|
ที่โรงแรมอมารีออคิด รีสอร์ทฯ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 30 พ.ค. มีการจัดเสวนาเรื่อง “การศึกษาไทยในภาวะวิกฤตของประเทศ” จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) โดย ดร.รุ่ง แก้วแดง อดีต รมช.ศึกษาธิการ กล่าวยอมรับว่าคุณภาพการศึกษาของไทยต่ำ และมีความอ่อนแอตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับอุดมศึกษา “ทุกครั้งที่เกิดอะไรกับประเทศไทย การศึกษาจะตกเป็นจำเลยทุกครั้ง แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธว่าคุณภาพการศึกษาไทยทั้งต่ำและเตี้ยคู่กันจริง ๆ เราอ่อนแอตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงอุดมศึกษา โดยเฉพาะอุดมศึกษาทุกวันนี้แต่ละมหาวิทยาลัย เหมือนแค่ร้านสะดวกซื้อที่ไม่ได้สอนคนแต่มีไว้ขายปริญญา มีการเปิดศูนย์สาขาขยายไปทั่ว บางแห่งก็ไปเช่าสถานที่โรงเรียนประถมหรือโรงแรม และมีการพูดกันว่าหากใครอยากได้ปริญญาโทก็จ่าย 1 แสน จ่ายครบจบแน่ ส่วนระดับปริญญาเอกก็ 3 แสนบาท และบางแห่งยังมีเงินให้กู้เรียนได้อีกด้วย ซึ่งผมกำลังคิดว่าจะฟ้องศาลปกครอง เพราะหากเราปล่อย ให้สถาบันเหล่านั้นผลิตคนไม่มีคุณภาพ ออกมาก็จะส่งผลเสียต่อประเทศอย่างมาก” |
การปฏิรูปการศึกษาดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 นับเนื่องมาสิบปี ผลสรุปออกมาตรงกันหมดคือ การปฏิรูปล้มเหลว เพราะมัวแต่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจัดการศึกษา ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน ทุกฝ่ายก็โทษกัน ทุกฝ่ายก็บอกว่าอีกฝ่ายหนึ่งผิด นักการศึกษาโทษนักการเมือง นักการเมืองโทษข้าราชการ ข้าราชการโทษนักการศึกษา ไม่มีใครบอกว่าเด็กคิดอะไรอยู่ ทุกคนมองแต่ประโยชน์และระวังการเสียผลประโยชน์ของการปฏิรูปการศึกษา คุณภาพการศึกษาจึงกลายเป็นมุมมองของแต่ละฝ่ายว่าตนจะได้ประโยชน์อะไรจากการปฏิรูปการศึกษา ไม่มีใครบอกว่าเด็กจะได้ประโยชน์อะไรจากการปฏิรูปการศึกษา เพราะเขียนเอาไว้แล้วให้ไปอ่านเอง แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เกิดมรรคผลใด ๆ
หัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาจึงมีไม่กี่เรื่อง แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำที่หัวใจ ไปเน้นที่การแต่งหน้าแต่งตา เช่น โครงสร้างกระทรวง หน่วยงาน งบประมาณ องค์กรใหม่ เทคนิคบริหารใหม่
แต่หัวใจคือ
- การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
- การผลิตครูในลักษณะที่เป็นทุน เหมือนนักศึกษาแพทย์
- การเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ที่เน้นการวิเคราะห์ สังเคราะห์
ทุกฝ่ายเข้าใจ ทุกฝ่ายเห็นด้วย แต่ก็ยังไม่เป็นรูปธรรม
เมื่อหวังอะไรไม่ได้จากฝ่ายการเมืองเพราะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หวังจากภาคประชาสังคมก็ย่อมยากเพราะทุกฝ่ายก็อยากรอการเมืองนำหน้า มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นสูญเปล่า
โจทย์นี้ยากนัก แต่เดิมพันด้วยประเทศไทย
เดลินิวส์ 1 มิ.ย.2552
'ดร.รุ่ง'สวดการศึกษาไทยมาตรฐานตํ่า
ทิศทางของการศึกษา คือ ห้วงเวลาที่ต้องทบทวน เพราะปัญหาที่จะส่งต่อเนื่องทางการศึกษาที่จะส่งต่อสามจังหวัด คืออีกหลายๆปัญหาตามมาครับ...คืนครูให้นักเรียน คือ ความเพียรอยากให้เกิดขึ้นครับในพื้นที่ครับ ขอบคุณข้อมูลดีๆๆแก่แวดวงการศึกษาครับ
สมมติฐานแรก ถ้าครูมีวิทยฐานะ เงินตอบแทนสูงจะมีขวัญกำลังใจในการทำงาน อันจะส่งผลให้คุณภาพการศึกษาสูงขึ้น
เวลาผ่านไป...ครูได้รับวิทยฐานะกันเกือบทั่วหน้า ด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ที่ ดร.รุ่ง กล่าวไว้...ผลที่ปรากฎ...การศึกษาก็ยังมาตรฐานต่ำกว่าเดิม
บทเรียนนี้ได้พิสูจน์อะไร ???
ครู ไม่จำเป็นต้องมีอาชีพครู ครูคือผู้ให้ ไม่ใช่คนรับจ้างสอน
ในฐานะครู...เห็นปัญหาหลายประเด็นทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านหลักสูตร ด้านครูและบุคลากร ด้านทรัพยากรสนับสนุนการเรียนการสอน และด้านผู้เรียน แต่บางปัญหาเกินกำลังการจัดการของครูระดับผู้สอนนะค่ะ...แต่ยังดีใจที่ท่านนายกฯ ให้ความสำคัญกับการศึกษา...ก็ถือเป็นสัญญานที่ดี...ทั้งนี้อย่าโทษ หรืออย่าหาคนผิดเลยค่ะ..ทุกระดับทำให้เต็มที่ เต็มความสามารถ เสียสละ..เหนื่อยหน่อยแต่ต้องทำนะค่ะ
เพราะขาดผู้นำที่เข้มแข็งและที่สำคัญมีแต่คนพูด แต่ไม่มีคนทำ
1. คงต้อง "ทำใจ"
2. ต้องเริ่มที่ "ตัวเอง"
ขอบคุณครับ
ครูยังไม่วิธ๊การสอนแบบเดิม ในขณะที่งานอื่นก็ต้องทำ