วันเปิดภาคเรียนใหม่สำหรับปีการศึกษา ๒๕๕๒  จะเป็นความวุ่นวายเช่นนี้ทุกปี เสียงผู้ปกครองสอบถามความสงสัย บ่นท้อแท้ที่ต้องจับจ่าย บ้างก็ภาคภูมิใจที่ลูกขึ้นชั้นเรียนใหม่ และเสียงเด็กชั้นอนุบาลร้องคิดถึงพ่อแม่ 

     ฉันไปถึงโรงเรียนเวลาไล่เลี่ยกันกับเพื่อนครูท่านอื่น ๆ  ได้ไปดูน้องพนักงานครูคนใหม่ที่ชั้นอนุบาล และเป็นการมาทำงานวันแรกของคุณครู  ผู้ปกครองนั่งแออัดเต็มห้องเรียน  ส่วนมากจะอุ้มลูกนั่งตัก สำรวจดูแล้วผู้ปกครองจะเป็นย่าหรือยายมากกว่าพ่อแม่ 

     ฉันได้ชี้แจงผู้ปกครองว่า"โรงเรียนจะจัดค่ายให้พี่นักเรียนช่วงชั้นที่ ๒ และ ๓ เป็นเวลา ๖ วัน ขอให้นำนักเรียนมาเรียนจริง ๆในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒  เพราะคุณครูทุกท่านร่วมกิจกรรมด้วย" เมื่อผู้ปกครองได้ยินพากันส่งเสียง..ฮือฮากันใหญ่ ซึ่งมีความหมายว่า "พวกเขาอยากให้โรงเรียนเปิดเร็ว ๆ เพราะเจตนาในการนำลูกมาฝากครูเลี้ยงมากกว่า

     เมื่อชี้แจงกันจนเข้าใจดีแล้วฉันกำลังจะเดินออกจากห้องเรียน  ปรากฏว่า "ยายหลานคู่หนึ่งกำลังตีกันอุตลุต" ยายอายุประมาณ ๕๐ ปี ส่วนหลานชายอายุ ๔ ขวบจะขึ้นอนุบาล ๑ ปีนี้  ยายเลี้ยงหลานมาตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะพ่อแม่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพ  ยายใช้มือฟาดหลานติดต่อกันด้วยความโมโหหลายทีและหลานชายวัยสี่ขวบก็สู้ยายจนสุดฤทธิ์  ฉันส่งสัญญาณให้น้องครูใหม่ไปแยกหลานออกมา ส่วนฉันจูงมือยายออกไปข้างนอก "คุยกันเล็กน้อย"

     ยายบอกความจริงกับฉันว่า  หลานดื้อจึงตีบ่อย ๆ ตีเท่าไรก็ไม่หลาบจำ ตีจนไม้แขวนผ้าหักงอก็ไม่จำ  ฉันได้โอกาสชวนยายมาเข้าค่าย Humanized Educare กับเด็ก ๆ ในวันพรุ่งนี้ด้วย ยายตอบตกลงด้วยหน้าตาสดชื่น  ตั้งแต่พบเหตุการณ์มาจนขณะนี้เขียนบันทึกจบ...ฉันยังรู้สึกสะเทือนใจอยู่ไม่หาย

บรรยากาศด้านหลังโรงเรียน