กิจกรรมภาคบ่าย ถ้าไม่ดีจริง ไม่นิ๊งจัง คนจะนั่งหลับ หรือกลับก่อนเวลา

        กิจกรรมภาคบ่าย (ชั่วโมงปราบเซียนของวิทยากร) ถ้าไม่ดีจริง ไม่นิ๊งจังคนจะนั่งหลับ หรือกลับก่อนเวลายิ่งถ้าผู้หลักผู้ใหญ่มาปิดงาน ส่วนมากจะปิดให้เก้าอี้ฟังมามากเวทีแล้ว    แต่วันนี้ อาจารย์ ขจิต ท่านฟิตจัด   เห็นผู้เข้าร่วมงานต่างวัยหลายอายู  หลากอาชีพ ท่านจึงหยิบกิจกรรม จับมือกันให้มั่น แล้วช่วยกัน ข้ามๆลอดๆ  อย่าปล่อยมือ อย่าปลอยมือ คือกติกา อธิบายความได้ว่าการแก้ปัญหา ต้องแก้ตรงจุดที่เป็นปัญหา 

     แล้วเวลาสำคัญก็มาถึง คือ world cafa แลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือเวทีที่ภาคชาวบ้านเรียกว่า "จิบ  จอย  จูน "(จิบ น้ำชา จอย สนทนา จูน ความคิดให้ตรงกันก่อนตัดสินใจทำงาน)ได้โต๊ะหลังสุดจากเวที มีเพื่อนร่วม จอย  และอีกท่านคุณครูผู้หญิงถึงตอนนี้จำชื่อท่านไม่ได้แล้ว  ต้องขออภัย แทบไม่ต้องแนะนำตัว เพราะนั่งโต๊ะเดียวตั้งแต่ตอนเช้า

    เข้าสู่ โจทย์ ข้อที่ หนึ่ง "เราฝันถึงสังคมแห่งความรู้  เราจินตนาการว่าทุกคน จะได้รับความรู้อย่างเท่าเทียม แต่...ภาพความจริงที่ท่านเห็นเป็นอย่างไร  

   น้องอังสุมาลี รับหน้าที่ ลิขิต   อาจารย์ จารุวัจน์ เริ่มเล่าเป็นคนแรก สรุปความจากเรื่องเล่าว่า   ในหน่วยงานทุกคนทำโปรแกรมใช้ในหน่วยงาน พอโปรแกรมทำเสร็จไม่สามารถเอาไปใช้งานได้  ติดปัญหาแก้ไม่ได้    ทุกคนก็กลับไปใช้โปรแกรมตัวเดิม แต่อาจารย์ไม่ยอมแพ้ "ปล้ำผีลุก ปลุกผีนั่ง"  อยู่หน้าจอหลายวัน ไม่ไปใหน จนคืนหนึ่งเพื่อนๆอาจารย์ด้วยกันเป็นห่วงมาชวนออกไปกินน้ำชา แล้วก็จอยกันเรื่องโปรแกรมเจ้าปัญหา   ในวงจิบน้ำชามีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นอาจารย์แต่มีความชำนาญเกี่ยวกับโปรแกรม ได้แนะนำว่า....เป็นคำภาษาอังกฤษเกี่ยวกับศัพท๋คอมพิวเตอร์ ผู้เขียนใช้วิจารณญาณแล้วสื่อสารไม่ได้  ฮาๆๆๆ  แล้วอาจารย์กลับไปแก้ไขใช้งานได้มาถึงปัจุบัน 

    อาจารย์บอกว่าความรู้จากตำราเอามา จูน กับความรู้ในตัวคน เกิดเป็นความรู้ที่ใช้อยู่ในขณะนี้   นี่เป็นเพียงตัวอย่างในการ จิบและ จอย ยังไม่ได้ จูน โปรดติดตามตอนต่อไป