กระบวนการในภาคบ่าย ... เรากลับมานั่งล้อมวงกันอีกครั้งแต่ไม่ได้แยกกลุ่มแยกวงเหมือนภาคเช้า ความเป็นอิสระเพิ่มมากขึ้น มาถึงช่วงบ่ายนี้เราต้องการสร้าง node หรือเครือข่ายทีปรากฏ...

แต่ก่อนที่จะเริ่มการไปสู่การสร้างเครือข่าย เราได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค้นหา "ต้นทุน" ที่มีอยู่ในพื้นที่ในชุมชน เพราะหากเราไม่สามารถมองหาหรือค้นหาต้นทุนพบแล้ว ก็ยากที่เราเคลื่อนไปสู่การทำงานที่สอดคล้องกับบริบทได้อย่างแท้จริง มันก็คงไม่ผิดกับภาพเดิมๆ ที่วิ่งหอบและเร่ยัดเยียดความรู้สู่ชุมชน

สำหรับกระบวนการนี้...ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้คอยอำนวยเท่านั้น และให้พี่น้อย - นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลตาดทองเป็นคนสรุปเป็นภาพให้เห็น (mental model) จากความไม่คุ้นชิ้นที่ให้มองในด้านบวก ทำให้ยังมบางท่านที่เพ่งเล็งไปแต่เรื่องของปัญหา ภาพลบ ข้อเสีย ข้อด้อย แต่กระบวนการกลุ่มก็นำให้บุคคลที่มองลบได้ฝึกมองด้านบวกสำเร็จ เรียกเสียงปรบมือหลายครั้งจากในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้...

กระบวนการได้ดำเนินมาถึง...การสรุป "ต้นทุน" ที่มีอยู่ เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็ได้รับความเมตตาจาก "พระนักพัฒนา" พระอาจารย์พิทยา วัดป่าหนองไคร้ และพระอาจารย์ภูริฑัต ที่เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลพนมไพร ซึ่งท่านอยู่ในระหว่างลาอุปสมบท ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ด้วย

จากที่ทุกคนนั่งอยู่... เราได้ลองแยกกลุ่มโดยนำกรอบของหน้าที่การงานมาแบ่ง เราพบว่าคนที่นั่งอยู่นี้มีแยกออกเป็น

  • วงผู้นำทางด้านจิตวิญญาณ
  • วง อสม
  • วงบุคลากรทางด้านสาธารณสุข
  • วงภาคการเมืองท้องถิ่น
  • วงแกนนำอาสาสมัครที่มีขอบข่ายการทำงานแบบ NGO
  • โรงเรียน

จากนั้นเราให้แต่ละวงช่วยกันสกัด "บทบาท" ของตนเองที่มีต่อการขับเคลื่อนเรื่องการเลิกสุราและนำไปสู่ความยั่งยืนในชุมชน

จากที่ได้ใช้เวลาในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สกัดความรู้ที่มีต่อมุมมอง บทบาทของตัวเอง ทำให้เห็นความเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้นของการทำงาน หัวใจข้าพเจ้าพองโต...ภาพที่คนในพื้นที่ "ยโสธร" ได้มาร่วมเป็นผู้กำหนดทิศทางของการขับเคลื่อนการทำงานด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของ...นี่ มันเป็นพลัง พลังที่ยิ่งใหญ่ จากภาพของการถูกกำหนดให้ทำ วันนี้เปลี่ยนมาเป็นการสนับสนุนให้เกิดการได้คิดและขับเคลื่อนการไหลวนแห่งเส้นทางความรู้สู่สายธารทางปัญญา...

มันเป็นอีกหน่อแห่งพลังการงานที่นำไปสู่ความอุดมแห่งวิถีได้

การได้มาร่วมกันบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางปัญญา อันมาจากการดึงศักยภาพด้านความดี ความงามที่มีอยู่ในจิตใจ ภายใต้บรรยากาศแห่งความเป็นอิสระที่ปราศจากความมีอคติ ที่สะท้อนถึงว่าได้มีการเปิดประตูใจสู่การเรียนรู้เกิดขึ้นแล้ว ...

 

พระอาจารย์ต้อ หรือพระอาจารย์พิทยา ท่านเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีความเข้มแข็ง และทำงานด้านนี้ต่อเนื่องมาหลายปีที่จะช่วยในเรื่องการพัฒนาแห่งภายในของเด็กและเยาวชน การบำบัดยาเสพติด การคืนคนดีสู่สังคม...

ท่านชี้ให้เห็นจุดเริ่มแห่งมิติการขับเคลื่อนการงาน ที่ควรเริ่มจากภายใน ท่านบอกว่าหน้าที่ของท่านตามบทบาทที่ท่านมีและทำได้ อย่างเต็มที่ คือ การเสริมสร้างกำลังแห่งภายในของบุคคลให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง...

 

พ่อปิ๊ก ที่ชอบให้เราเรียกว่าพี่ ด้วยวัย 61 ปี ยังเข้มแข็งที่จะมองหาหนทางไปสู่การทำงานเชิงรูปธรรม

และพี่น้อย - นักการเมืองท้องถิ่น ที่เป็นผู้นำในการมองหาต้นทุนทางสังคม...

 

พี่อิทธิ...นักสารสนเทศ ที่ได้ชวนคิดชวนมองต่องานประจำของตนเอง มาสู่การขับเคลื่อนและสนับสนุนกระบวนการพัฒนาพื้นที่ในบ้านตัวเองได้อย่างเต็มใจ พี่อิทธิบอกว่า จะเป็นในส่วนของผู้เป็นตัวเชื่อมความรู้ไปสู่การถ่ายโยงความคิด

และหมอชาญ...ผู้ที่เคยมาร่วมกระบวนการในครั้งแรกนั้น ยอมรับกับเราว่ายังเป็นผู้ดื่ม แต่พอมาวันนี้ พี่ชาญบอกว่า หากตนเองไม่ทำตัวเป็นคนต้นแบบแล้วจะไปขับเคลื่อนทางด้านสุขภาวะได้อย่างไร วันนี้พี่ชาญหน้าตาสดใส มุ่งมั่นต่อการงานมาก...

กระบวนการที่เกิดขึ้น...นี้ สะท้อนเห็นพลังใจ จากหน่อเล็กๆ ที่หล่อหลอมกัน พยุงกันและกัน เชื่อมโยงกันและกันไปสู่การขับเคลื่อนและพัฒนา...