เสียงดนตรีบรรเลงขึ้นเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ

ครูป้อมให้ผม หลับตาและนึกถึงสิ่งแวดล้อมที่ผมชอบและมีความสุขเมื่อจินตนาการถึง  

ผมจินตนาการ

"มองเห็นตัวเองเดินเล่นกลางทุ่งหญ้าที่เขียวขจี กว้างโล่ง มีลมพัดเบาๆ อากาศที่เย็นสบายกระทบผิว ดอกไม้ดอกเล็กๆหลากสีแต่งแต้มบนพรมสีเขียวของทุ่งหญ้าอย่างน่ารัก ผีเสื้อร่าเริงกลุ่มนั้นพากับบินเป็นกลุ่ม และบินไกลออกไป เมฆสีขาวลอยฟูฟ่อง ตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าในวันที่อากาศสดใส "

ผมยังคงโลดแล่นไปเรื่อยๆ เป็นความสุขอย่างหนึ่งเมื่อได้ปลดปล่อยพันธนาการความคิดของตนเองสู่โลกของจินตนาการ  จนกระทั่งมีเสียงเบาๆจากครูป้อมให้หยุด พร้อมกับค่อยๆลืมตาขึ้นมา ความรู้สึกขณะนั้น เป็นความรู้สึกสงบ และเยือกเย็นขึ้น

สิ่งที่เรากำลังฝึกปฏิบัติอยู่นั้นคือ  การฝึกจินตทัศน์ (Visualization)

หมายถึงการสร้างภาพขึ้นภายในจิตใจของเรา เมื่อจิตสร้างภาพต่างๆที่ดี เมื่อนั้นจินตทัศน์จะกลายเป็นเครื่องมือทางจิตวิญญาณ จิตของเราสามารถนำเราไปยังที่ต่างๆในความทรงจำในเวลาใดก็ได้ เราสามารถนึกถึงเสียง กลิ่น และภาพของสิ่งที่อยู่ในความคิดของเรา และการคิดถึงสิ่งที่ดีก็ทำให้เรารู้สึกถึงสิ่งดีๆได้ เราสามารถสร้างสถานที่แห่งใหม่ที่ที่เรารู้สึกผ่อนคลาย ปลอดภัยและพึงพอใจ การใช้จินตทัศน์ในด้านบวกจะช่วยให้เราชักนำความคิดและความรู้สึกของเราไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ไม่ใช่การฝันกลางวัน แต่เป็นการใช้จินตนาการด้านบวก สร้างพื้นที่นำมาซึ่งประสบการณ์ที่ดีแม้ไม่มีของจริงเกิดขึ้น จัดการอารมณ์และจัดการตนเองกลับเข้าสู่สมาธิ  เทคนิคการใช้การสร้างจินตทัศน์ (Visualization) เป็นเทคนิคซ้อนอยู่ในการทำสมาธิ (Meditation)  ที่ทำให้จิตใจที่หลุดเตลิด กลับเข้าสู่โหมดเริ่มต้น เราสามารถ Disconnect จากสิ่งที่ Negative ได้ พร้อมๆกับ Reconnect  สิ่งดีๆ

วัตถุประสงค์ของการทำ Virtualization ในความคิดผมคือกุศโลบายให้จิตจดจ่อกับจินตนาการที่ดีงาม ในขณะนั้นจิตก็จะนิ่ง มีสติ และมีสมาธิ เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ของวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

ผมมีประสบการณ์เคยทำกลุ่ม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลายๆเวทีเรียนรู้ เทคนิคที่ผมใช้เตรียมกลุ่มเพื่อให้พร้อมจิตใจ สำหรับการทำกิจกรรม ผมใช้วิธีดังกล่าวนี้  สถานที่อบรมใช้ห้องประชุมในวัดป่าแห่งหนึ่ง ท่ามกลางธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย ผมให้ผู้เข้าอบรมทุกคนนั่งนิ่งๆ เปิดเพลงบรรเลง แล้วให้ทุกคนหลับตาและในระหว่างที่หลับตานั้น ผมก็ได้เล่าเรื่องให้ทุกคนนึกภาพตามสิ่งที่ผมเล่า  เสียงดนตรีคลอเบาๆ เสียงเล่าด้วยนำเสียงโทนต่ำฟังสบาย ...เสร็จแล้วให้ทุกคนลืมตาขึ้นเมื่อผมเล่าจนจบเรื่องใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาที กลุ่มผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดูไม่ค่อยมีสมาธิในช่วงก่อนเริ่มกระบวนการ ไม่มีให้เห็นแล้ว ทุกคนต่างก็นิ่งและพร้อมที่จะเข้าร่วมกิจกรรมที่เราจัดไว้ในขั้นตอนต่อไป

หากเป็นภาษาของ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ท่านเขียนในหนังสือ Dialogue เล่มล่าสุดของท่านว่า กระบวนการแบบนี้เรียก “การเข้าเงียบ”  (Silent) คำศัพท์แบบนี้เป็นกลางกับทุกศาสนา  

การเข้าเงียบเป็นเรื่องสำคัญในการดึงคลื่นสมองลงมาที่อัลฟ่า  เตรียมพร้อมสำหรับวงจรการเรียนรู้ (Learning Cycle) เป็นประตูเริ่มต้นที่ผู้นำกระบวนการได้จัดไว้

 

ศัพท์เครื่องมือทางจิตวิญญาณ1

การทำสมาธิ (Meditation)

คำว่าสมาธิมีรากศัพท์มาจากภาษาละติน meditation ซึ่งแปลว่าคิดไตร่ตรอง สมาธิจะสามารถทำให้เราชักนำความคิดของเราไปสู่ความรู้สึกที่เราต้องการ เช่นมีความสงบ พอใจ จิตสงบนิ่ง สุขุม เบา มีความสุข ยอมรับสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้นและโกรธน้อยลง เราใช้การทำสมาธิเป็นเครื่องมือเพื่อชักนำจิตของเราไปสู่สภาวะของความคิดดีและสุขสงบ อันมาจากการได้ตระหนักรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

จินตทัศน์ (Visualization)

หมายถึงการสร้างภาพขึ้นภายในจิตใจของเรา เมื่อจิตสร้างภาพต่างๆที่ดี เมื่อนั้นจินตทัศน์จะกลายเป็นเครื่องมือทางจิตวิญญาณ จิตของเราสามารถนำเราไปยังที่ต่างๆในความทรงจำในเวลาใดก็ได้ เราสามารถนึกถึงเสียง กลิ่น และภาพของสิ่งที่อยู่ในความคิดของเรา และการคิดถึงสิ่งที่ดีก็ทำให้เรารู้สึกถึงสิ่งดีๆได้ เราสามารถสร้างสถานที่แห่งใหม่ที่ที่เรารู้สึกผ่อนคลาย ปลอดภัยและพึงพอใจ การใช้จินตทัศน์ในด้านบวกจะช่วยให้เราชักนำความคิดและความรู้สึกของเราไปในทิศทางที่ดีขึ้น

1 เครื่องมือทางจิตวิญญาณ : Spiritual tools,มูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ (สุทธิสาร) สาขาในประเทศไทยของบราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก