ตอนที่6
วัยรุ่น ตอนกลาง
ขอกลับไปที่การจองตู้ฟืนนิดหนึ่ง สมัยนั้นแสบพอสมควรในบางครั้ง พขร. (พนักงานขับรถจักร) จะไม่เบารถเลยขนาดใกล้สถานนี้เพราะอาจจะมั่นไส้ไอ้พวกเด็กที่กระโดดขึ้นรถไฟ หาก พขร. ขับรถไฟเร็วผมจะเอาไม้ไปหมุนขัดสายที่ยกหางปลา (เสาธง) รถไฟ ทำให้หางปลานั้นไม่สามารถยกขึ้นได้ รถไฟที่มาต้องชลอและหยุดเพื่อรอให้หางปลายกขึ้น พอผมเห็นว่ารถชลอมาก็จะรีบไปถอนไม้ที่ตอกติดพันกับสายเสาธงออกเพื่อให้เสาธงยกขึ้นทำงานปรกติ รถไฟก็จะเร่งเครื่องวิ่งต่อไป เทคนิคการเอาไม้ไปขัดสายเสาธงใช้ได้นานหลายปีจนในที่สุดมีการทะเลอะกันเรื่องการแย่งจองตู้รถไฟทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจจึงเอาความลับไปบอกให้กับเจ้าหน้าที่ยกเสาธงรถไฟ ตั้งแต่นั้นมาเลยจองกันไม่ได้ใช้วิธีเข้าชื่อกันแทนอย่างมากก็ได้แค่ ๒ ตู้ แต่การหากินกับการโยนฟืนรถไฟก็มาลดน้อยลงอันเนื่องมาจากเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากใช้ฟืนมาเป็นใช้น้ำมันเตาแทน การได้มาของเงินหลักในช่วงนี้จะได้มาจากการเป็นมือปืนรับจ้าง (นั่งไปเป็นเพื่อนกับคนขับรถแท็กซี่) คืน ๆ จะได้ประมาณ ๒๐ ถึง ๓๐ บาท ในการเป็นมือปืนรับจ้างจำเป็นที่ต้องทำตัวเป็นนักเลง เริ่มจากการแต่งตัวจะใส่เสื้อยีนส์ กางเกงยีนส์ รองเท้าหนังกลับ ตอนนั้นถือวาหรู และน่าเกรงขาม และแล้วการเป็นนักเลงตัวจริงก็มาถึงอย่างที่เล่าให้ฟังว่าการเที่ยวไปเต้นรำวงในจังหวัดอุตรดิตถ์ไม่ต้องพูดถึงไปเกือบทุกอำเภอถ้าอำเภอไหนมีงานแล้วมีรำวงต้องไปเที่ยวทุก ๆ ที่ ๆ มีงานรำวง ไปแต่ละที่ก็ไปโชว์ลีลาตามสไตล์ฮิตในสมัยนั้นคือจังหวะโซน และไวท์เฮาส์ การเต้นทั้งสองจังหวะจะเป็นจังหวะที่เต้นกันมันที่สุดในสมัยนั้น แต่ถ้าจะเอาลีลาต้องจังหวะไวท์เฮาส์ เต้นเหมือนกับไส้เดือนถูกขี้เถา อย่างไงอย่างงั้น
บางที่ที่ไปวัยรุ่นท้องถิ่นก็ชอบใจเราก็สนุก แต่บางที่มั่นไส้เหมือนกับไปเหยีบถิ่นเขาเรามาทำซ่า ถึงกับยกพวกตีกัน ก็มีหลายที่ แต่พวกผมจะได้เปรียบเพราะอยู่ในตัวเมืองอุตรดิตถ์ หากวัยรุ่นท้องถิ่นถิ่นไหนถ้าตีพวกผม ก็จะเข้าในเมืองไม่ได้เพราะถ้าเข้ามาในเมืองก็จะโดนพวกผมตี อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้วัยรุ่นท้องถิ่นจึงไม่ค่อยกล้าที่จะมีเรื่องกับพวกเด็กในเมือง แต่เด็กในเมืองก็จะแบ่งกลุ่มเหมือนกันจะแบ่งเป็นกลุ่มท่าอิฐ กลุ่มคลองโพ กลุ่มเด็กรถไฟ คงไม่ต้องบอกน่ะครับว่าผมอยู่กลุ่มไหน ถ้าคิดว่าผมอยู่กลุ่มเด็กรถไฟถูกครับ แต่ถ้าบอกว่าอยู่กลุ่มท่าอิฐ และกลุ่มคลองโพ ก็ไม่ผิด เพราะผมเข้าไปอยู่กับทุกกลุ่ม เหตุที่เข้าไปอยู่กับทุกกลุ่มได้เนื่องมาจาก โรงเรียนที่ผมเรียนช่วง ม.๑ ถึง ม.๓ เพื่อนแต่ละคนสุด สุดทั้งนั้น และอีกอย่างหนึ่งอาจจะเกิดมาจาก การเป็นมือปืน(รับจ้างนั่งคู่กับคนขับรถแท็กซี่) จึงทำให้มีเพื่อนที่เกเรเยอะ ความเกเรของเรามาคิดดูตอนนี้คิดแล้วไม่น่าทำ ยกตัวอย่างไปเที่ยวงานพระยาพิชัยดาบหัก (งานประจำปีจังหวัดอุตรดิตถ์) เห็นสนับมือทองเหลืองก็ซื้อมาผกใส่กระเป๋าในระหว่างนั้นมีเพื่อนหญิงเดินเที่ยวด้วยแล้วก็ชวนกันไปยืนดูหนัง ในงานระหว่างยืนดูหนังก็เอาสนับมือขึ้นเล่น ทดลองใส่มือทดลองชกกับมืออีกข้างของตัวเองเป็นอย่างไรดูเหมือนว่าไม่ค่อยมัน ใจคิดว่าหากได้ต่อยคนซักทีดูซิจะเป็นอย่างไรจังหวะพอดีมีวัยรุ่น ๆ เดียวกันอยู่ข้าง ๆ หันมามองบ่อย ๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามองดูเราเล่นสนับมือหรือมองดูเพื่อนหญิง จู่ ๆ ผมก็เดินเข้าไปต่อยหน้าเขาจนเลือดอาบหน้า ได้ยินเขาพูดว่าต่อยผมทำไม เราก็พูดไปว่าลองสนับมือว่ะ ที่ทำไปตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรคิดอยากอวดสาวอยากลองสนับมือว่าต่อยแล้วเราจะเจ็บมือขนาดไหน ระยะหลังในจังหวัดอุตรดิตถ์ไปเที่ยวที่ไหนก็จะมีเรื่องกันไม้เว้น เหมือนกับว่าอวดศักดา จนในที่สุดอุตรดิตถ์ก็เป็นเมืองแคบ จึงออกไปเที่ยวต่างจังหวัด เช่นพิโลก พิจิตร และเด่นชัย ไปเที่ยวต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ไปไม่ค่อยมีเรื่องมีราวการเต้นก็เต้นแบบไม่ค่อยกวนตีนชาวบ้านสักเท่าไหร่เลยไม่โดนอัดจากเจ้าถิ่น จะมีบ้างเล็ก ๆ น้อยเรื่องกระทบกระทั่งกันพอห้ามกันก็ยุติกันไป
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งเอาตัวแถบไม่รอดตอนไปเที่ยวพิษณุโลกเพราะไม่รู้ว่าทหารมีเรื่องกับจิ๊กโกในเมือง เห็นไอ้เณร (ขออภัยสำหรับผู้ที่เป็นพลทหารอาจจะไม่ไพเราะเพราะเป็นศัพท์เฉพาะของพลทหารสมัยนั้นจริง ๆ สมัยนี้ก็ยังมีเรียกกันเหมือนกัน) มาเตร่คุมแถวสถานนีรถไฟพิโลกเยอะมากใครผมยาวมาเอากรรไกรมาตัดเฉยเลยใครขัดขืนโดนทหารตบ มารู้ถึงสาเหตุทีหลังว่าลูกของนายทหารคนหนึ่งโดนจิ๊กโกอัดถึงขั้นบาดเจ็บหนัก ไม่รู้เหมือนกันว่าตายหรือไม่ เพราะข่าวในตอนนั้นไม่รู้จริงเท็จขนาดไหน วันนั้นคนในกลุ่มโดนตัดผมไปคนหนึ่งคือไอ้แดง แต่ไอ้แดงมันก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรยอมให้ไอ้เณรก้อนผมเสียโดยดี เพราะหากขัดขืนมีหวังโดนไอ้เณรมันอัดแน่ ในกลุ่มวันนั้นไปเที่ยวกันเกือบ ๑๐ คน เพราะงานวัดใหญ่หรืองานหลวงพ่อพุทธชินราชเป็นงานใหญ่คนเที่ยวกันเยอะมาก วันนั้นหลังจากไอ้แดงโดนก้อนผมก็พกความแค้นเดินไปเที่ยวงานบ่นตลอดเวลา ระหว่างเดินเข้างานเลยตลาดพิโลกเจอทหารไม่รู้เหมือนกันว่ายศขนาดไหนเดินมากับแฟน ๑ คน ไอ้แดงด้วยความโมโหมันเดินเข้าไปอัดทหารที่มาคนเดียวไอ้พวกเราที่ไปด้วยกันแน่นอนไม่ต้องพูดถึง เข้ารุมทันทีอัดทหารจนนิ่งเงียบไปไอ้แดงมันยังไม่สะใจมันถอดเสื้อถอดกางเกงทหารออกเหลือแค่เพียงการเกงในตัวเดียว ส่วนผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนของทหารได้แต่ยืนร้องไห้ หลังจากนั้นก็เดินเข้าเที่ยวงานเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นสุดท้ายก็มาจบตรงเวทีรำวงพวกเราก็มาเต้นรำวงกันสนุกสนานแต่ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าจะออกลวดลายไม่ได้มากเพราะไม่ใช่เจ้าถิ่น ในขณะที่เต้นรำวงอยู่นั้นสายตาของผมมองไปข้างล่างเวทีเห็นกลุ่มไอ้เณร (พลทหาร) มากันไม่ต่ำกว่า ๕๐ คน และตรงมาด้านหน้าเตรียมที่จะขึ้นเวทีรำวง พวกเราทั้งหมดเหมือนไม่ได้นัดกันกระโดดลงข้างเวทีกันทั้งหมดและทุกคนก็ใส่ตีนหมาวิ่งหนีกันไม่คิดชีวิตหนีกันไปคนละทิศคนละทาง
อาศัยว่าผมเองเป็นเด็กพิโลกเก่าเส้นทางในพิโลกจำได้หมดหลังจากที่วิ่งออกมาด้านนอกถนนใหญ่วิ่งไปทางสี่แยกบ้านแขก (Top land ในปัจจุบัน) ไอ้เณรมันก็แยกกันวิ่งไล่ตามในส่วนของผมตามผมมาประมาณ ๔-๕ คน ในขณะที่ผมวิ่งนั้นได้ยินไอ้เณรมันตะโกนพูดเอาแม่งให้ตายแล้วก็วิ่งไล่กวดผมมาติด ๆ ผมเองในตอนนั้นคิดว่าถ้าโดนจับได้ตายคาอีโอ๊บแน่ ๆ ผมตัดสินใจวิ่งเข้าหมู่บ้านเพราะรู้ว่าทางนี้จะออกไปตลาดพิโลก และไปสถานีรถไฟได้ ระหว่างวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านพอดีเป็นทางสี่แยก เล็กในหมู่บ้านประกอบกับไฟตรงสี่แยกนั้นไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่ ที่สำคัญจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้รอดจากการโดนอีโอ๊บไอ้เณรได้ เพราะมีสามล้อกำลังขี่เข้าไปในซอยนั้นพอดี ผมกระโดดขึ้นสามล้อบอกคนขี่ลุงไปสถานีรถไฟ แล้วก็แกล้งนอนหลับบนรถสามล้อนั้น ขึ้นไปนั่งนับหนึ่งไม่ถึงสิบพวกไอ้เณรก็วิ่งไล่ตามมาทันในใจตอนนั้นเต้นแรงยิ่งกว่ากองเพล คิดว่ากูตายแน่ ๆ มาโล่งใจตอนที่ไอ้เณรวิ่งผ่านเลยไป พอไอ้เณรผ่านเลยไปผมก็บอกลุงสามล้อว่าให้ย้อนกลับเลี้ยวเข้าไปในซอยอีกซอยหนึ่งที่ออกไปตลาดได้เพราะถ้าไปทางเดิมแน่นอนหากไอ้เณรมันเดินกลับมาจะเอ๋กันแน่นอน
พอไปถึงสถานีรถไฟก็บอกให้ลุงขี่เลยไปแถวบ้านพักรถไฟเก่าที่ยังไม่รื้อถอนเพราะถ้าลงหน้าสถานีรถไฟก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีไอ้เณรไปดักรออีกหรือเปล่าตกลงด้วยความกลัวตายในตอนนั้นเลยนอนบ้านอาวิง (น้องชายของพ่อทำงานรถไฟอยู่บ้านพักรถไฟ) หนึ่งคืนพอเช้ามาก็กลับไปอุตรดิตถ์ แล้วก็ไปเจอพรรคพวกเพื่อนฝูงทุกคนสอบถามถึงทุกคนว่าเป็นอย่างไรปลอดภัยกันมาทุกคนหรือเปล่า ครับถือว่าโชคยังดีที่ทุกคนรอดอีโอ๊บจากไอ้เณรมาได้ หลังจากนั้นหยุดการไปเที่ยวพิโลกอีกนานเลยทีเดียว