นักเรียน กับ การเข้าค่ายธรรมะ

          ข่าวนักเรียนเข้าค่ายธรรมะที่จังหวัดพิจิตร เป็นข่าวที่โด่งดัง  ล่าสุดเมื่อเช้านี้ ( 1 มิถุนายน 2552)  นักข่าวก็ยังนำข่าวดังกล่าวมานำเสนอและวิเคราะห์ข่าวอีก

          นักข่าววิเคราะห์ข่าวได้ถูกใจครับ  โดยบอกว่าการนำนักเรียนเข้าค่ายธรรมะ  ต้องดูจริตของนักเรียน  เพราะวัยเด็กไม่เหมาะที่จะมาฝึกปฏิบัติธรรมที่วัดด้วยการให้มานั่งสมาธิ   หรือมาฝึกปฏิบัติธรรมด้วยวิธีการของพระ  การให้เด็กมาปฏิบัติธรรมด้วยการนั่งสมาธิที่วัดหรือวิธีการของพระ   ต่อไปเด็กจะเบื่อพระ  เบื่อศาสนา

          สำหรับผมเอง รับผิดชอบเรื่องค่ายคุณธรรมของ สพท.ตราด  ได้งบประมาณค่อนข้างมาก   ก่อนนำเด็กเข้าค่าย ผมได้บอกหลักการว่าไม่เน้นการเข้าค่ายธรรมะที่เน้นรูปแบบทางพระ  ประเภท นั่งสมาธิ เดินจงกรม สวดมนต์ ฟังพระเทศน์   แต่ขอให้เน้นการพัฒนาคุณธรรมที่ยึดการแสดงออกของเด็ก  โดยใช้คำว่า Active learning

          หลายค่าย ก็เข้าใจดีครับ  จัดกิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรมแบบ Active learning  เด็กสนุก  เกิดปัญญา และ ซึมซับคุณธรรมจากกิจกรรมที่ครูจัดให้

         แต่ก็มีอีกหลายค่ายครับ  ที่ยังคงโยนภาระไปให้พระทั้งหมด  ผมเข้าไปสังเกตการณ์ดูแล้ว  สงสารเด็ก  และ "พุทธศาสนา" ครับ   แสดงว่าคุณครูยังไม่เข้าใจ  ถึง จริตเด็ก   “Active learning”  และ "พุทธวิธีในการสอน"