ให้ล้างลวกน้ำร้อน ปิดปากขวดด้วยถุงพลาสติก ทำเช่นนี้กะทิจะไม่บูด และได้น้ำมันมากกว่าด้วยครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขออนุญาติสำเนาไว้น่ะค่ะ
ขอบคุณ คุณชาตรีมากค่ะที่นำความรู้ไปต่อยอดประยุกต์ใช้จนได้ข้อค้นพบที่ดีกว่า แล้วมาบอกต่อ แต่..ครูภาทิพก็คงได้แต่ซื้อกะทิสำเร็จรูปค่ะ เพราะไม่มีแรงคั้น ไม่มีกะชอน ซักอย่าง
สวัสดีค่ะคุณหนูรี ด้วยความยินดีค่ะ อย่าลืมนำการพัฒนาของคุณชาตรีไปประยุกต์ใช้ด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆๆๆค่ะ วิธีทำละเอียดมากจนอยากทดลองค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ กานดา น้ำมันมะพร้าว และ คุณครู ภาทิพ
นีนานันท์ มารายงานความคืบหน้าค่ะ
ลองทำแล้ว สงสัยว่า ตอนใส่น้ำอุ่นในหัวกะทิ น้ำคงจะร้อนเกินไป อนามัยมากไปหน่อย อิ อิ เพราะพอตั้งทิ้งไว้ ถึง 24 ชั่วโมง ก็ยังไม่มีวี่แววแยกชั้นเลย ก็เลยกลับไปอ่าน ของคุณครู ภาทิพ ประกอบด้วย ไม่เห็นคุณครูภาทิพพูดถึงน้ำอุ่นเลย จึงคิดเองว่า น่าจะต้องเป็นน้ำไม่ร้อนถึงจะทำให้แยกชั้น
จากนั้น ก็เลยตักเฉพาะกะทิข้นๆ ที่ลอยอยู่ทั้งหมดขึ้นมาใส่หม้อหุงข้าวไฟฟ้า แล้วต้มให้เดือดแล้วเดือดอีก หลายๆ ครั้ง พร้อมคนไปด้วย แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ เพราะหม้อไฟฟ้าจะตัดไฟเป็นwarm เป็นระยะๆ ส่วนดีก็มีตรงที่พอหม้อเริ่มเย็น ก่อนกดสวิทต์ต้มใหม่ ก็ถือโอกาสคนพร้อมขูดก้นหม้อไปด้วย พร้อมคอยเทน้ำมันใสๆ ออกมาเป็นระยะๆ ใส่ที่กรอง
การกรอง นีนานันท์ใช้กระชอนกรอง อันเล็กๆ ประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าปากถ้วยกาแฟ แล้วรองในกระชอนกรองด้วยสำลีอนามัยสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยวิธี sterilized ซ้อนไว้ซ้อนไปมาหลายๆ ชั้นบนกระชอน แล้วใช้ชามกระเบื้องสีขาวไม่มีลาย รองน้ำมันไว้ ได้น้ำมันค่อนข้างใสสีไม่ไม่เหลืองมาก จากนั้นก็นำชามน้ำมันไปเข้าไมโครเวป เวปโดยใช้ไฟอ่อนเบอร์ละลายน้ำแข็งในตู้เย็น ใช้เวลา 3 นาที จากนั้นก็วางไว้ให้เย็น ตักใส่ขวดโหลแก้ว
เพิ่งถึงขั้นตอนตรงนี้ค่ะ ยังไม่แน่ใจว่าควรนำโหลแก้วน้ำมันใส่ตู้เย็น หรือ วางไว้บนโต๊ะที่อุณหภูมิห้องเฉยๆ ดี ถือโอกาสปรึกษาค่ะ..
ส่วนสำลีที่กรองน้ำมัน ก็พับทบแล้วบิดน้ำมันเก็บไว้ แล้วสำลีที่ยังชื้นด้วยน้ำมันก็นำมาทาผมทาผิว ก่อนอาบน้ำสระผมค่ะ
รอคำตอบที่ปรึกษานะคะ ขอบคุณค่ะ..
สว้สดีค่ะ คุณครูภาทิพ ดีจังค่ะนำภาพและใส่ภาชนะหมักที่หาง่ายๆสามารถแยกเป็นน้ำมันได้ ทุกคนจะได้ ไม่ต้องหาภาชนะอื่นๆการจะนำน้ำมันออกมาก็ง่ายอีก ดีมากเลยค่ะ ไม่ทราบมาก่อนว่า ใส่ขวดหม้ก อย่างนี้ก็ได้น้ำมัน
- แต่คุณทำยังไม่จบ นะคะ น้ำมันที่ใส่ขวดไว้ นั้นต้องรีบใช้ นะคะ ให้หมดโดย เร็วก่อนที่จะเหม็น เพราะน่าจะมีน้ำ ปนค่ะ เพราะน้ำมันยังไม่ใสเหมือนน้ำ ถ้านำไปให้ใคร บอกใช้เร็วๆนะคะ หรือไม่เทออกมาระเหยน้ำก่อนค่ะ แล้วค่อยกลับไปใส่ใหม่ นะคะ การไม่ระเหนยน้ำออกจากน้ำมัน ๆ จะเกิดเชื้อรา เหม็นตึๆ ทาผิวไม่เป็นไร แต่อย่าใช้ทำอาหาร นะคะ ใส่ตู้เย็นก็จะเป็น ราดำ และเหม็น ที่ก้นภาชนะค่ะ เพราะมีน้ำหมักปนอยู่ การทำน้ำมันสกัดเย็น ขั้นตอนการระเหยน้ำ สำคัญมากค่ะ ถ้าระเหยน้ำหมด เก็บไว้ได้หลายปี วิธีทำให้น้ำมันใส จากการระเหยแล้วยังไม่ใส ถ้าต้องการให้ใส มีอธิบายไว้ในบันทึกแล้วนะคะ ได้ลงบันทึกการสกัดเย็นไว้ 3 บันทึกค่ะ
มี 2 users kandanalike kanda01 kanda02
สอน นักเรียน นะคะ หลายรร. นำไปสอน แล้วนักเรียนไปสอนผู้ปกครองต่อค่ะ
สวัสดีค่ะครูกานดา และคุณนีนานันท์
จากภาพนั้นครูภาทิพเก็บจากขวดมาพักไว้ในขวดแก้วก่อนจะมีสีขาวขุ่น แต่เมื่อพักสักคืน หรือนำเข้าตู้เย็นครูภาทิพจะได้น้ำมันใสวิ้งนั้นล่ะค่ะ แล้วจึงบรรจุลงในขวดสเปรย์เพื่อนำมาใช้ในประจำวัน ไม่ต้องใช้ผ้ากรองแต่อย่างใด
เพิ่งทราบมาอีกวิธีหนึ่งก็คือนำน้ำมันไปนึ่งเพื่อให้ไม่เกิดการบูดเน่า และปลอดภัยเมื่อนำมารับประทาน ครูภาทิพยังไม่ได้ทดลองค่ะ
ได้ไปแวะอ่านของครูกานดามาแล้วขอบคุณมากค่ะ