แม่คะ

 

 

วันนี้หนูไปใส่บาตรที่วัดฝายหิน เป็นวัดในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนเย็นไปเวียนเทียนที่วัดสวนดอกใกล้ที่พัก เลยไม่ได้ไปศาลาธรรมของมหาวิทยาลัย เตรียมของชอบแม่ไปใส่บาตรทั้งนั้นเลยค่ะ

ตอนสายๆมีโทรศัพท์จากลูกฮัค(ลูกบุญธรรมที่ไม่เป็นทางการ) บอกว่าเมื่อคืนฝันเห็นหนูเกรงว่าจะไม่สบายเลยโทรมาถามข่าวคราว หนูอึ้งไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่ใส่ใจเราขนาดนี้

 

ลูกฮัคของหนูคนนี้เป็นนักศึกษาพยาบาลที่หนูเคยเป็นพี่เลี้ยงดูแลเมื่อสิบปีก่อน รุ่นนั้นมาด้วยกัน สี่คนเป็นผู้ชายทั้งหมด หนูพูดเล่นๆว่าขอเป็นลูกชายได้ไหม คนที่โทรหาหนูวันนี้กลัวมากกลัวจะได้เป็นลูกของหนูจริงๆเพราะหนูขอคนนี้เป็นพิเศษ เพราะคนนี้หน้าตาเหมือนน้าชายมาก จากคนที่กลัวนี่เอง ที่เรียกหนูว่าแม่ แล้วยังโทรติดต่อหนูเรื่อยมาเป็นเวลาเกือบสิบปีแล้ว

ก่อนหน้านี้ เขาก็มาเยี่ยมบ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าแม่จะจำได้หรือเปล่้า หลังจากที่สามในสี่คนแต่งงานมีครอบครัว มีลูก ก็ห่างๆกันไป คงเหลือแต่คนนี้ที่ยังติดต่อมาอย่างสม่ำเสมอ หนูรู้สึกปลื้มใจมากเลย เราพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเป็นนาน น้องเขาเป็นคนหน้าตาดี แต่ช่างเลือก เลยยังไม่ได้แต่งงานเหมือนเพื่อนๆ ซึ่งลูกๆเข้าอนุบาลกันหมดแล้ว

หนูเล่าเรื่องพ่อให้ฟังว่า ไม่มีคนดูแล เพราะลูกๆทิ้งไปไกลๆกันหมด เขาก็บอกว่าไม่ต้องกังวล สมัยนี้ใครๆก็ไม่อยากมีลูกหรอก หากมีโอกาสแต่งงานเขาเองก็จะไม่ให้มีลูก ก็แอบแซวไปว่า หากมีลูกตอนนี้ พ่อเกษียณลูกก็ยังเรียนไม่จบ........... ความคิดของหนุ่มสาวสมัยนี้ก็ดูแปลกดีนะคะ

 

หนูไม่ลืมเตือนให้เขาโทรแม่ผู้อุ้มท้องเรามาด้วย ซึ่งนั่นเขาเองก็ทำอย่างสม่ำเสมออยู่แล้วละ แต่ก็กำชับไป เพราะคนเราส่วนใหญ่มักจะลืมหรือมองข้ามคนใกล้ชิดที่รักเรามากที่สุด

อย่างไรก็ดี วันนี้รู้สึกอิ่มใจที่ลูกชายโทรหาหลังจากที่เห็นนักศึกษามากมายที่มาร่วมกันทำบุญใส่บาตรอย่างตั้งอกตั้งใจไม่ลืมประเพณีและศาสนา

 

ขอผลบุญจงไปถึงแม่

ลูก

8 พ.ค. 52 : 22.27 น

เชียงใหม่