การรณรงค์ให้ผู้คนร่วมกัน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมีมายาวนานแต่คนจำนวนมากยังนิ่งเฉย

 รักษ์โลกรักสิ่งแวดล้อม....วันที่ 5  มิถุนายน ของทุกปีถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก...มีกิจกรรมรณรงค์กันมากมาย..ทำกันเป็นประจำเมื่อถึงวันต่างๆ ..กลุ่มที่ทำก็ทำไป..กลุ่มที่เฉยก็เฉยไป.. ผู้เขียนเองอยากเขียนเรื่องนี้มานานเพราะได้ยินมานานมากในเรื่องที่มีการกระตุ้นให้คนมีจิตสำนึกร่วมกันพิทักษ์โลก..ลดภาวะโลกร้อนบ้าง...เพราะปัญหาโลกร้อนจะเชื่อมโยงไปถึงปัญหาหลากหลายในสังคมมนุษย์ของเรา..ในความเป็นจริงการอยู่ร่วมกันบนโลกนี้.วิถีชีวิตหลายอย่างทำให้เกิดการทำลายโลกโดยไม่รู้ตัว..คนละเล็กคนละน้อย..บางครั้งทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์...กว่าจะรู้ก็ได้ทำลายสภาพแวดล้อมไปเรียบร้อยแล้ว

               การรณรงค์ให้ร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมีมายาวนานแต่คนจำนวนมากยังนิ่งเฉย..ไม่ทุกข์ร้อน..เพราะยังไม่ตระหนัก..ไม่เห็นผลงานของการทำลายสิ่งแวดล้อม..ว่าท้ายที่สุดก็ย้อนกลับเป็นลูกโซ่กลับมาสู่ตัวเราเองทั้งสิ้น

              ในฐานะที่ท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีการศึกษาที่ได้เรียนรู้มานานพอสมควร..และการเรียนรู้ของท่านได้นำสู่พัฒนาตนเองแล้ว..ดังนั้นการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อการพิทักษ์รักษาโลกจึงไม่ใช่เรื่องยาก...คนส่วนใหญ่รู้และทราบวิธีการเพียงแต่ว่าจะทำหรือไม่เท่านั้น..อย่ารีรอที่จะทำถ้าหากทำได้

              การสร้างความตระหนักมีความสำคัญยิ่ง   หากทุกคนทราบแต่ไม่ปฏิบัติ..รู้ไปก็เท่านั้น..กิจวัตรของเราก็คงเหมือนเดิม..เคยเห็นมีการรณรงค์ให้ปิดไฟเวลาเดียวกันทั่วทั้งกทม. หรือพร้อมกันทั้งประเทศและก็ประชาสัมพันธ์แจ้งว่าลดค่าใช้จ่ายไปได้เท่านั้นเท่านี้..แต่ก็เป็นการกระทำเพียงช่วงเวลาเดียว..หากเป็นไปได้ใครจะสานต่อ...การสร้างจิตสำนึกเช่นว่านี้..ทำเพียงคนเดียวย่อมไม่ได้..ต้องอาศัยพลังจากชาวเราทุกคน

              ผู้เขียนเองเคยคิดว่าไม่เป็นไร...เราก็เพียงเศษเสี้ยวของสังคม..เราไม่ทำสักคนจะเป็นไรไป..แต่มองไปมองมาถ้าหากเราไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วย..ฝ่ายการเมืองก็ทำกิจวัตรเพื่อการหาเสียงเพื่อการอยู่รอด...ทำอะไรสักอย่างก็เพื่อผลประโยชน์..ทำให้เรามองภาพลบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น..เพราะสังคมเริ่มตัวใครตัวมันมากขึ้น...ถ้าหากเราไม่ตื่นตัวแล้วใครจะตื่น

               การมองย้อนกลับถึงระบบการศึกษาที่เราเฝ้าบ่มเพาะนิสัยลูกศิษย์ของเราไป..เมื่อเขาออกสู่โลกกว้าง..กระแสร์สังคมก็กลืนเขา...ไปทำลายสิ่งที่เราพร่ำสอนไปเกือบหมดสิ้น..บางครั้งก็ท้อใจ..บางครั้งก็ฮึดสู้.....ลองดูทีลูกศิษย์เราถ้าหากเราไม่อบรมสั่งสอนเขา..แล้วใครจะสอนเขาล่ะ

               ว่าไปแล้ววิธีการรักษ์โลกรักสิ่งแวดล้อมไม่น่าจะยากเย็น..หากทุกคนเต็มใจ..เต็มใจเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อประโยชน์ร่วมกันของส่วนรวม...ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะร่วมกันรักษ์โลกรักสิ่งแวดล้อม...เพื่อตนเอง..เพื่อพ่อแม่..เพื่อลูกหลานของเราเองในวันข้างหน้า

               โลกจะสวยสดลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ก็ต้องอาศัยทุกคนช่วยกันจริงไหมเอ่ย...ชีวิตที่พอเพียงย่อมนำสู่แนวทางแก้ปัญหาที่ดีแนวทางหนึ่ง...น่าจะเป็นไปได้ใช่หรือไม่

               ช่วยเสนอแนวทางที่เป็นไปได้ให้หน่อยนะคะ.....จะได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ...