ดีใจมากที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน G2K ไม่เคยคาดฝันว่าจะได้พบ blogger ในฝันของเราหลายคน

     เสียงเพลง Happy Birthday to You ดังขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิดของ Gotoknow 4 ปีเต็ม  citrus เองเป็นสมาชิกของ Blog คนทำงานนี้มา 2 ปี แล้วเช่นกัน ผ่านไปรวดเร็วดีจริง

      กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ ทำให้หลายคนที่เคยอ่าน หรือ พูดคุยกันใน blog มีโอกาสได้มาเจอตัวเป็นๆ ช่างน่าตื่นเต้น และมีความรู้สึกหลากหลาย...

      เริ่มจากเช้าวันอาทิตย์ ที่ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่  ไปถึงสนามบินดอนเมืองตั้งแต่ 8 โมง เครื่องนกแอร์กำหนดออก เก้าโมงยี่สิบนาที เฮ้ออ... ต้องรอเงก  พอไปถึง counter check in เห็นปุ๊บตรงรี่เข้าไปปั๊บ  อีกแล้ว จำไม่ได้เหรอไง เมื่อสองปีก่อน ก็อย่างงี้แหละ เข้าไป check in โดยไม่ได้นำกระเป๋าเดินทางไป scan ก่อน ครั้งนั้นก็วุ่นวายจนเกือบจะตกเครื่องบิน ปล่อยไก่โต้งไปหลายตัว พอ scan กระเป๋าเสร็จ ก็ไม่ยอมหยิบมา check in ด้วย คิดไกลไปหน่อย ว่ามีสายพานพากระเป๋าวิ่งตามหลัง  เลยโดนพนักงานขึ้นเสียงสูงผิดปกติ  เอาเถอะ เป็น เด็กโง่สักวัน

     ตอนเดินไปนั่งรอขึ้นเครื่อง มันเงียบเหงาจังเลย เป็นครั้งแรกที่ต้องเดินทางคนเดียว ดีที่เอาหนังสือมาเป็นเพื่อนคลายเหงา  เก้าโมงได้ตรงดิ่งขึ้นเครื่อง หลับไปหนึ่งตื่นเริ่มปวดแก้วหู ก็เป็นสัญญาณบอกว่า เครื่องกำลังลดระดับแล้ว ลงจอดเทียบท่า เดินมาถึงทางออกผู้โดยสาร ไม่เห็นมีใครมารับเลย รีบหาโทรศัพท์ทันที จนในที่สุดได้เจอกลุ่มที่มาสายการบินไทย สัก 11 โมงเศษจึงมีรถตู้มารับ เห็น อ.ขจิต ฝอยทองค่อยใจชื้นทันที จำได้ว่า มี อ.ทัศนีย์ คุณชายขอบ น้อง Arty คุณชิตพงษ์ แล้วก็อีกหลายคน ที่มาคันเดียวกัน พอถึง หาดใหญ่ พาราไดซ์ ผิดจากจินตนาการ ตอนแรก คิดว่าจะอยู่ชานเมือง แต่รอบๆ โรงแรม มีตึกแถวเต็มเลย

*********************************************************

     งานทางการเริ่มบ่ายโมง สมาชิกนั่งกับพื้นเป็นวง แนะนำตัวกัน ดูแล้วมีไม่กี่สิบคน ยังจำกันไม่ค่อยได้ บางคนเคยเห็นใน blog แต่ที่รู้จัก จำไม่ได้ คือ อ.หมอ สกล ดีใจมากที่ได้เจอ แต่ไม่มีโอกาสพูดกับ อาจารย์เลยในวันแรก

      ตามธรรมเนียม คนในแวดวง KM ต้อง BAR (Before Action Review) เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยน สิ่งที่คนในกลุ่มคาดหวังที่จะได้จากการไปร่วมกิจกรรม ดูงาน ธนคารชีวิต วัดดอน ต.คูเต่า อ.เมือง ่ว BAR ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะตอนแรก แค่สงสัยว่า ธนาคารชีวิตคืออะไร แล้วก็คิดว่า เดี๋ยวไปเก็บเกี่ยวเอาตอนไปเจอของจริง  แต่จากการที่น้อง อาร์ม สุดน่ารัก มายั่วด้วยการพูดถึงธนาคารชีวิต มันก็ช่วยกระตุ้นต่อมอยากรู้ ประกอบกับ BAR ที่เค้นให้เราต้องคิด ทั้งที่ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก (ไม่รู้ดีหรือไม่ดี)

          พอไปถึงวัดจริงๆ พวกเรานั่งกันเบียดเสียด อากาศค่อนข้างอบอ้าว ประกอบกับเรื่องเล่าที่มีพลังของท่านเจ้าอาวาสอย่างท่านพระครูพิพัฒน์โชติ 

ผู้ริเริ่มความคิดพัฒนา ศ.สวัสดิ์ กาญจนสุวรรณ  ี่ป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ รวมทั้ง อ.สนิท ผู้อำนวยการโรงเรียน รายละเอียดของธนาคารชีวิต คงมี blogger ท่านอื่นเล่าไปบ้าง

         ิ่งที่ citrus ชอบใจคือคำว่า ธนาคารชีวิต คืออะไร มีคนพยายามถอดว่า หมายถึง เอาชีวิตมาผูกกันโดยใช้เงินเป็นอุบาย  เอ๊ะ หรือหมายถึง เอาชีวิตมาฝากร่วมกัน  หรือ เอาเรื่องเก็บเงินมาผูกกับชีวิต   .... ชาวบ้านเก็บเงินวันละบาท เดือนละ 30 บาท เอาเงินมากองรวมกัน ไม่มีดอกเบี้ยนะ แต่จัดสรรเงินนี้ให้คนอยากกู้ หรือช่วยเหลือยามเจ็บป่วย ช่วยการศึกษาเด็กยากจน กำพร้า

          พ่อท่านทอง บอกว่า คิดง่ายๆ  โยมอยู่ได้ วัดอยู่ได้ โรงเรียนอยู่ได้  เทียบได้เหมือนสามเหลี่ยม  (บ้าน วัด โรงเรียน= บ ว ร )  แสดงให้เห็นว่ามนุษย์นั้น ต้องอยู่เป็นสังคมที่มีความเชื่อมต่อกัน จึงจะเข้มแข็งอยู่รอด 

 

          ธนาคารชีวิต ตั้งมา 20 กว่าปีแล้ว มีการ copy model ขยายผลทั้งหมด 3 เครือข่าย แต่ละเครือข่ายมีสมาชิก 200-300 คน รัฐเคยยื่นหน้าเข้ามาดู และเสนอให้ตั้งเป็นสหกรณ์ แต่กรรมการไม่เอาด้วย ผู้นำเข้มแข็ง เป็นองค์กรจัดการตัวเอง เพราะหากมีผลประโยชน์เรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง อุดมการณ์หลักของธนาคารชีวิต อาจเบี่ยงเบน และไม่ยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้

          ้าเทียบ model ของธนาคารชีวิต กับ องค์กร ช่วงเริ่มต้น คือการนำสิ่งใหม่เข้ามา ต้องมีคนที่มองการณ์ไกล หรือเห็นปัญหาในพื้นที่ ผศ.สวัสดิ์ คงจะเป็นเหมือน นกอินทรี  ส่วนพ่อท่านทองเป็นที่ปรึกษา และออกโรงในช่วงแรก ก็เลยเป็นเหมือน นกฮูก บวก สิงโต แต่มาตอนหลัง ท่านเจ้าอาวาสลดบทบาทตัวเอง ไม่ออกหน้า ปล่อยให้ชาวบ้านเป็นผู้นำกันตามบทบาทฆราวาส  ชักชวนกันไปยังดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ จากหมู่บ้านที่ยากจน ไม่มีคอมมูนิสต์ รัฐก็เลยไม่เหลียวแล วิกฤตจึงกลายเป็นโอกาสที่ชาวบ้านต้องผนึกกำลังให้เข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้

          เอาล่ะ ดูงานเสร็จ มาสมทบกันที่ร้านอาหาร ทำ AAR กันก่อนกินข้าว ไม่เลยนะ setting แบบนี้ ไม่เคยเจอมาก่อนเหมือนกัน คำถามที่แต่ละคนต้องตอบในแบบฟอร์ม

          ความคาดหวังในการร่วมกิจกรรม

          สิ่งที่บรรลุตามความคาดหวัง

          สิ่งที่ไม่บรรลุตามความคาดหวัง

          สิ่งที่บรรลุเกินความคาดหวัง

          สิ่งที่บรรลุต่ำกว่าความคาดหวัง

          สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการร่วมกิจกรรม

          หลังร่วมกิจกรรมท่านจะนำแนวคิดของ กลุ่มธนาคารชีวิต ไปประยุกต์ใช้หรือไม่ อย่างไร

          อนกลุ่มช่วยกันถอด AAR ต้องตอบว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จของ ธนาคารชีวิต มีอะไรบ้าง โดยให้เราเหลือบดู คำถามในช่วง BAR ว่าตอบคำถามได้ทุกคำถามหรือไม่

         นาคารชีวิตคืออะไร เป้าหมายคืออะไร กระบวนการ ยั่งยืนได้อย่างไร กลุ่มคนสมาชิก ผู้เกี่ยวข้องมีใครบ้าง  มีปัญหาบ้างไหม  แก้อย่างไร  ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดคืออะไร ผลลัพธ์ การขยายผล เป็นอย่างไร

          สรุปว่าตอบได้หมดทุกคำถาม สิ่งที่เสียดายคือ เวลาน้อยไปหน่อย จึงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับชาวบ้าน ที่ชวนกันมาต้อนรับอย่างอบอุ่นท่ามกลางอากาศอบอ้าว ประทับใจจริงๆ