บุญแต่ละอย่างที่คนทำ ตามแต่เจตนา จะมีพลานุภาพ ถึงกับเลือกแดนเกิดได้

  ทำไมวันนี้ถึงอยากเขียนแต่เรื่องดอกปาริชาติก็ไม่รู้ มันกรุ่นๆอยูในใจ เลยท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวหาความรู้ มาบันทึกในยามดึกมากๆ คืนนี้

  ณ แดนสุขาวดี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สถานที่สำหรับผู้ทำคุณงามความดี โดยเฉพาะการทำทาน โดยมิได้หวังผลแห่งทานนั้น คิดแต่ว่าการทำทาน คือการสร้างความดีเท่านั้น

 ก็แปลกดี ที่บุญแต่ละอย่างที่คนทำ ตามแต่เจตนา จะมีพลานุภาพ ถึงกับเลือกแดนเกิดได้เชียวหรือ และแดนสุขาวดี ก็เป็นที่ปรารถนาของคนทั่วไป เป็นสวรรค์ชั้นสอง ที่มีเครื่องของทิพย์ ที่จะคอยต้อนรับเจ้าของบุญมากมายด้วยการเนรมิต ตามที่ใจปรารถนา

  มีต้นไม้สวรรค์ ที่อยู่ ณ ที่นี้อยู่ชนิดหนึ่ง ชื่อ"ปาริชาติ" หรือ"กัลปพฤกษ์" เป็นต้นไม้ทิพย์ ที่มีขนดใหญ่โตมาก มีดอกสีแดงเพลิง เมื่อถึงกาลเวลา 100 ปี ดอกไม้ ก็จะบานไปทั่วทั้งต้นหนึ่งครั้ง หมู่มวลเทพยดา นางฟ้า ต่างก็พากันมา อธิษฐานขอดอกปาริชาติจากต้น เพื่อนำมาอธิษฐานขอสิ่งที่ปรารถนา

  ดอกไม้จะค่อยๆปริดขั้วดอก ตกลงมายังฝ่ามือ ของเหล่าเทพตามแรงอธิษฐานนั้น แต่ถ้ายังไม่พร้อมจะรับทันที แต่ดอกนั้น ก็จะล่องลอยไม่ล่วงหล่นลงดิน โดยมีลมชนิดหนึ่ง คอยพยุงดอกไว้เช่นนั้น

  กลิ่นของปาริชาติหอมละมุนไปแสนไกล ถึงแปดแสนวา ยามที่ดอกแย้มบาน จะมีแสงสว่าง รุ่งเรืองไปทั่วสถาน และกลิ่นปาริชาติ ก็เป็นพรจากสวรรค์ ให้แก่ผู้ที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นเป็นพิเศษกว่าใคร เพราะเมื่อกลิ่นต้องจมูกผู้ใด ก็จะระลึกชาติได้โดยพลัน ได้รู้เห็นอดีตชาติแห่งตนเอง

   เป็นเรื่องเล่าก่อนนอน คืนนี้ให้หลับฝันดี ฝันว่าได้ดมกลิ่นหอมของกัลปพฤกษ์ หรือ ปาริชาติสวรรค์ แล้วย้อนอดีตชาติ เพื่อจะได้ล่วงรู้ความเป็นมาของตน และเกิดสัมมาทิฏฐิ สร้างความดีกันต่อไปนะคะ

กลิ่นล่องลมมาหอมปาริชาติสวรรค์
....กลิ่นเจ้าเท่านั้นสัมพันธ์ชาติที่ผ่าน

....ดอกเจ้าก็งาม สมนามเขากล่าวขาน
สีแดงงามตระการ
 พิศเพียงแก้วประพาฬ
 ดอกไม้วิมานสุขาวดี
กลิ่นล่องลม พลิ้มพรมมาแห่งนี้
....กลิ่นเจ้ายวนยีฤดีให้ป่วนปั่น
...กลิ่นเจ้าดลใจโน้มในฤทัยฝัน
 ภพชาติแต่เบื้องพรรพ์

นึกได้โดยฉับพลัน
 กลิ่นทิพย์ผูกพัน สวรรค์ดลใจ

(สุนทราภรณ์)