บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง         การพัฒนาครูโดยใช้คู่มือการทำวิจัยในชั้นเรียนโรงเรียนพลอยจาตุรจินดา

ผู้วิจัย            นายชูชาติ   แก้วนอก

ระยะเวลาในการวิจัย         9  มิถุนายน  2559 – 30 เมษายน 2560 (ปีการศึกษา 2559)

..........................................................................................................................................

                  รายงานการวิจัยการพัฒนาครูโดยใช้คู่มือการทำวิจัยในชั้นเรียนโรงเรียนพลอยจาตุรจินดา   จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1)  เพื่อสร้างและประเมินคู่มือการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนพลอยจาตุรจินดา  2)   เพื่อเปรียบเทียบความรู้ ความเข้าใจเรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูก่อนและหลังการใช้คู่มือ   3)  เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการสอนที่เน้นกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของครูก่อนและหลังการใช้คู่มือ  4)  เพื่อประเมินคุณภาพงานวิจัยในชั้นเรียนของครู  5)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนหลังการใช้คู่มือ  6)  เพื่อศึกษาผลสืบเนื่องจากการพัฒนาครูก่อนและหลังการใช้คู่มือ  เกี่ยวกับจำนวนครูที่จัดการเรียนการสอนโดยการทำวิจัยในชั้นเรียน  ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนเฉลี่ย ของนักเรียนและผลการประเมินมาตรฐานที่ 5 ( ด้านผลผลิต ) ผู้เรียนมีความรู้และทักษะจำเป็นตามหลักสูตร

                        รูปแบบของการวิจัย  ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียว  มีการประเมินการปฏิบัติก่อนและหลังการทดลอง ( One  Group  Pretest – Posttest  Design )  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  ครูผู้สอน จำนวน  23  คนโดยศึกษาจากประชากร นักเรียนจำนวน  195  คน ใช้วิธีสุ่มอย่างง่ายจากประชากร  363  คน โดยเทียบจากตารางการสุ่มกลุ่มตัวอย่างของ  Yamane เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี  4  ประเภท คือ  1)  คู่มือการทำวิจัยในชั้นเรียน  เป็นนวัตกรรมการศึกษาที่สร้างขึ้นตามกระบวนการวิจัยปฏิบัติการ  4  ขั้นตอน  จำนวน  1  เล่ม  75  หน้า 2)  แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจการทำวิจัยในชั้นเรียน  3)  แบบประเมิน  จำนวน  4  ฉบับ  ดังนี้  ฉบับที่  1  แบบประเมินคุณภาพคู่มือการทำวิจัยในชั้นเรียน  ฉบับที่  2  แบบประเมินพฤติกรรมการสอนที่เน้นกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของครู  ฉบับที่  3  แบบประเมินคุณภาพงานวิจัยในชั้นเรียนของครู  ฉบับที่  4  แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน  4)  แบบบันทึกรายการ จำนวน  4  ฉบับ คือ  ฉบับที่  1  รายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครู ฉบับที่  2  รายงานจำนวนครูที่จัดการเรียนการสอนโดยการทำวิจัยในชั้นเรียน  ฉบับที่  3   รายงานระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยของนักเรียนและฉบับที่ 4 รายงานผลการประเมินมาตรฐาน ที่ 5 ( ด้านผลผลิต ) ผู้เรียนมีความรู้และทักษะจำเป็นตามหลักสูตร การวิเคราะห์ข้อมูล   การประเมินคุณภาพคู่มือ  การประเมินคุณภาพงานวิจัยในชั้นเรียน  การประเมินความพึงพอใจของนักเรียน  โดยใช้ค่าเฉลี่ย  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและเปรียบเทียบกับเกณฑ์เฉลี่ย   การเปรียบเทียบผลการทดสอบความรู้  ความเข้าใจการทำวิจัยในชั้นเรียนใช้คะแนนเฉลี่ย  ค่าร้อยละและการเปรียบเทียบพฤติกรรมการสอนที่เน้นกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ค่าเฉลี่ย  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ซึ่งสรุปได้  ดังนี้

                         1.  คู่มือการทำวิจัยในชั้นเรียนโรงเรียนพลอยจาตุรจินดา  โดยภาพรวมมีผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ  อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า  การพิมพ์และรูปเล่มของคู่มือที่จัดทำและการใช้ภาษา อยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากันทั้ง 2 ด้าน คู่มือสอดคล้องกับจุดประสงค์ ความเหมาะสมของเนื้อหาในคู่มือ ความเหมาะสมในการเสนอเนื้อหาในคู่มือและประโยชน์จากการนำคู่มือไปใช้   อยู่ในระดับมากเท่ากันทั้ง  4  ด้าน

2.  ครูมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้คู่มือ 

แตกต่างกัน  โดยครูมีความรู้ความเข้าใจหลังการใช้คู่มือ  สูงกว่าก่อนการใช้คู่มือและครูมีพฤติกรรมการสอนที่เน้นกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้คู่มือ แตกต่างกัน  โดยครู

มีพฤติกรรมการสอนหลังการใช้คู่มือสูงกว่าก่อนการใช้คู่มือ

                        3.  ผลการประเมินคุณภาพงานวิจัยในชั้นเรียนในปีการศึกษา  2558  จำนวน  17  เรื่อง  พบว่า  งานวิจัยในชั้นเรียนมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก  ทั้ง  17  เรื่องและในปีการศึกษา  2559  จำนวน  23  เรื่อง พบว่างานวิจัยในชั้นเรียนมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก จำนวน  5  เรื่องและมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด  จำนวน  18  เรื่อง 

                        4.  การประเมินความพึงพอใจของนักเรียน  พบว่า  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อพฤติกรรมและการจัดการเรียนการสอนของครู  ด้านความพึงพอใจต่อครู อยู่ในระดับมากและด้านความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนของครู อยู่ในระดับมากที่สุด 

5.  ผลการเปรียบเทียบจำนวนครูที่จัดการเรียนการสอนโดยการทำวิจัยในชั้นเรียน   3  ปี

การศึกษา ก่อนการใช้คู่มือ  ปีการศึกษา  2557  คิดเป็นร้อยละ  11.54  และหลังการใช้คู่มือปีการศึกษา  2558  คิดเป็นร้อยละ  73.91 และ ปีการศึกษา  2559  คิดเป็นร้อยละ 100 ระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยของนักเรียน  2  ปีการศึกษา  ก่อนการใช้คู่มือ  ปีการศึกษา  2557  และหลังการใช้คู่มือ ปีการศึกษา  2559  นักเรียนทุกระดับชั้นมีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยสูงขึ้นและผลการประเมินมาตรฐานที่  5  ( ด้านผลผลิต ) ผู้เรียนมีความรู้และทักษะจำเป็นตามหลักสูตร  ตัวบ่งชี้ที่  1  มีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยตามเกณฑ์  ปรากฏว่า ก่อนการใช้คู่มือ ปีการศึกษา  2557  นักเรียนมีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ประเมินตามหลักสูตรในระดับพอใช้และหลังการใช้คู่มือ  ปีการศึกษา  2558  นักเรียนมีระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ประเมินตามหลักสูตร  ในระดับพอใช้ และ ปีการศึกษา  2559  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินตามหลักสูตร ในระดับดี  แสดงว่า หลังการใช้คู่มือระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยตามเกณฑ์ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา สูงขึ้นกว่าก่อนการใช้คู่มือ

                                                    ดูผลงานเต็มเล่มได้ที่นี่