
อัจฉริยะทั้งในฐานะนักดนตรี นักวิชาการด้านดนตรี และนักสร้างสรรค์สังคมด้วยดนตรี โดยท่านบอกว่าตัวท่านเป็น “ครูสอนดนตรี สอนปรัชญา สอนความคิด” อ่านประวัติของท่านได้ที่นี่ และในนิตยสารสารคดีที่นี่ ขอแนะนำว่าท่านที่อยากรู้จักตัวตนจริงๆ ของ ดร. สุกรี ต้องอ่านบทสัมภาษณ์ของนิตยสารสารคดีนี้ ที่จริงผมอยากให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกคนได้อ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ เพราะมันซ่อนวิธีบริหารวิชาการอยู่ด้วย
เป็นผู้สร้าง Thailand Philharmonic Orchestra เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว และอื่นๆ ด้านดนตรีอีกมากมาย จน ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ กล่าวว่า ดร. สุกรี เป็นผู้สร้างวัฒนธรรมดนตรีให้แก่ประเทศไทย จรรโลงทั้งดนตรีไทยและนำเอาดนตรีสากลมาผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตไทย ความใฝ่ฝันของท่านคือ สร้างนักดนตรีอาชีพ ทำให้อาชีพนักดนตรีเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ทำให้ดนตรีเข้าไปรับใช้วิถีชีวิตของคนไทย
เดือนหน้า ดร. สุกรีจะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่แผนที่โลกด้านดนตรี ทำให้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นเจ้าภาพมหกรรมดนตรีอย่างหนึ่งของโลก คือ World Saxophone Congress ครั้งที่ ๑๕
เมื่อวันที่ ๑๗ มิ.ย. ๕๒ ท่านได้รับเชิญไปเล่าให้สภามหาวิทยาลัยมหิดลฟังว่าท่านทำอย่างไรจึงทำให้วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ได้รับยกย่องจากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ให้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศประเภทหน่วยงาน ท่านบอกว่าท่านทำ ๕ อย่าง คือ นำอดีตมารับใช้ปัจจุบันและสร้างสรรค์สังคมใหม่ ทำเรื่องกระจอกๆ ให้โลกรู้จัก เชื่อว่าเมื่อความไพเราะของโลกมาอยู่ที่ศาลายาแม้แต่เทวดาก็อยากฟัง เชื่อว่าสังคมไทยมีความเป็นตัวเอง มีความงดงาม จึงทำหน้าที่อวดความเป็นฉัน และอวดรสนิยม สร้างนักดนตรีอาชีพ ท่านบอกว่าปีนี้ประเทศไทยเข้า World Conservatory of Music เป็นปีแรก
ผมรู้จักสนิทสนมกับ ดร. สุกรี สมัยผมทำงานที่ สกว. ท่านไปหาเพื่อขอให้สนับสนุนการวิจัยดนตรีไทย เราคุยกันมากเพื่อออกแบบการวิจัยตามสไตล์ สกว. และเมื่อผมเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดลจึงได้ติดต่อกันจนทำให้ผมได้สังเกตเห็นลักษณะพิเศษของ ดร. สุกรี
ความรู้ด้าน KM ทำให้ผมตีความว่า ทุกอณู ทุกอิริยาบถ และทุกการสื่อสารของ ดร. สุกรี เป็นกวีและนักดนตรี เต็มไปด้วยความรู้ฝังลึก (tacit knowledge) ที่ซับซ้อนมาก จนมีลักษณะที่ไม่ชัดเจนสำหรับคนแบบผม การติดต่อสื่อสารระหว่างผมกับ ดร. สุกรี ผมจึงได้รับภาพ หรือสาระ เพียงมัวๆ ซึ่งผมตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นเพราะข้อจำกัดของผมในการรับสารจากอัจฉริยะอย่าง ดร. สุกรี แต่ผมก็พอจะจับได้ว่า ภาพที่ผมรับรู้ได้ แม้จะมัว ไม่ชัดเจน ก็มีความงดงามยิ่งแฝงอยู่
เป็นความงามที่พิสูจน์โดยผลของการลงมือทำ โดยผลงานระดับที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เช่นการทำให้มหาวิทยาลัยมหิดลมีชื่อเสียงโดดเด่นด้านดนตรี จากผลงานของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์
ทำให้ผมสรุปกับตนเองว่า การสื่อสารที่ดีที่สุด ชัดเจนที่สุด คือสื่อสารด้วยการกระทำ ด้วยผลงานที่เป็นรูปธรรม
ผมชอบคลุกคลีเรียนรู้จากคนเก่งๆ แปลกๆ ทุกด้าน และโชคดีที่ผมมีโอกาสได้คลุกคลีพอสมควร แต่ละครั้งที่ได้สัมผัส ผมก็จะได้ความฉงนกลับมา AAR กับตัวเองเป็นเวลานาน ดร. สุกรีคือบุคคลที่กระตุ้นความฉงนให้ผมได้ดีที่สุดคนหนึ่ง
วิจารณ์ พานิช
๑๘ มิ.ย. ๕๒