คนไทยยังเห็นแก่ตัวอีกมากครับ

            ช่วงนี้ผมไม่มีเวลาเข้าไปทักและตอบท่านเลยครับ คิดว่าขึ้นบันทึกใหม่แล้วจะกลับไปตอบท่านทั้งหลาย

            วันก่อนโน้น(แสดงว่านานแล้ว)ผมได้ไปงานขึ้นบ้านใหม่ พี่สาวและพี่ชายผม(คนญาติเยอะครับ)คือครูผดุงศิลป์และครูสุธีรา  เรืองสุวรรณ ที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม มีโอกาสได้พบกับลูกสาวที่นั้นอีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางฝนตกหนักมาก ขอบคุณพี่ชายและพี่สาวด้วยที่ต้อนรับอย่างดี และขอบคุณลูกสาวด้วยที่มาตามคำเชิญ

            ช่วงนี้จึงยังไม่อยากที่จะบันทึกเรื่องที่มันหนักๆมากนัก เอาเรื่องสบายๆก็แล้วกัน เก็บเล็กผสมน้อยจากการเดินทางมาเล่าสู่กันฟัง ต้องขอคุณน้องฟูอ๊าด ที่ได้ส่งหนังสือมาให้ผมได้รับแล้ว และผมยังต้องเป็นอย่างนามเบดูอินต่อไป คือคนเดินทาง

            ก็จะเก็บเรื่องที่มาจากการเดินทางนั้นแหละครับ ผมใช้บริการรถประถมบ่อยๆ เดี่ยวนี้เขากำลังแยกระหว่างประถมกับมัธยมแล้ว วันก่อนก็เห็นลูกแอ๊ดนำภาพมาให้ดู ต้องบอกว่าคนที่คิดรวมประถม/มัธยม คิดได้อย่างไรไม่รู้ แยกแบบเดิมนะดีแล้ว กลับมารวมหนนี้ก็รวมแบบมีเงื่อนไข รวมแบบครึ่งๆกลางๆครึ่งบกครึ่งน้ำ

            อ้าว....ไปพาดพิงการศึกษาจนได้ ต้องโทษรถประถมครับที่ทำให้ผมไขว้เขว เพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่า เดินทางบ่อยๆนั่งรถอะไร?...ผมบอกโดยไม่ลังเลว่าระดับผม ต้องนั่งรถดีหน่อยซิ.... รถอะไร เพื่อนถามย้ำ คงรำคาญแบบท่านผู้อ่านนี้แหละว่าไอ้ตาเบดูอินนี่ท่ามาก จะบอกก็ยักท่าอยู่นั้นแหละ ....บอกสักทีซิโว้ย นั่งรถประถมอย่างดีครับ..ผมตอบ เพื่อนรีบถามต่อ.. แล้วรถประถมอย่างดีนะคือรถอะไร....มันคงยั่วะผมแล้ว....รถปรับอากาศซิเพื่อน ผมบอก...แล้วมันประถมตรงไหนว่ะ ประถมนั้นนะมันโรงเรียน...เพื่อนถาม...รถปรับอากาศชั้นหนึ่งไงละ ผมตอบ...เจ้าเพื่อนรุกถามต่อ มันเกี่ยวกับประถมตรงไหน?ว่ะ ....ผมเลยบอกว่าแกลองอ่านข้างรถซิว่าเขาเขียนว่าอย่างไร?....เห็นเขียนว่า ป. 1“ ผมรีบถามต่อเลยว่า ป.1 เขาเรียกว่าระดับประถมใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆฮ้าๆ เพื่อนหัวเราะก๊าก ไม่ใช่ขำเรื่องนี้หรอก แต่ดูเหมือนจะซะใจอะไรบางอย่าง โฮ่...แกมันกิ๊กก๊อก มาก แค่ ป.1 เท่านั้นมาคุย.... ได้ทีขี่แพะไล่เลยครับเพื่อนเรา ผมนี่นั่ง ป. 2 เป็นประจำแสดงว่าสูงกว่าแกเสียอีก แกนั่ง ป.1 ประจำแสดงว่าสอบตก ไม่เคยสอบผ่านเลย ดูเจ้าเพื่อนเวรกรรมมันว่าเข้าซิ ผมเมื่อก่อนก็นั่ง ป.1 แต่ตอนนี้เลื่อนชั้นแล้วว่ะ ขึ้นมานั่ง ป. 2 แล้ว อิอิ

            ผลจากการเดินทางบ่อยๆ เลย มีเรื่องมาเตือนท่านอยู่สองเรื่อง คือเรื่องเสียง หนึ่ง ถ้าใครเป็นคนหลับง่าย ให้ระวังเรื่องเสียงกรนให้ดี ครั้งนี้ได้เห็นสาวสวยนางหนึ่งหน้าตาน้องๆ นางงามจักรวาล ถ้าไม่หันไปดูก็ไม่รู้ว่าเป็นน้องนางงาม เสียงกรนเธอ อย่าให้พูดเลย จังหวะนี้พอไปได้ คือถ้ามีเสียงร้องคลอตามอีกนิด ก็ต้งวงดนตรีได้เลย...อิอิ ใครสวยๆระวังนะ...... สอง เสียงโทรศัพท์ อันนี้ต้องบอกว่าน่ารำคาญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเที่ยวนี้นั่งข้างๆผมเป็นผู้สูงอายุท่านหนึ่ง ลูกหลานก็ช่างห่วงเสียจริงๆเดียวโทรมาเช็ค บ่อยมาก แล้วกว่าท่านจะหยิบโทรศัพท์มารับได้ ล้วงอยู่นั้นแหละ เสียงโทรศัพท์ โอ้โห่..ดังอย่าบอกใคร เจ้าลูกหลานก็โหลดเพลงวัยรุ่นเสียด้วย ตายละคุณยาย เวลารับกว่าจะพูดกันรู้เรื่องผมแทบบ้าตาย ฮัลโหลๆๆ (ยายเดาะภาษาปะกิตซะด้วย) ใครนะ...หา มีอะไร พูดดังๆหน่อยซิโว้ย....โอ้ย คุณยายผมจะบ้าตายอยู่แล้ว

            ผมทำท่าจะหลับ เสียงโทรศัพท์ด้านหลังดังอีกแล้ว.... ก็ดีไปอย่างที่ผมจะได้ไม่หลับ คนอื่นเลยไม่ได้ยินเสียงกรนของผม อิอิ

            อีกประการต้องเตือนเลยครับ บางคนพอจะนอนก็เอนเก้าอี้ โดยไม่สนว่าข้างหลังว่าจะเป็นอย่างไร ผมพบคนเห็นแก่ตัวบ่อยมากๆ ถ้าเป็นไปได้ผมจะนั่งหน้าสุดเป็นประจำ เวลาจะเอนผมจะต้องบอกคนด้านหลังเสมอ และก็เอนแค่เล็กน้อยเท่านั้น

            คนไทยยังเห็นแก่ตัวอีกมากครับ