กำลังย่างเข้าหน้าฝนแล้วสินะ

ที่จังหวัดมหาสารคาม หลังจากที่ร้อนระอุมาหลายวัน เสมือนว่าฝนจะต้องตกหนัก แต่ก็ไม่มีฝนสักที  ได้แต่รอน้ำฝนจากเทวดา     แต่เช้านี้ ก่อนเวลาเข้าทำงาน  ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฝนตกหนักค่ะ  สายฝนที่ตกลงมาอย่างงดงามมาก  ไม่มีเสียงฟ้าร้อง  มีแต่เสียงสายฝนที่ตกลงมากระทบยอดหญ้า  ให้มีความสดชื่นและเขียวขจีขึ้น  

 ความเย็น และอากาศสบาย  ทำงานไปด้วยพร้อมกับฟังเสียงสายค่ะ   ความเย็นส่งผลให้ผู้คนมีความสุข ในเช้าของวันทำงานค่ะ  ต้นไม้ก็จะได้รับน้ำจากธรรมชาติ คงจะเริ่มเข้าหน้าฝนแล้วสินะ  และคงจะอดคิดถึงชาวนาไม่ได้  พักเหนื่อยจากการทำไร่ทำนามาไม่เท่าไร   ถึงเวลาของท่านแล้วหรือเนี่ยะ

หลังจากผ่านวันพืชมงคลมาแล้ว ช่วงนี้ที่บ้านผู้บันทึกเอง โดยเฉพาะพี่สาวคนโต  เขาจะเป็นคนที่ตระเตรียมดิน  เพื่อที่จะลงไร่นา  ในแต่ละปีก็จะจ้างรถรับจ้างแถวหมู่บ้าน   ในการไถครั้งแรก ไถพรวนดิน  และค่อยไถทำนาหว่าน   ที่ผ่านมาก็ได้ทำนาหว่านมาตลอด ก็ได้ผลดี ถ้าฝนฟ้า และสภาพแวดล้อมเป็นใจ ค่าจ้างไถที่นา ไร่ละ 200 บาท ในแต่ละปีก็จะหมดค่าใช้จ่ายหลายตังค์ 

แต่เมื่อถามว่าได้อะไร เก็บเงินไว้ซื้อข้าวกินดีไหม  แต่ที่ทำนาเอง เพราะต้องการที่จะรักษาสภาพของดินไว้ด้วย  ได้ดูแลที่นาของตนเองด้วย   ทำให้เกิดความสุข    สำหรับสิ่งที่เร่งให้ข้าวงาม จะใช้ปุ๋ยที่ใช้ลงนา จะเน้นปุ๋ยชีวภาพเป็นส่วนมาก ใช้สารเคมีน้อยที่สุด เพราะจะทำให้ดินแข็งขึ้นทุกปี กว่าจะฟื้นพื้นดินต้องใช้เวลาหลายปี

ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องดินและการใช้ปุ๋ย  ผู้บันทึกไม่มีความรู้หรอกนะ  แต่จากการเข้าไปคลุกคลีกับธรรมชาติ และเรียนรู้จากพี่สาว ที่มีอาชีพทำนา และเป็นผู้ที่อยู่ในท้องทุ่งนามาตลอด ทำให้เราได้ซักถาม เรียนรู้และแนะนำบ้างที่น่าจะเป็นประโยชน์

ถ้าท่านผู้เชี่ยวชาญได้อ่านบันทึกนี้และมีข้อแนะนำในการใช้ปุ๋ยก่อนที่จะเตรียมดิน ลงนาหว่านได้ค่ะ   เชิญให้คำแนะนำได้   ผู้บันทึกเองจะได้นำความรู้ไปแนะนำและบอกต่อแก่เพื่อนบ้านได้ ด้วยความขอบคุณค่ะ