ผมเพิ่งกลับมาจากการไปจัดนิทรรศการแสดงผลการวิจัยที่ นราธิวาสครับ ไปตั้งแต่เมื่อวาน เป็นงานของโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่าง ก.ศึกษาธิการ กับสกว. ซึ่งผมก็รับทุนจากโครงการนี้มาทำวิจัยหนึ่งเรื่องครับ คือ ระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องไปนำเสนอผลงานครับ เป็นผลงานระหว่างการดำเนินการครับ เนื่องจากโครงการเสร็จไปเพียงระยะที่หนึ่งครับ กำลังเตรียมงานสำหรับระยะที่สองอยู่

ก่อนหน้าที่หลายวันก็ทำโปสเตอร์สำหรับงานนี้ครับ ใช้เวลาไปหลายวัน พร้อมๆ กับเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ งานอื่นๆ ช่วงนี้ก็เยอะจริงๆ ครับ คิดอะไรไม่ค่อยจะทันเลยครับ งานนิทรรศการครั้งนี้ผมเลยไม่ได้พาอะไรไปเลย นอกจากโปสเตอร์ที่ทำเสร็จแล้ว ซึ่งผมทำอย่างหรู่ครับ ทางโครงการให้งบไว้สำหรับนิทรรศการ หนึ่งหมื่นบาทครับ ผมทำไปหมื่นห้าพัน ซึ่งผู้ประสานงานก็บอกว่าถ้าใช้เกินก็ให้เอาไปเสร็จไปเบิก แต่คิดไปคิดมาก็อายเหมือนกันถ้าจะไปเบิกอีก ก็คนอื่นๆ ไม่มีใครเบิกเพิ่มเลย ฮิฮิ แต่ที่ลงทุนไปเยอะก็เพราะทราบว่า จะต้องเอางานนี้ไปจัดอีกครั้งครับ เลยคิดว่าไม่เป็นไร ทำให้ดีเสียทีเดียว

ด้วยไปแบบมือเปล่า แล้วก็ไปเจอเต้นท์เปล่าๆ เลยต้องตระเวนหาอุปกรณ์กันจ้าละวัน งานนี้นึกถึงแบร์อัดลีย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ขึ้นมาจับใจครับ เพราะเวลาไปไหนกับท่านนี้ละ ผมสบายไปแปดอย่าง แค่ออกแบบแนวคิด ที่เหลือแบร์ลีย์แก่ทำให้ได้เหมือนคิดทุกอย่างครับ

(ที่เห็นมีผ้ามาผูก มีต้นไม้ อันนี้ได้รับอนุเคราะห์จากบูทของ ผศ.ดร.คณิตตา นิจจรัลกุลครับ)

งานนิทรรศการผมรอบนี้เลยเรียบๆ ครับ ไม่ได้มีสีสรรอะไร นำเสนอผลงานล้วน แต่คำถามผมคือ จะทำอะไรให้คนเข้ามาชม ซึ่งผมก็เตรียมอุปกรณ์ไว้แล้วครับคือ จอ lcd 22 นิ้ว เมื่อคืนก็เลยต้องรีบทำฟรีเซนต์เตชั่นโครงการ โดยงานนี้ผมเลือกใช้ flipalbum งานนี้ผมมีเหตุผลที่เลือกใช้โปรแกรมนี้ครับ ซึ่งปรากฏประสบความสำเร็จอย่างคิดเลยครับ ใครเดินผ่านบูทผมต้องแวะดูเกือบทุกราย อัลฮัมดุลิลลาห์

(จอ LCD ผู้ช่วยตัวเก่งของงานนี้เลยครับ มันดูสวยถูกที่จริงๆ)

จะเห็นว่า ที่ตั้งโชว์หนังสือคู่มือ ทำจากฟิวเจอร์บอร์ดครับ ปรากฏทำแล้วดูดีครับ ทำให้บูทข้างๆ ขอให้ทำให้ด้วย ถือเป็นนวัตกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ ความจริงคือ ไปหาซื้อแล้วครับ แต่ไม่มีที่ถูกใจ เลยทำเองดีกว่า ฮิฮิ ผมไม่รู้ว่า ท่านรัฐมนตรี จะเดินมาจากทิศไหนครับ ผมเลยต้องออกแบบบูทของผมให้สามารถรับแขกได้จากทุกทิศครับ ซึ่งปรากฏท่านเดินมาอีกทางหนึ่งครับ ผมทราบทิศทางผมก็ปรับแต่งใหม่ทันที

(ผู้ช่วยวิจัยครับ ทีแรก บอกว่า ทำไม่เป็นครับอาจารย์ ไม่เคยทำ สุดท้ายเป็นทุกเรื่องที่ผมให้ทำ แถมทำได้ดีด้วย แต่ต้องสอนก่อน)

ช่วงของพิธีเปิด ผมไม่ได้อยู่ในห้องประชุมครับ เพราะต้องออกมารอเตรียมต้อนรับที่บูท ก็เลยไม่ได้ฟังครับว่า ท่านประธานคุยอะไรบ้าง ปรากฏท่าน รมต.มาที่บูท ผมก็คิดว่า ผมคงไม่ได้แนะนำตัวแน่ๆ เพราะเห็นบูทข้างๆ (ซึ่งติดกันเลย) ท่านเข้าประกบเลย ผมเลยยืนดูเฉยๆ เนื่องจากทำงัยก็ รมต.คงมองคนตัวเตี้ยงอย่างผมไม่เห็นแน่ๆ ฮา

ปรากฏผิดคาดครับ ท่านอาจารย์ อมรวิชช์ แหวกผู้คนพาท่าน รมต.มาที่บูทผมครับ แล้วก็แนะนำว่า นี่งัยครับท่าน งานวิจัยที่ท่านตั้งคำถามว่า มีงานวิจัยอะไรบ้างที่ช่วยในการพัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ท่านอาจารย์จารุวัจน์ สองเมือง จาก มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ท่านทำวิจัยเรื่องของคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามอยู่ครับ ผมพูดเพียงว่า ครับ (จบแล้ว)

(ภาพที่นุ่มลื่นจากจอ LCD ทำให้คนต้องแวะมาดูครับ)

ภายหลังท่าน รมต. ผ่านไป สักครู่ อ.คอเหล็ดก็มาบอกว่า ท่านเจ๊ะอามิงต้องการคู่มือทั้งหมดของโครงการไปเสนอท่านรัฐมนตรี ผมก็เลยให้อ.คอเหล็ดนำไปมอบให้ แต่ดูเหมือนจะทุลักทุเลมาก เลยเก็บไว้ก่อน ต่อมา ดร.โอ๋ ก็มาบอกว่า ผมต้องเป็นคนเอาคู่มือทั้งหมดของงานวิจัยนี้ไปมอบให้ท่านรมต.เอง เพราะเป็นงานที่ท่าน รมต.ต้องการได้ข้อมูลมากที่สุด ฮือ งานเข้าครับท่าน

ผมถูกนำตัวไปรอท่านรมต.หน้าห้องรับประทานอาหารครับ งานนี้ผมไม่ถนัดครับ เลยรบกวนท่านอาจารย์อมรวิชช์ ว่า รบกวนอาจารย์เป็นคนมอบได้มัยครับ เรื่องแบบนี้ผมไม่เป็นจริงๆ สุดท้ายอาจารย์ก็ช่วยครับ แล้วก็มีกรณีเปรียบเทียบทันทีครับ เมื่อ อ.กรวิภา มอบหนังสือจากงานวิจัยของท่านให้กับ รมต. ดร.โอ๋เลยบอกว่า เห็นมัย อาจารย์โดนแย่งซีน อาจารย์น่าจะเป็นคนมอบและชี้แจง

ผมยอมรับครับว่า ผมเป็นแบบนี้จริงๆ ถ้าเป็นการเสนอผลงานตัวเองแล้ว มันพูดไม่ออก แต่ต่างกันนะครับ ถ้าให้ผมขึ้นเวที แล้วเอาไมค์จอปาก แบบนี้พูดได้เป็นวันๆ (ฮา) แต่ต้องเข้าใจครับว่า บางทีการขับเคลื่อนงานวิจัยชิ้นใหญ่มันต้องใช้วิธีการแบบนี้ แล้วงานนี้ รมต. ท่านต้องการข้อมูลเอง ผมก็ยังไม่สามารถนำเสนอได้เลยครับ (แย่จริงๆ ข้าพเจ้า)

ทีมงานผมไม่ได้ถ่ายรูปตอนผมยืนข้างรมต.เลยครับ เพราะผมลืมพาที่ชาร์ตแบตฯ ของกล้องถ่ายรูปไปด้วย แล้วแบตฯ ก็หมดตั้งแต่ตอนเช้าเลย (ฮือ อีกเรื่องหนึ่ง)

จากการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ได้รับทราบครับว่า งานวิจัยชิ้นนี้เป็นที่สนใจและต้องการของโรงเรียนต่างๆ มากครับ ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียเอกชนสอนศาสนาอิสลาม แต่โรงเรียนประถมและผู้ประเมินหลายท่านมาขอเอกสาร แต่นั่นแหละครับ ไม่มีแจกครับ ทำได้แค่ช่วยไปโหลดจากเว็บนะครับ บางท่านมาขอซื้อคู่มือเลยครับ จากการตอบรับอย่างนี้ กำลังใจของคนทำงานพุ่งเกินร้อยเลยครับ

ออ. ก่อนเจอ รมต. แบร์มะ ตาบา (นักธุรกิจ นักวิจัยและนักกิจกรรมชุมชน) พาผมไปแนะนำตัวให้กับท่านอาจารย์วิทยา วิเศษรัตน์ครับ ท่านไม่บอกชื่อ แต่บอกเจอตัว ท่านถามผมว่า รู้จักมัย ผมบอกว่ารู้จักครับ อาจารย์ท่านนั่งรถเข็นครับ ท่านให้กำลังใจผมเยอะครับ ท่านบอกว่า ไม่ว่าอยู่สภาพไหนก็ทำงานได้ทั้งนั้นแหละ เพียงแค่อย่าคิดว่ามันเป็นอุปสรรค์ (อามีน)

แบร์มะ พยายามจะให้ผมเล่าว่า ผมทำวิจัยเรื่องอะไรบ้าง เป็นประโยชน์กับมุสลิมอย่างไร แต่สุดท้ายท่านก็เป็นคนเล่าให้อ.วิทยา ฟังเองครับ ฮา ก็ผมมันเป็นอย่างนี้จริงๆ (น่าเขกหัวจริงๆ) ท่านแนะนำผมรู้จักกับผู้บริหารธนาคารอิสลามหลายท่านครับ แล้วท่านก็มาว่าผมทีหลังว่า นี่ขนาดพาไปรู้จักผู้ใหญ่แล้ว จะมอบนามบัตรให้เขาบ้างเป็นการแนะนำตัวก็ไม่ทำ อาจารย์อีย์นี่ (ไม่ได้เรื่อง) ผมก็ตอบไปว่า ก็ผมไม่มีนามบัตรนิแบร์ จะมอบให้ใครได้ละ (ปัญหาเก่า)

ประเด็นเรื่อง นินทาคนอื่น (ในแง่ดี) เก่ง แต่คุยเรื่องตัวเองไม่เป็น ไม่ใช่เกิดขึ้นในทุกสถานการณ์สำหรับผมนะครับ อย่างที่บอกคือ ถ้าเป็นในกรณีของการคุยแบบวิชาการ เป็นทางการ ขึ้นเวทีคุย ผมทำได้ดีครับ และช่วงบ่ายก็เป็นเวลาของผมในการนำเสนอโครงการ ฮือ แต่แล้ว ได้คุยเพียงสองนาที เวลาก็หมด ฮือออออ

 ออ. อีกเรื่องเพื่อแจ้งข่าว วันนี้ต้องโทรไปขอเลื่อนการจัดอบรมการใช้ moodle ให้กับสาขาวิชาอูศูลุดดีนครับ ซึ่งจะจัดในวันจันทร์นี้ เนื่องจากมีงานด่วนต้องจัดการครับ ที่สำคัญต้องการพักงานอบรมสักนิดหนึ่ง เนื่องจากมันแน่นมากไปนิดหนึ่ง สมองมันคิดไม่ทัน