เป็นเรื่องที่น่าฟัง น่ายินดี แต่สำหรับผู้เขียนมันมากกว่านั้น

  ขอเป็นสื่ออีกสักครั้ง ให้คนสองคนที่มีพลังแห่งการให้ และการรับการถ่ายทอดความปรารถนาดีต่อกันอย่างยอดเยี่ยม สำเร็จผล

สืบเนื่องมาจากบันทึกก่อนที่ได้เขียนให้กำลังใจคุณสิริ  นพไธสง ที่เจ็บป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ในขณะที่ไปเป็นอาสาสมัครที่กุสินาราคลินิก อินเดีย สถานที่เดียวกับที่ผู้เขียน ไปเป็นอาสาสมัครมาเช่นกัน ท่านมีอาการ บวมโดยเฉพาะที่เท้า เคลื่อนไหวลำบาก หลังจากรักษาตัว อยู่ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น ก็กลับมาอยู่บ้าน ระหว่างนั้น คุณหมอ B.N.SINGH ที่อินเดีย ได้ขอให้ผู้เขียน คอยส่งข่าวเรื่องคุณสิริให้ด้วย เพราะเป็นห่วง เนื่องจากเคยทำงานด้วยกันมา จึงทำให้ผู้เขียน รู้จักคุณสิริ ทางโทรศัพท์นับจากวันนั้น เป็นต้นมา

   โทรศัพท์ครั้งสุดท้ายที่มีมาถึงผู้เขียน เมื่อสอง สามวันมานี้ ทำให้รู้ว่า คุณสิริ มีอาการหนักมากขึ้น กินอาหารไม่ได้มาสองวัน บวม ไข้ และที่สำคัญท้อแท้มาก แต่สุดท้ายก็บอกว่าจะอดทนต่อสู้ หลังจากนั้นผู้เขียนก็โทรเยี่ยม และอ่านคำฝากเยี่ยม ให้กำลังใจ ของทุกท่าน ที่เขียนฝากไว้ในบันทึกของผู้เขียน อย่างนี้ทุกวัน แต่ฟังน้ำเสียงแล้ว บอกตรงๆว่า ไม่สบายใจเลย ดูเนือยๆ อือ หือ ไปเรื่อย ไม่แจ่มใสตามที่ท่านบอกว่า ผมดีขึ้นแล้ว 

  เมื่อวานซืนนี้ คุณพลเดช  วรฉัตร ท่านได้ MSN สนทนากับผู้เขียนในเรื่องหนึ่ง แต่แล้วผู้เขียนก็บอกไปว่า คุณสิริใกล้จะหมดแรง คงเจ็บหนัก เท่านนั้นเอง คุณพลเดชก็รีบถามผู้เขียนว่า มีเบอร์โทรไหม เดี่๋ยวนี้เลย ผู้เขียนจึงรีบค้นหาเบอร์คุณสิริส่งไปให้

 เขาพูดคุยอะไรกันบ้าง ผู้เขียนไม่รู้ แต่สักครู่คุณพลเดชก็บอกว่า ช่วยย้ำคุณสิริให้ด้วย ว่าหายเมื่อไหร่ ให้มาเดลี มาพักที่ทำงานเก่า(คุณสิริเคยทำงานที่สถานทูตไทยที่เดลี) มาสนทนาธรรมกัน แล้วบอกว่าสัญญาณโทรศัพท์ไม่ชัดนัก คุยได้ไม่นานสายหลุด และก่อนจบการสนทนกันทางMSN ผู้เขียนได้ขอให้คุณพลเดช ช่วยกันส่งบุญให้คุณสิริด้วย ท่านก็บอกว่า โอเค

  วันนี้ขณะที่ผู้เขียนกินข้าวเย็นอยู่ คุณสิริก็โทรเข้ามา น้ำเสียงแจ่มใสมาก และบอกว่า ผมอาการดีขึ้นมาก เท้าข้างหนึ่ง แห้งเป็นปกติ อีกข้าง ยังบวมเล็กน้อย ไม่มีไข้ อาการทั่วไปผมดีมากๆ กินอาหารได้ เหมือนคนปกติเลย เดินสะดวกขึ้น ฝากขอบพระคุณท่านพลเดชด้วย ที่ท่านกรุณาโทรจากอินเดีย มาเยี่ยมให้กำลังใจผมผมคงได้ไปสนทนาธรรมกับท่าน ที่เดลีแน่นอน

  เป็นเรื่องที่น่าฟัง น่ายินดี แต่สำหรับผู้เขียนมันมากกว่านั้น

เพราะเมื่อคราวก่อนที่คุณสิรินอนป่วยอยู่ แล้วผู้เขียนก็โทรศัพท์อ่านคำเยี่ยมของพี่น้องชาวGotoknow ให้ฟังทุกวัน รวมทั้งคำเชิญของคุณพลเดช ที่พูดใจความเกือบจะเหมือนเดิม คือหายเมื่อไหร่ มาเดลี ขอให้มาแวะที่สถานทูตด้วย คนทั้งสองไม่เคยพบเจอกันมาก่อน รวมทั้งผู้เขียนด้วย คีนหนึ่งโทรทัศน์เสนอข่าว คุณพลเดชรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ที่ประเทศอินเดีย คุณสิริได้ยินชื่อคุณพลเดช ก็ปิติใจ และเข้านอนแต่วัน  เที่ยงคืนนั้นก็ตื่นขึ้นมา พบว่าตัวเองเบาสบาย หิวข้าว ลุกขึ้นมากินข้าวเอร็ดอร่อย  รู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนไม่ได้เจ็บไข้อะไร

  มาวันนี้ เมื่อเขาสองคนได้สนทนากัน ส่งความปรารถนาดีให้กันอย่างตั้งใจอีกครั้ง ก็แปลกมาก ที่คุณสิริก็กลับมีอาการดีขึ้นมาทันที อย่างไม่น่าเชื่อ

  ครั้งแรกว่าจะเก็บความรู้สึกอัศจรรย์ใจไว้คนเดียว แต่แล้วก็ได้ตัดสินใจว่า นำมาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน

เป็นการยืนยันสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ได้เกิดขึ้นถึงสองครั้ง ผู้เขียนมีความปลื้มใจที่ได้รับรู้สิ่งพิเศษเหล่านี้พลังแห่งความปรารถนาดี ที่เราส่งให้กันและกันนั้น มีอานุภาพเหลือเชื่อ เหมือนดังเช่นที่เกิดขึ้น ระหว่างคนสองคน

 คือ คุณพลเดช  วรฉัตร และคุณสิริ  นพไธสง

 

    เป็นความกรุณาของโลกนี้

ที่ทำให้มนุษย์

มีความพิเศษที่สามารถสัมผัสความปรารถนาดีได้

ทั้งในฐานะผู้ส่งและผู้รับ

มาตราบเท่าทุกวันนี้...