เช้าวันนี้เป็นวันที่ฉันอยากไปโรงเรียนมากเป็นพิเศษ  เพราะโรงเรียนจัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนติดกันเป็นเวลา ๖ วัน  ทำให้วันนี้เป็นวันที่ต้องมีกิจกรรมการเรียนการสอนของนักเรียน    และวันนี้ฉันโดยสารรถตู้ของเพื่อนครูไปโรงเรียน 

    รายแรก..เมื่อเข้าไปถึงโรงเรียน  พบเด็กอนุบาล ๓ ขวบกำลังวิ่งสวนจะออกไปนอกโรงเรียน ฉันรีบคว้ามือไว้และถาม...หนูน้อยบอกว่า "จะไปซื้อขนม" ในกระเป๋าคล้องคอเล็ก ๆมีเหรียญ ๑๐ บาทอยู่ ๒ เหรียญ  ฉันนำเด็กส่งคุณครูผู้ดูแล ซึ่งเด็ก ๓ ขวบอยู่ในการดูแลรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล  มีอาคารอยู่ในโรงเรียน 

    รายที่สอง..พบคุณยายจูงมือหลาน  ยังไม่แต่งกายชุดนักเรียน เด็กอายุประมาณ ๕ ขวบ สอบถามได้ความว่า "จะนำหลานมาฝากเรียน อนุบาล ๑ และไม่เคยผ่านอนุบาล ๓ ขวบของอบต.มาก่อน"  ยายตอบไม่ได้ว่าหลานของยายมีอายุกี่ปี ไม่มีหลักฐานอะไรมาแสดง ฉันจึงจูงมือยายมานั่งคุยได้คำตอบต่อมาอีกว่า "ที่ไม่พาหลานมาเรียนอนุบาลของ อบต.เพราะกลัวเขาเก็บเงิน  ยายไม่มีเงินจ่ายและมาคราวนี้ก็เหมือนกันถ้าโรงเรียนเก็บเงินก็ยังจะไม่ให้หลานเรียน" ฉันชี้แจงว่า "ยายจะได้รับความช่วยเหลือตามโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี แต่ยายต้องเสียส่วนที่เกินอาจเพิ่มเล็กน้อย แต่มีแค่ไหนยายก็ควรพาหลานมาก่อนก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็ค่อยว่ากัน"  ยายรีบปฏิเสธว่ามากหรือน้อยก็ไม่มี หมายถึงไม่มีเงินทำท่าทางจะพาหลานกลับบ้าน..ฉันต้องแก้โจทย์อีกแล้ว 

   รายสำคัญ..วันนี้นักเรียนต้องอยู่ในระหว่างรอแบบเรียน และอุปกรณ์ ฉันจึงทำหน้าที่ดูแลนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ แทน  เนื่องจากคุณครูประจำชั้นป่วย ได้พุดคุยสนทนาหลาย ๆ เรื่องเริ่มต้นจากการมีนิสัยรักการอ่าน ฯลฯ  จนถึงการสร้างบล็อก  นักเรียนจึงเขียนบันทึกคนละ ๓ เรื่องคือเหตุการณ์ปิดภาคเรียน  การเข้าค่าย Humanized Educare และวันเปิดเรียน เพื่อจะนำลงบล็อก

     ตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ น. จนถึงเลิกเรียน ๑๖.๐๐ น.นักเรียนไม่สามารถเชื่อมต่อ Internet ได้เลย ไม่ว่าห้องเรียนภาษาอังกฤษ หรือห้อมคอมพิวเตอร์ ห้องธุรการ เป็นเหมือนกันหมด ฉันรู้สึกสงสารเด็กมาก ได้พยายามติดต่อไปยังบริษัทห้างร้านที่รับผิดชอบ  ได้คำตอบว่าเน็ตไม่ขัดข้อง

    ก่อนกลับบ้านฉันได้นำบันทึกของเด็ก ๆ มาอ่าน  รู้สึกว่าเขาน้อยเนื้อต่ำใจในความเหลื่อมล้ำของตนเองมาก เกี่ยวกับที่พวกเขามีความรู้เรื่อง IT น้อยเกินไป  แม้ว่าทางบ้านไม่มีเงินซื้อคอมพิวเตอร์ให้แล้ว ของโรงเรียนก็ไม่สามารถใช้ได้โดยสะดวก 

     ความแตกต่างด้านความเป็นอยู่ สภาพครอบครัวที่ต่างกันในสังคมนับว่าเป็นความเหลื่อมล้ำ  ที่ฉันได้เพียงรับฟัง และฟังมาช้านาน คล้าย ๆ กัน ฉันทำได้เพียงแต่คลี่คลายได้เป็นบางอย่าง แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง แม้ว่าจะแก้ไม่ได้แต่ก็ไม่ทิ้งโจทย์การลดความเหลื่อมล้ำเหล่านี้