นี่เป็นลักษณะของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้

วันที่ฝนตกและฉันใช้เวลาเดินทางนานถึง 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงโรงเรียน

ปกติฉันใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาทีก็ถึงโรงเรียนแล้ว

เจอน้ำท่วมตลาดแบบนี้..เสียวจะเจอฉี่หนู  น้ำกัดเท้า

และเมื่ออยู่บนรถสองแถวประจำทาง

ฉันพบ เด็กนักเรียนสองคนนั่งอยู่บนรถก่อนที่ฉันจะขึ้นไป

เธอชื่อเด็กหญิงจินดาพร  พุ่มน้ำเค็ม

เด็กหญิงที่ฉันเจอบนรถประจำทาง

ซึ่งเรียนกันว่า รถ 2 แถว สายสหกรณ์- มหาชัย

เมื่อ วันที่ 13 พฤษภาคม 2552

เธอขึ้นที่ต้นทางเหมือนกัน เธอมากับเพื่อนนักเรียนชาย

ระหว่างทางเธอสนทนาเสียงดังฟังชัด

 แม้ไม่ตั้งใจฟังก็ได้ยิน

นี่เป็นลักษณะของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้

ที่ฉันพบเห็นบ่อยมากในที่สาธารณะ เมืองมหาชัย

ขณะที่รถวิ่งขึ้นสะพานมีน้ำเหมือนน้ำผสมผงซักผ้า

เอ่อนองข้างถนน

ฉันถ่ายรูปทันที่เพราะนี่แหละ..

มันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ถนนลื่น

เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยๆ ที่นี่เค้าเรียกว่าน้ำคาวปลาค่ะ

มีคุณสมบัติพิเศษคือทำให้ล้อรถฟรี  ลื่นไถลได้

 จะมีให้เห็นมากเมื่อฝนตกลงมาชะล้างผิวถนน

ทั้งบนสะพานข้ามคลองมหาชัย

สะพานท่าจีน  และเส้นทางพระราม 2 ไปแม่กลอง

ซึ่งเป็นสายปราบเซียน และผู้บังเอิญเคราะห์ร้าย

เวลาฝนตก เจอน้ำลักษณะอย่างนี้ตามถนน

 โปรดระวังอันตราย...

เสียงเด็ก 2 คน  กระซิบกันว่า" คนต่างชาติหว่ะ

ชาติไหน ..เราว่าพิลิปปินส์..ไม่ก็อินโด

พม่าไหม...ไม่ใช่หรอกพม่าไม่แต่งตัวแบบนี้

เหมือนญี่ปุ่นนะ  เออญี่ปุ่นชอบนุ่งกางเกงขาสั้น

ใส่รองเท้าและถุงเท้าด้วย

แต่นี่ไม่ใส่ถุงเท้า

"อีกเสียงหนึ่งร้องว่า"... เธอ  ก็...น้ำท่วมมหาชัยนะ"

เสียงตอบรับ"เออจริงซิ  แต่เค้าดำไปหน่อยนะ"

"เออ.จุ๊ จุ๊.."

เสียงเด็กสองคนกระซิบกระซาบออกดังจนฉันต้อง

 ฉันต้องมองหาว่าเป็นใคร

เผื่อเป็นชาวต่างชาติจริงจะได้ถือโอกาสSpeak

แต่มองหาลักษณธนั้นไม่เจอ 

ก้มมองตัวเอง เออ..เป็นเป้าให้เด็กวิจารณ์จนได้

..กางเกงขาสั้น รองเท้ายาง แว่นกันแดด หมวกCap สะพายเป้

เด็กคงคิดว่าฉันเป็นคนต่างชาติละมั๊งที่ถ่ายรูปน้ำคาวปลา

 เพราะคนที่นี่เค้ารู้จักกัน

เป็นเรื่องธรรมดาแล้วไม่มีใครเค้าถ่ายกันหรอก

ฉันแอบมองอักษรบนตัวเธอ อ้อ เด็กเทศบาล น่าจะประมาณ ป 5 -6

และแอบดูชื่อที่ปักบนเสื้อของเธอ

เวลาเธอขยับเป้ไปมาแต่ของนักเรียนชายไม่เห็น

เป็นเสื้อที่ไม่มีชื่อ    มีเพียงอักษรย่อชื่อของโรงเรียน

เธอชื่อดญ.จินดาพร พุ่มน้ำเค็ม

 

 

จินดาพร : เฮ้ยเธอ.. เราไม่นั่งรถเดือนแล้วนะ

ดช : ทำไมหละ

จินดาพร :เราว่ามันแพงหว่า

ดช :เท่าไหร่เหรอค่ารถเดือนที่ว่าแพง

จินดาพร:1,200 แน่ะ

ดช :อื้อ...แพงนะ แล้วเธอไม่กลัวเหรอ

จินดาพร : กลัวทำไม คนนั่งตั้งเยอะ เราไม่อยากเสียตัง 1,200 บาท เสียดาย

ดช : เธอไปโรงเรียน ..เธอก็ต้องเสียอยู่แล้ว

จินดาพร : ใช่ แต่เราจะเสียถูกลง เราเพิ่งรู้วิธีวันนี้เอง ถ้าเราไม่มากับเธอเราก็ไม่รู้นะนี่

ดช : บ้านเธอก็ไม่ได้มาอยู่ใกล้โรงเรียน จะถูกได้ไง..เรายังไม่รู้เลย งง

จินดาพร :เฮ้ย ไอ้บ้านี่....ถูกซิ..คิดดูนะ เราจ่ายแค่วันละ

          32 บาทเอง เดือนหนึ่งก็......640 บาทเอง (เธอคิดแป๊ปเดียว)

ดช : แล้วถ้าเธอให้รถเดือนมาส่งหละ เท่าไหร่

จินดาพร : ก็ 1200 บาทไง ไม่จำเลย เสียวันละ 60 บาท แต่นี่เรานับแล้วเสียแค่ 32บาทเอง

ดช : ทำไมมันต่างกันเยอะเลย  ดีเหมือนกันเราจะได้เป็นเพื่อนเดินทาง 

จินดาพร : เรามาเองแบบนี้แค่เราต่อรถเป็นก็มีเงินเก็บไว้เรียน ม. 1 ตั้งเยอะแล้ว

เธอคิดดูซิ เราจะเหลือเงินทุกเดือนเลย

ดช : เหลือเท่าไหร่

จินดาพร : นี่เธอจะไม่คิดอะไรเลย...น่าเบื่อ...คิดซิ..

ดช : คิดยังไง

จินดาพร : อิอิ เธอเรียนมายังไงนี่ คิดเลขไม่เป็น ...

ก็เอาค่ารถที่เราจ่ายไปวันละ 32 บาท คูณ 20 วัน

ดช : เออรู้แล้ว รู้แล้ว แต่ทำไม 20 วันเอง อีก 10 วันไปไหน

จินดาพร : คิดนานจัง อิอิ  ...คิด 20 วันซิ  วันเสาร์ อาทิตย์คิดทำไมโรงเรียนปิดนี่

ดช : เราว่าได้ 640 บาท...ถูกปล่าว..... ถ้า 30 วัน.........???

จินดาพร : เออ เราก็ยังมีเงินเหลือ  คิดออกยังว่าเราเหลือเท่าไร 

ดช : แล้วเธอไม่ซื้ออย่างอื่นเหรอ 

 จินดาพร : จะซื้ออะไรหละ นี่มันเงินค่ารถไปโรงเรียน เราเหลือก็เก็บไว้

ไม่ใช่เงินซื้ออะไร แล้วเราก็เหลือเก็บเดือนละ 560 บาท

ดช : แล้วมีใครรู้บ้าง ว่าเธอไม่ไปรถเดือนแล้ว

จินดาพร : เราก็จะโทรไปบอกแม่ว่าเราไปโรงเรียนเองได้แล้ว แล้วแม่ไม่ต้องห่วง

ไม่ต้องนั่งรถเดือน เราจะเก็บสตางค์ไว้ให้แม่เรา

แม่เรากับพ่อเราทำงานอยู่ที่ร้อยเอ็ด เอาเรามาฝากป้าเลี้ยง

 ให้เราอยู่กับป้า ที่โน่นโรงเรียนไกลมาก ไปลำบากด้วย

เราอยู่กับป้าแล้วเราก็ช่วยขายของด้วยสนุกดี ได้คิดเงินด้วยนะ

แม่ให้เราเรียนที่นี่ แล้วแม่จะลงมาหาเราเองเวลาเลิกนาแล้ว

ดช : เราไม่เคยทำนาเลย ไม่เคยเห็นด้วย

จินดาพร : บ้านเราอยู่กลางนา

ดช :  กลางนาแล้วนอนยังไง นอนกลางนาเหรอ

จินดาพร :ไอ้บ๊อง บ้านอยู่กลางนา

ก็นอนในบ้านซิใครไปนอนกลางนา อิอิ

ดช :  งง หว่า เอ่อๆ ถึงบ้านเราแล้ว ลงก่อนนะ

เด็กหญิงบนรถ 2 แถว ยกมือน้อยๆขึ้นโบกพร้อมส่งยิ้มให้และพูดว่า

พรุ่งนี้เจอกันนะ

 

 ก็เก็บมาให้คิดต่อว่าเธอคิดถึงความประหยัด อดออม 

เธอมีความคิดเรื่องความพอเพียง เพียงพอ ได้อย่างไร

ใครสอนเธอ น่ารักมาก เด็กน้อยเอ๋ย ขอชื่นชม