เฝ้าระวังและป้องปราม โดยเอาศาสนาเป็นเครื่องมือ สอนทุกวันศุกร์ พูดทุกคืนที่มัสยิด ใครพูดคุยว่ากล่าวตักเตือนได้ก็ให้ทำพูดคุยอย่างเปิดเผย

    สรุปบทเรียนการต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติดของภาคประชาชน ภาคใต้ตอนล่าง  บ้านแหลมขาม 

     ปะบู นายบู นวลศรี วัย 73 ปีผู้เฒ่าทรนงแห่ง บ้านแหลมขาม ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอ สิเกา จังหวัดตรัง นักต่อสู้กับปัญหายาเสพติดมาค่อนชีวิต เล่าให้ฟังถึงแนวทางการเอาชนะยาเสพที่ทำกันมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง 

  ปี2528 ยาเสพติดเข้าเราเห็นชัดชาวบ้านติดกันมาก แต่ละคนซูบโทรม  ก็คุยกับอีหม่าม ผู้นำและผู้ใหญ่บ้านรณรงค์  เฝ้าระวังและป้องปราม โดยเอาศาสนาเป็นเครื่องมือ สอนทุกวันศุกร์ พูดทุกคืนที่มัสยิด ใครพูดคุยว่ากล่าวตักเตือนกันได้ก็ให้ทำ ให้คุยอย่างเปิดเผย เห็นคนคนนอกหมู่บ้านเข้ามาก็ให้ช่วยติดตามเฝ้าระวัง  ยาเสพติดก็ ซาๆลง (มีน้อยลงเกือบหมด) งานเป็นไปตามเป้า เป็นเรื่องประทับใจที่เราอบรมสั่งสอนลูกหลานของเราพ้นภัยยาเสพติด 

   แล้วเราก็มาชวนคุยกันถึงเรื่องปากเรื่องท้อง เรื่องเศรษฐกิจ ใช้มัสยิดเป็นที่คุย ชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดคือ คนคุยกันมากขึ้น ปรึกษาหาทางออก มองเรื่องสาธารณะของชุมเอาเป็นธุระร่วมกัน ขยายวงออกไปคือเรามีเพื่อนมาคุยเพิ่ม มีอบต. มีกำนัน มีสาธารณสุข และมีคนต่างถิ่นต่างที่มาดู มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เวลาคนมาดูมาแลบ้านเรา เราขอให้เขาช่วยมองเรา ในบางเรื่องที่เรามองไม่ออกมองไม่เห็น มุมสะท้อนของคนที่มาช่วยให้เราได้ทบทวน

  การทำเรื่องยาเสพติด เราใช้ทุนของเราเองตอนนั้นมีนักวิชาการเข้า มีอาจารย์ สมลักษณ์  อาจาร์ภิญโญเอางบประมาณมาให้ทำโครงการณ์ เราไม่เอา เราบอกว่าเราไม่ได้ทำงานเพื่อหวังเบี้ย  ให้อาจารย์เข้ามาช่วยด้านความรู้ เราก็สบายใจแล้ว

  ปี 2548-2549 ทางมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย เชิญไปประชุมที่สงขลา  เราก็ไป แล้วเราก็ได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิตลอดมา ในสมัยที่รัฐบาลปราบยาเสพติดอย่างหนัก เรา โต๊ะอิหม่ามเดินทุกบ้านเราตามไปแลไปดูเราห่วงใยลูกหลานของเราเราต่อต้านยาเสพติดด้วยความรักลูกหลาน ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือไม่ให้เขาหลงผิดไปติดยา  ด้วยแรงศรัทธาในพระเจ้าจึงป้องกันมาได้อย่างยาวนาน.....