คุยกันพักใหญ่ในสไตล์สบายๆ ของบรรยากาศแดดร่มลมตกในตอนเย็นๆ อากาศกำลังดี...บทสนทนาของครู-ศิษย์คู่นี้จึงสบายๆ ตามไปด้วย.... อะไรๆ จึงดูเหมือนง่ายขึ้นตามไปด้วย ทั้งการอบรมสั่งสอน และการพูดกันอย่างเปิดอกมากกว่าบรรยากาศปกติ

เฮ้อ...ค่อยหายเหนื่อยหน่อยนึงค่ะ.....

 

        ก็วันนี้เป็นวันสุดท้าย....ของการเกาะติดสถานการณ์การแข่งขันกีฬาภายในของคณะสีต่างๆ ที่โรงเรียนครูแอนนะสิคะ  วันนี้จึงเป็นนัดชิงชนะเลิศทุกๆ รายการ  ครูแอนเลยยุ่งสุดๆ สำหรับหน้าที่ครูผู้คุมนักกีฬาสีฟ้าน่ะค่ะ  เริ่มตั้งแต่ในทุกๆ เช้าเลยค่ะ  จะมีนักกีฬาในสีครูแอนวิ่งมาเตือนครูแอนว่า  “ครูๆ วันนี้เรามีแข่ง....นี้นะครูนะ  แข่งตอน....โมงน่ะ  ครูอย่าลืมนาครูนา”  คำตอบที่เด็กๆ มักจะได้กลับไปคือ “จ้า...ไม่ลืมจ้า...แล้วใกล้ๆ เวลามาเตือนครูอีกทีนะจ๊ะ”  แล้วเมื่อใกล้ถึงเวลาแข่งของการแข่งขันแต่ละประเภท  ในบางครั้งเจ้านักกีฬาจำเป็นตัวเล็กๆ ม1, ม2 เหล่านี้ก็จะวิ่ง...กระหืดกระหอบเข้ามาหาครูแอนพร้อมกับเรื่องราววุ่นๆ ในครูแอนช่วยกันคิดจัดการกับพวกเค้า  ไม่ก็...ครูๆ ไอ้เจ้าเพื่อนผมมันยังไม่มาเลยครู---อ้าว...เฮ้ย...มันอยู่ตรงไหนน่ะ...ไปเร็วๆ ไปตามมันมาก่อน..อูย...ใกล้จะถึงเวลาแข่งแล้วนะ เร็ว....กระจายกำลังกันหา  รวมตัวพร้อมกันก่อนถึงเวลาที่สนามนา...ไปลูก...ไป...จัดการกันเลย  แต่ส่วนใหญ่พวกพี่ๆ จะวิ่งมาตามครูด้วยการเตือนครูว่า “ไปครู..ถึงเวลา....แล้ว”  ไปกันๆ...ก็จะเดินกันลงสนามทั้งครูทั้งเด็ก (ครูลงข้างสนาม..อิอิ) แล้วหน้าที่ผู้ควบคุมทีมนักกีฬาของครูและเด็กๆนักกีฬาก็เริ่มขึ้นอย่างเต็มที่.... 

 

         การแข่งขันของคณะแสงฟ้ารอบชิงชนะเลิศในวันนี้จึงเริ่มต้นที่เวลา 9 โมงเช้าด้วย การแข่งขันวอลเลย์บอลชายรุ่นอายุ 14 ปี  ตามด้วยรุ่น 16 ปีชายต่อไป  ฉะนั้นชีวิตครูแอนในตอนเช้าต้องเกาะติดขอบสนามวอลเลย์บอลตลอดช่วงเช้าจนถึง 5 โมงครึ่งในภาคเช้า  แต่นักกีฬาของครูแอนก็ช่างน่ารักเกินตัว  ก็เล่นกันเต็มที่สุดๆ จึงได้ชนะเลิศในรอบ 14 ปีชายมาได้อย่างน่าหวาดเสียว  เพราฝีมือสูสีๆ กันมาก  ส่วนรุ่น 16 ปีชายแม้จะแพ้เค้าบ้าง...แต่ก็สมศักดิ์ศรีมากทีเดียวในสายตาของผู้ชมรอบสนาม  ก็เล่นแพ้แค่คะแนนเดียวน่ะสิคะ...แม๊...เลยได้รางวัลชนะใจผู้ชมมาครอง  แม้จะเป็นรองก็ตาม  วุ่นๆ อยู่เจ้านักกีฬาตะกร้อก็วิ่งมาอวดชัยชนะของตนเอง พร้อมกับตำหนิครูแอนกลายๆ "โห...ครูไม่ไปเชียร์ผมบ้าง  เนี่ย...อุตส่าห์ชนะเลิศเลยนะครู" (โถๆๆๆ...ลูก..ครูจะแยกร่างอยู่แล้วเนี่ย555) แต่เค้าก็ทราบเหตุผลของครูแอน 

 

         ก่อนที่ภาคบ่ายจะเริ่มกันตั้งแต่บ่ายโมง  จนถึงเย็น  จึงเริ่มด้วยครูแอนเป็นโค้ชบาสเก็ตบอลจำเป็นรอบชิงที่ 3 ของทีมรวมหญิงสีฟ้าไปก่อน เป็นโค้ชบาสฯ ไปด้วย  ตาก็ต้องคอยเหลือบไปดู, ไปเชียร์นักกีฬาฟุตบอลตัวกะเปี๊ยกๆ รุ่นอายุ 14 ปีที่กำลังเล่นอยู่ที่สนามฟุตบอลไปด้วย (ดีนะคะ...ที่สนามฟุตบอลและสนามบาสเก็ตบอลอยู่ติดกันเด๊ะเลย  เลยมองเห็นการเล่นของนักกีฬาทั้งสองสนาม ฮ่าๆๆ) แล้วก็ชนะที่ 3 ไปครองสำหรับบาสเก็ตบอลรวมหญิงของสีครูแอน

 

เหมือนทุกอย่างในชีวิตวันนี้จะให้ได้ปลื้มไปหมด...

 

....เอาแล้ว...จู่ๆ ครูแอนก็งานเข้าซะแล้ว!!! 

 

         ตรงที่เป็นโค้ชบาสฯ อยู่ดีๆ  ดันหันไปจ๊ะเอ๋..เอากับรถมอเตอร์ไซค์ของคนข้างนอกที่ขับรถเข้ามาในโรงเรียนสองคัน  ตอนแรกก็ไม่เอะใจนัก นึกว่าเค้าเข้ามาชมกีฬานักเรียน เฮ้ย...หลังสุดนั่นไอ้เจ้าปอนด์ลูกศิษย์ตัวแสบในที่ปรึกษาครูแอนนี่นา...เอาแล้ว...เอาไงดีล่ะ...สนามทางนี้ก็ทิ้งไม่ได้  ไอ้เจ้าศิษย์แสบก็จะจัดการ...เอา..ไว้จัดการกันวันจันทร์...นั่นคาดการณ์ไว้ก่อน  ไม่ทันได้หมดเวลาครึ่งหลัง  เสียงโทรศัพท์ครูแอนดังขึ้น..เด็กๆ ใกล้ๆ บอก “ครูขาๆ โทรศัพท์ค่ะครู”  “เออ...ใช่ๆๆ ลูก”

 

---สายตรงจากครูพี่เต๊ะ ครูฝ่ายกิจการนักเรียน ----

“น้องๆ นี่พี่เอง...เด็กห้องน้องมันออกมาข้างนอกนะ  พี่ขับมอเตอร์ไซค์ไล่มันมาอยู่นี่  พี่มาทันนะ  แต่มันหลบเข้าไปอยู่ในป่าในสวนยางชาวบ้านนิน้อง  พี่ตะโกนให้มันออกมา  มันไม่ยอมออกกันมาน่ะ  น้อง...เอาไงดี  มีเบอร์โทรบอกพ่อกะแม่มันหน่อยก็ดีน้องเหอ...ให้เค้าได้รับทราบเรื่องราวเลยทันทีนี่น่าจะดีกว่า  ดูท่าจะเอาไม่อยู่แล้วนะน้องพี่ว่า...เดี๋ยวพี่ก็ต้องไปละหมาดด้วย  ลองบอกพ่อกะแม่เค้าดูว่าจะทำยังไง” 

“โอ...ขอบคุณค่ะพี่เต๊ะ...เดี๋ยวน้องวางหูจากพี่ก่อนนะคะ  จะได้โทรบอกพ่อแม่เค้าเลย”------

สำเนียงเสียงภาษาถิ่นจึงถูกกรอกผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ตัวเก่ง

“พ่อปอนด์เหร๊อค่ะ....พ่อโหย๋ไหนค่ะ  เจ้าปอนด์หมัน-----  ครูว่า  ถ้าพ่อว่างโย่นิ  พ่อจะออกมาดูเจ้าปอนด์ให้ครูพลางๆ ได้ม่ายฮ่ะ  นิ....ครูเป็นโค้ชนักกีฬาโหย๋หล่าวแล่ะ  ครุบเห็นหมันหล่าวแล่ะนิ  แต่จัดการมันตอนนี้ไม่ได้-----ค่ะๆๆ ดีค่ะๆ”

 

        ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง...พ่อและแม่ของเจ้าปอนด์ก็มาพบกับครูแอน..พร้อมกับคำบอกเล่าว่าจะออกไปตามลูกให้กลับเข้ามาในโรงเรียน

จนกระทั่งบ่ายขณะที่ครูแอนต้องไปเชียร์นักฟุตบอลรุ่น 16 ปีชาย (งานนี้มีน้องครูเล็บเป็นโค้ชอยู่แล้ว)  เลยไปเป็นแรงใจให้หนุ่มน้อยทั้ง 11  คน ข้างสนามสกอร์บอร์ด  กำลังเชียร์อยู่ดีๆ ...โทรศัพท์เข้าอีกแล้ว....พ่อเจ้าปอนด์...โทรมา....

“ครูแอนโหย๋ไน่ฮ่ะครู...นี่ผมพาปอนด์มันเข้ามาในโรงเรียนแล้ว  อิพาหมันไปหาครูแอน” 

“ค่ะๆ..ครูโหย๋ข้างสนามบอลค่ะ  ที่ป้ายบอกคะแนนนิพ่อ  ให้ปอนด์มาเท่ครูเลยพ่อน้อ”

----อ้าว...นั่น....พ่อคุมเจ้าปอนด์มาส่งถึงมือครูแอนเลย...-----

“ครู...ผมพามาแล้ว...ครูจัดการเอาแล่ะน้อ  ผมค่อยไปแหลงกันเท่บ้าน”

"ไม่พรื่อแล้วพ่อ...ให้หมันโหย๋กับครูนี่แล่ะจนเย็นเลยนู่แหละ  เดี๋ยวยังเรื่องต้องคุยกับมั๊นก๊อนเหลย”----พ่อเดินเลียบออกไปทางข้างสนามแล้ว--- 

 

        เจ้าปอนด์ทำท่าเจี๋ยมเจี้ยมเข้ามานั่งอยู่ใกล้ๆ ครูแอนที่นั่งเชียร์ฟุตบอลอยู่  และด้วยท่าทางขรึมๆ ของครูแอน ”ปอนด์...แกอยู่กับครูตรงนี้แหละ  ครูไปไหน  แกไปนั่น  เราไปด้วยกัน...เพราะเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว”  สายตาหลายคู่ของเพื่อนๆ ในโรงเรียนที่เห็นเหตุการณ์มองตรงมาที่ครู-ศิษย์คู่นี้  จนกระทั่งทีมฟุตบอลสีครูแอนชนะเลิศ  ครู-ศิษย์คู่นี้จึงออกจากพื้นที่สนาม  ครูแอนไปไหน ไอ้เจ้าปอนด์เดินตามเป็นเงา  จนเพื่อนๆ ล้อ  “ปอนด์..วะ...วันนี้เป็นองครักษ์พิทักษ์ครูแอนเลยหนาเพื่อนหนา” เจ้าปอนด์ยิ้มเกลื่อนๆ เหนียมๆ ขึ้นมาแล้ว 

        จนเย็นเสียงออดดังบอกเวลากลับบ้านได้...หลายคนเริ่มทะยอยกลับบ้าน....ไม่มีใครสนใจเจ้าปอนด์แล้ว  บทสนทนาแห่งบทเรียนชีวิตนักเรียนในครั้งนี้จึงถูกถ่ายทอดสู่เจ้าปอนด์....คุยกันพักใหญ่ในสไตล์สบายๆ ของบรรยากาศแดดร่มลมตกในตอนเย็นๆ อากาศกำลังดี...บทสนทนาของครู-ศิษย์คู่นี้จึงสบายๆ ตามไปด้วย.... อะไรๆ จึงดูเหมือนง่ายขึ้นตามไปด้วย  ทั้งการอบรมสั่งสอน  และการพูดคุยกันอย่างเปิดอกมากกว่าบรรยากาศปกติที่เคร่งเครียด 

ท้ายสุด....คำสารภาพและคำสัญญาจากปากเจ้าปอนด์ว่าจะไม่กระทำการเช่นนี้อีกแล้ว....นั่นแหละที่มอบไว้ให้ครูที่ปรึกษาคนนี้....

”เออๆ...ครูจะรอดูแกนะไอ้ลูกศิษย์ตัวแสบ....เฮ้ย...แต่ว่าคำไหนคำนั้นนะโว้ย...สัญญา”

“ครับ...สัญญา”

---แล้วเจ้าปอนด์ก็ขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน  พร้อมกับคำสำทับตามหลัง---”อย่าขับรถเร็วนะ  กลับบ้านเลย  อีกประเดี๋ยวครูจะโทรหาพ่อว่าแกถึงยัง...อย่าไถลไหนล่ะ”.....”ครับ”

 

ครูไม่รู้ว่าบทสนทนาของเจ้าปอนด์และครอบครัวในค่ำคืนนี้จะเป็นอย่างไร  ครูหวังเพียงแต่ว่า....ลูกศิษย์ตัวแสบคนนี้เค้าเข้าใจอะไรๆ ขึ้นมาบ้างสักนิดสักหน่อย  และจะไม่กระทำการเช่นนี้อีกเท่านั้นเป็นพอ....

 

ป.ล.  ฝากรูปน้องหนึ่ง—น้องประจักษ์ สุขสะปาน ครูผู้ช่วยคนใหม่ของโรงเรียน  วิชาเอกคณิตศาสตร์ที่ต้องกลายมาเป็นกรรมการจำเป็นของบาสเก็ตบอลในงานกีฬาสีภายในในครั้งนี้  ในตอนที่ครูแอนเจองานเข้า 555  น่ารักใช่ม่า...แม้ว่าน้องเค้าจะเป็นกรรมการที่เดินช้าหน่อย  แต่น้องก็เป็นกรรมการที่เก่งทีเดียวเลยล่ะค่ะ...เจ๋งเด็ดจริงๆ...

 

มีความสุขพร้อมๆ กับครูแอนนะคะ....ขอบคุณค่ะ