ชีวิตวันนี้เป็นวันที่ดูวุ่นวายวันหนึ่ง ...
เริ่มจากการประชุมสาขาวิชาฯ ว่าด้วยเรื่องรายวิชาต่าง ๆ ที่สาขาวิชาฯ ต้องจัดอาจารย์ผู้สอนเข้าหมู่เรียน (Section) ... จากเป็นคนที่ไว้ใจใครมาก ๆ กลายเป็นความไม่ไว้ใจขึ้นมา ด้วยเหตุที่ต้องคิดตามอาจารย์บางคนหรือกลุ่มหนึ่งที่คอยตักตวงผลประโยชน์ที่ได้มาจากการสอนที่มีค่าตอบแทน เช่น ภาคพิเศษ หรือโครงการพิเศษต่าง ๆ หรือไม่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องการเอาเปรียบคนอื่นในด้านปริมาณการสอนที่ไม่เท่าเทียมกัน หรือเลือกวิชาที่สอนที่จะทำให้ตัวเองสบายกว่าคนอื่น ... สำหรับผมเป็นเรื่องที่น่าเบื่อเหลือเกิน กับคนระดับปัญญาชนที่คอยเอาเปรียบคนในสาขาเดียวกันแบบนี้ ... แต่ก็อย่างว่า หากสืบไปลึก ๆ แล้ว คนที่ชอบเอาเปรียบ มีปัญหาด้านหนี้สินที่เกิดจากความฟุ้งเฟ้อ อยากได้ อยากมี ค่อนข้างเยอะ และบ่อย อีกทั้งความสามารถทางด้านวิชาชีพก็แทบจะไม่มีมากนัก อาศัยการสอนมานาน มีประสบการณ์มากพอ ไม่จำเป็นต้องจบตรงสายวิชาชีพ
คนลักษณะนี้ หากคิดไม่ทัน หรือยอม ๆ ไป คราวหน้าหากมีผลประโยชน์ก้อนใหม่เข้ามาก็ไม่วายจะตักตวง แย่งชิงให้ได้มากที่สุด โดยอาศัยเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ถึงแม้ว่าจะมีการตกลงหรือรับปากกันไปแล้วว่า เราจะพลัดการสอนด้วยความยุติธรรม พอถึงเวลาจริงก็ไม่ได้เป็นเช่นคำพูดที่ให้ไว้ มีแต่ข้ออ้างอย่างโน้น อย่างนี้ ขอให้ได้ไปเอาค่าตอบแทนกับเขาบ้าง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลาหรือสิทธิ์ของตัวเอง
ผมทำหน้าที่เหมือนไม้กันหมา ... ตีหัวปัญญาชนที่ขี้โกงเหล่านี้ คิดทันบ้าง ไม่ทันบ้าง ... จนต้องมีการเก็บข้อมูลกันอย่างละเอียด จำนวนวิชา จำนวนผู้เรียน จำนวนเงินที่ได้รับในแต่ละเทอม ... หากไปเจอสาขาวิชาที่มีคนดีมีศีลธรรมอยู่มาก ... ตัวเลขเหล่านี้แทบไม่จำเป็นต้องจำ หรือ ต้องเก็บ ... แต่บังเอิญ เป็นคนลักษณะนี้ จึงทำเช่นนั้นไม่ได้ ถือเป็นการทำเพื่อส่วนรวม ก็ต้องยอมเหนื่อยหน่อย ... ตำแหน่งเลขาฯ ก็ไม่ใช่ เป็นแค่อาจารย์คนหนึ่งในสาขาวิชาเท่านั้น (ก็เลขาฯ ใช้วิธี นิ่ง ๆ หงิม ๆ หยิบชิ้นปลามัน)
ภาคเรียนนี้ จำใจต้องเริ่มเก็บสถิติค่าตอบแทนและโหลดสอนใหม่ เพราะของเก่า ถูกตีรวนจนหมดความยุติธรรมไปแล้ว ทำให้ต้องยกวิชาที่มีค่าตอบแทนให้กับคนขี้โกงสองคนไปก่อน แล้วเก็บสถิติเอาไว้ เพื่อยับยั้งในเทอมต่อไป
ภาคเรียนนี้ถือว่า สอนหนักพอสมควร รับวิชาถนัดไว้ แต่มาเจอแจ็คพ็อต คือ ต้องเดินทางไปสอนแม่ฮ่องสอนทุกวันพุธ เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี เอกประถมศึกษา ... 1 วิชาไม่พอ รองฯ วิชาการบอกว่า ขอให้ช่วยสอนอีกวิชาหนึ่งด้วย เพื่อประหยัดเวลาและค่าเดินทาง
การสอนภาคปกติแบบข้ามจังหวัดนี้ เป็นกุศลกรรมที่เลือกที่จะทำ ไม่ได้มีค่าตอบแทนเหมือนภาคพิเศษ ถึงแม้จะคนละจังหวัดก็ตาม เดินทางเย็นวันอังคาร สอนวันพุธ กลับเย็นวันพุธ มาทำงานต่อวันพฤหัสบดี ... ดูอึด ๆ ดีครับ
วันนี้กลับบ้านเสียสามทุ่ม มัวนั่งเกลี่ยวิชาอยู่ จำเป็นต้องขอให้พี่อาจารย์ช่วยสอนที่เชียงใหม่ 2 วิชา เพื่อจะไปทำหน้าที่ที่แม่ฮ่องสอนให้ดีที่สุด
ประชุมบุคลากรมหาวิทยาลัยสายวิชาการทั้งหมด
อธิการบดีเป็นผู้ดำเนินการประชุม โดยพูดอยู่คนเดียวกลางเวที ตามวาระที่กำหนด
หาข้อสรุปที่พอจำได้ ก็มี ...
ความดีความชอบที่จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตาม ก.พ. สูงสุด คือ 12 เปอร์เซ็นต์ต่อ 1 ปีงบประมาณ
มีการคิดภาระงานของอาจารย์ใหม่ ที่จำได้สนิทใจ คือ มาตรฐานใหม่ สอนนักศึกษา 80 คนขึ้นไปจึงได้ภาระงาน เท่ากับ 3 ภาระงาน (มาตรฐานเดิม คือ 30 คนขึ้นไป) ... ดังนั้น ก็อย่าไปคิดถึงคุณภาพของนักศึกษาเลยครับ แค่ปกติก็ไม่มีแล้ว นี่เพิ่มจำนวนคนเป็น 80 คน ต่อห้องฯ ... คงคิดจะเอาเงินค่าลงทะเบียนสักปีเดียว แล้วเรียนไม่ไหว ก็ให้รีไทร์ไปก็แล้วกัน ไม่ทราบว่า เอาสมองส่วนใดคิด หรือว่า โลภ ก็ไม่ทราบ
ยอดนักศึกษาปี 1 ปี้นี้มากกว่าปีก่อนถึง 4,000 คน คือ จำนวนทั้งหมดที่รับเข้ามา คือ 9,000 คน ... เหอ เหอ ห้องเรียนไม่พอ คุณภาพนักศึกษาที่อยู่ก็ไม่ดี รับมาทำไมมากมายขนาดนั้น ... คุณภาพ อย่าถามถึง ปล่อยให้คนข้างนอกเขาก่นด่ากันต่อไปเถอะ
มีการตั้งวิทยาลัยนานาชาติขึ้นมาเพื่อให้คนใกล้ตัวของผู้บริหารสูงสุดไปเสียบตำแหน่ง ผอ. พร้อมกับเงินงบประมาณนอกระบบที่ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ อ้างว่า เพื่อความคล่องตัวในการบริหาร ... อืมม ไม่กลัวบาปกรรมกันบ้างเลย
รณรงค์ให้อาจารย์ควบคุมนักศึกษาให้แต่งกายให้ถูกระเบียบ ... ทำคนเดียวไม่ได้หรอกครับ ต้องทำกันทั้งมอ ใครแต่งกายไม่เรียบร้อย ก็ไม่ต้องให้บริการในส่วนสำคัญต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย แค่นี้ก็เสร็จแล้ว แต่ปัจจุบัน ไม่ใช่ ... ห้องสมุด หากแก้ผ้าเข้าห้องสมุดได้ คงเข้าไปแล้ว ปล่อยปละละเลยเป็นที่สุด ... อาจารย์บางคนก็ยิ่งไม่สนใจ เพราะไม่ใช่ครูมืออาชีพ แต่เป็นคนที่มีอาชีพครูเท่านั้น รับเงินเดือนแล้วก็กลับบ้านนอน
สถิติที่แย่มาก ๆ คือ ร้อยละ 20 ของนักศึกษาทั้งหมดที่รับมา คือ รีไทร์ ... ทุกปี
นักศึกษาที่มาเรียนภาคพิเศษ (ภาคค่ำ หรือ เสาร์-อาทิตย์) คือ คนที่สอบที่ไหนก็ไม่ติด คนที่ไม่มีงานทำ หรือสอบเข้าภาคปกติก็ไม่ได้ เรียกว่า เกรด D หรือ E ... ที่เราต้องดูแลให้ดี ปั้นเขาขึ้นมาใหม่
1 สาขาวิชาต้องมีอาจารย์อย่างน้อย 7 คน ประกาศโดยสภามหาวิทยาลัย ... ปัญหานี้ทำให้วุ่นวายกันไปทั้งมอ ... เพราะหลายสาขาวิชามีไม่ถึง ... บางทีถึงรวมกันได้ แต่เวลาทำงานด้วยกัน หากคนที่มีปัญหาเยอะ ๆ ปัญหาจะหนักกว่าปัจจุบันอีก
กลับบ้านมามึนหัวน่าดู ... เหมือนมีเรื่องที่ต้องคิดเยอะ ... เพราะมีสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมอีกหลายอย่าง
นั่งฟังเพื่อนพูดเรื่องราวของการทำงานศูนย์ฝึกฯ
ประชุมเสร็จก็กลับมาตั้งวงสนทนากาแฟกัน ทานเบรคไปพร้อมกับฟังเพื่อนสาธยายเรื่องราวต่าง ๆ ให้อาจารย์ที่เคารพได้ฟัง ... เหมือนคนอัดอั้นตันใจที่ไม่ได้พูดคุยมานานแสนนาน พูดที หยุดไม่อยู่ ... ผมได้แต่นั่งฟัง เสริมเป็นบางครั้ง ... ผมว่า อาจจะต้องพาไปตัดกรรม เสียตังค์อีกสักรอบ อาจจะจิตนิ่งกว่านี้
บันทึกที่อ่อนล้า ... มองหาปัญญาในหัว ... พัก ปล่อย วาง ... เขียนบันทึกคลายความรู้สึก
ขอบคุณครับ ... ไม่จำเป็นต้องอ่านจบแล้วมาเครียดตาม ... หากอ่านแล้วให้รู้สึกว่า ประทับเป็นความรู้เท่านั้นครับ :)
มีความสุขในการทำงานนะคะ
สู้ๆค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ Wasawat
ผมคงไม่มีประเด็นอะไรแลกเปลี่ยนมากนักครับ นอกจากขอให้กำลังใจเล็ก เพื่อให้อาจารย์มีใยเหล็กไว้เสริมหัวใจ
นับถือในความหาญกล้าของอาจารย์นะครับ หากหัวใจไม่เข้มแข็งพอ คงยากที่จะสะท้อนความเป็นจริงอันน่าเจ็บปวด มาให้รับทราบกันครับ
แต่ก็ต้องตั้งสติ คอยรับมือจากผู้เสียผลประโยชน์ด้วยนะครับ
ด้วยความเป็นห่วง
อาจารย์เสือสู้ๆ อาจารย์เสือสู้ตาย
อาจารย์เสือไว้ลาย สู้ตาย สู้ สู้ ^_^
สวัสดีครับพี่ Was
ผมอ่านจบแล้วครับพี่ ;) เครียดตามมั้ย? ไม่นะครับพี่ รู้สึกเห็นใจมากกว่า เพิ่งรู้ว่ามีศูนย์รวมคนน่า...ด้วย เป็นความรู้ที่น่าบอกต่อครับผม ^_^
ที่น่าตกใจคือจำนวนนักศึกษา 80 คน ต่อห้อง!!! โอ้...
ทำงานวิจัยเรื่องนี้ ส่งเข้าสถาบันตัวเองเลยดีมั้ยครับพี่ ;)
เดย์มีน้องสาวคนนึงพร้อมจะปลอบใจพี่ให้ซู่ซ่าขึ้นมานะครับ อิอิ คลิกตามไปได้เลย ซ้าย หรือ ขวา ตกลงกับพี่เอกเอาเด้อ 55
บรรยากาศจากการอบรมถ่ายภาพของ CANON ที่อุดรฯครับ ^_^
ขอบคุณมากครับ คุณ @..สายธาร..@ ;)...
ท่านอาจารย์ ซวง ณ ชุมแสง ครับ ... ความเครียดและจริงจัง เกิดจากที่ต้องทำให้เกิดมาตรฐาน ป้องกันคนฉกฉวยผลประโยชน์นี่แหละครับ
คนประเภทนี้ ผมนั่งมองมานาน ก็ยังไม่เห็นจะรวยสักที
ขอบคุณมากครับ :)
ขอบคุณมากครับ น้องคุณครู เทียนน้อย ที่แวะมาเชียร์กีฬาสีที่บันทึกนี้ 555
สวัสดีครับ น้อง adayday ;)
วัฒนธรรมองค์กร ... หากดี มีเหตุผล องค์กรจะเติบโตด้วยความแข็งแกร่งและมั่นคง หากไม่ดี ไร้เหตุผล องค์กรจะอ่อนแอ พร้อมที่จะล่มสลายในที่สุด ครับ
ไม้ซีกอาจจะงัดไม้ซุงไม่ได้ ... แต่เป็นสิ่งที่ต้องจดบันทึกการเรียนรู้เอาไว้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการใช้งานในอนาคต ครับ
ครูมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่ผมอยู่ ... น่ากลัวเชียวแหละ เรื่องแบบนี้
เดี๋ยวจะไปเปิดดูน้องสาวคนงามที่ทำงานนะครับ .. ตอนนี้อยู่บ้าน มันอ่อนด๋อย 555
ขอบคุณครับ :)
โหวต .. คุณ Sila Phu-Chaya 1 เสียง สำหรับเดือนนี้ครับ ;)
คุณ Sila Phu-Chaya ครับ ... การเขียนบันทึกลักษณะนี้ คาบเกี่ยวกับความรู้สึกพอสมควร ทั้งในแง่ดี หรือ ในแง่ดี ขึ้นอยู่กับลักษณะของคน ๆ นั้นว่าจะคิดอย่างไร
บางคน (ผู้บริหาร) บอกว่า นี่เป็นการนำเรื่องภายในออกมาแฉ
บางคน บอกว่า เป็นการวิเคราะห์งานที่ออกมาหาทางแก้ไข
บางคน บอกว่า เป็นการระบายความทุกข์ใจ
บางคน บอกว่า เขียนเอาเรื่องดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่นหรือเปล่า
บางคน บอกว่า เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัลยาณมิตรที่จริงใจ
เพื่อนที่รู้จักผมดี จะทราบว่า ผมเลือกข้อใดครับ หรือเลือกทุกข้อดีเอ๋ย
ขอบคุณ ฟ้ายังฟ้าอยู่ ครับ :)
^_____^
ขอบคุณครับ น้อง สี่ซี่ ... ทะเลนั้นเป็นเหมือนถิ่นของเรา ;)
ขอบคุณมากครับ คุณ Sila Phu-Chaya ;) ...
มันคือ ... หน้าที่ของนักวิชาการจริง ๆ ครับ ... ภาพที่คุณ Sila Phu-Chaya กล่าวไว้ ชัดเจนนัยน์ตา ครับ
อย่าลืมมาร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์กันนะครับ :)
ขอบคุณมากครับ คุณ ครูแป๋ม ครับ ;)
เป็นกำลังใจให้อาจารย์นะคะ
ฝากภาพเส้นทางแม่ฮ่องสอนของอาจารย์มาเตือนความทรงจำ
เพื่อบอกว่า เป็นกำลังใจให้อาจารย์อีกนะคะ
ขอบคุณมาก ๆ ครับ คุณ ครูอรวรรณ ;) ... สู้เพื่อความดีที่คงอยู่ครับ
เรียนอาจารย์เสือ
อยากบอกว่าถูกใจครูต้อยมาก
แต่อาจสร้างความคิดหลากหลายให้คนอื่น
ช่างหัวไอ้เรืองปะไร 555+
ทำใดก็ทำไปเถอะ ทำให้ประเสริฐเป็นดีที่สุด
ทำดีไม่มีใครด่า
ถ้าทำยักท่าบ้านเมืองจะทรุด เอิ๊กๆๆ
ครูต้อยเรียกแต้มสะสม
ของอ.มหา'ลัยเรียกอย่าง ครูประถมเรียกอย่าง
แต่ช่างมันเถิดเรียกอะไรเหล่ากงๆสอนว่าแป๊ะเอี่ย
เห็นมามากแล้วทำอะไรไม่ถูกต้อง
หากตัวเองไม่ได้รับกรรม
ลูกหลานก็รับแทน หากลูกหลานไม่ได้รับอีก เหลนยังมี
อ่านแล้วมีกำลังใจสู้
คนดีมีอยู๋ทั่วทุกมุมโลกจริงๆ
แบบนี้เลยใช่ไหมค่ะ
เสียวโค้งๆ
แล้วไปนั่งรอเมื่อไหร่อ.เสือจะปีนเขาขึ้นมาสอนครูต้อยบ้าง