หมั่นดูจิต รักษาจิต

ทุกท่านเคยมีอาการแบบผมมั๊ยครับ พอเริ่มสวดมนต์ปุ๊บ ก็หาวนอนปั๊บ

ตอนเด็กๆ ผมพอรู้แล้วว่าศีล ๕ เป็นข้อห้ามไม่ให้เราทำชั่วเรื่องอะไรบ้าง ทุกครั้งที่ไปวัด หรือสวดมนต์ที่บ้าน การสมาทานศีล ๕ เป็นอะไรที่หน้าเบื่อสำหรับผมมาก ๆ จนวันหนึ่งผมได้ฟังเทศน์ของหลวงปู่บุดดา ถาวโร ท่านพูดถึงศีลที่ไม่ต้องสมาทาน

เฮ้ย !!! มีด้วยเหรอ ศีลไม่ต้องสมาทาน

ด้วยความขี้เกียจประสาเด็ก ๆ คำพูดของหลวงปู่ถูกใจผมมาก เหมือนท่านจะรู้ว่ายังมีคนขี้เกียจสมาทานศีลอย่างผมกำลังฟังเทปของท่านอยู่

ท่านพูดถึงศีลห้า สมุจเฉทประหาร ซึ่งหมายถึงความปกติทั้งการทำ พูด คิด อันเนื่องด้วยจิต ซึ่งเราเพียงแค่มีสติรู้ทันใจที่คิดจะสร้างบาปอกุศลทางกาย  วาจา ใจ แล้วเราสามารถที่จะละเว้นการกระทำนั้นๆลงได้ เพียงแค่นี้เราก็ไม่ต้องมานั่งสมาทานศีลอีกต่อไป ศีลชนิดนี้เป็นศีลที่เนื่องด้วยจิตอันมีสติคอยกำกับ การผิดศีลประเภทนี้จึงเป็นการผิดโดยไม่มีเจตนา แต่การถือศีลที่ยังต้องมีการสมาทานอยู่ก็ชื่อว่าเราเป็นผู้ถือศีลแบบลูบๆคลำๆ

ให้สติกำกับจิต เพื่อให้ใจมีศีล แล้วศีลนั้นจะรักษากายของผู้มีศีลเอง

ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

ใครขี้เกียจสมาทานศีลหลายข้อ ลองพิจาณาแนวทางนี้ดูมั๊ยครับ…“หมั่นดูจิต รักษาจิต (หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา)