เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ

 

ครูคนพิเศษ (ครูปุ้ม)

เขียนโดย "ครูปุ้ม"
ยคะสารัตถะ ฉบับ; ส.ค.'๕๑

หลังจากที่เล่าให้ฟังว่าจะต้องไปสอนเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นโปลิโอ กลับมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง สำหรับประสบการณ์สอนให้กับครูคนพิเศษของปุ้ม เริ่มแรกเราก็ได้พูดคุยกันก่อน ว่าโยคะที่จะสอนวันนี้เป็นแนวการสอนตามหลักสูตรของสถาบันไกวัลยธรรม ประเทศอินเดีย โดยสถาบันโยคะวิชาการ มูลนิธิหมอชาวบ้านเป็นผู้นำมาเผยแพร่สอนในประเทศไทย เป็นการสอนเพื่อให้คนเรารู้จักดูแลสุขภาพแบบพึ่งพาตนเอง และได้สอบถามว่ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับร่างกายบ้าง อย่างที่บอกตั้งแต่แรกนะค่ะ ว่าพี่เค้าเป็นโปลิโอมาตั้งแต่เด็ก ๆ ขาที่ใช้เป็นหลักก็คือขาข้างซ้าย ซึ่งตอนนี้มีปัญหาปวดตึงกล้ามเนื้อมาก ๆ กล้ามเนื้อแขนทั้งสองข้างอ่อนแรงและยกแขนสูงไม่ได้เลย โดยในช่วงแรกปุ้มทำให้ดูก่อนทีละท่า แล้วค่อยทำตาม ซึ่งขณะที่พี่ลองทำ ปุ้มจะคอยสังเกตดูว่าพี่เค้าทำได้แค่ไหนและลองจัดปรับท่าที่เหมาะสมว่าพี่เค้ารู้สึกสบายขึ้นมั๊ยถ้าเราจะปรับเป็นแบบนี้ โดยจะบอกว่าท่านี้เราจะใช้กล้ามเนื้อส่วนไหน ให้ประโยชน์อะไรบ้าง และเน้นย้ำอยู่ตลอดเวลาว่าหลักสำคัญในการฝึกโยคะก็คือ นิ่ง สบาย ใช้แรงแต่น้อย และมีสติ

สำหรับท่าที่มีการปรับให้เข้ากับตัวพี่เค้ามีท่าต่อไปนี้ค่ะ
1. คันไถครึ่งตัว ใช้ชันเข่าขึ้นแล้วสลับยกทีละข้าง ส่วนสองขาให้ชันเข่าขึ้นทั้งสองข้างแล้วค่อยยก
2. ท่างู ไม่สามารถนำมือทั้งสองข้างมาวางไว้ที่ข้างทรวงอกได้ เลยให้วางในตำแหน่งที่รู้สึกสบายที่จะยกหลังส่วนบนขึ้นได้ และเน้นว่าให้ยกหลังส่วนบนโดยไม่ออกแรงกดที่แขนเพื่อยันตัวขึ้น
3. ท่าตั๊กแตน ไม่สามารถวาดแขนทั้งสองข้างมาวางข้างสะโพกได้ เลยให้วางไว้ในตำแหน่งเดิมกับท่างู เน้นให้ยกจากหลังส่วนล่างและยกขาให้ลอยขึ้นทั้งขา และให้ยกแบบขาเดียวสลับกันไปก่อน ยังไม่ต้องยกทั้งสองขา ให้กล้ามเนื้อแข็งแรงก่อนแล้วค่อยฝึก
4. ท่าหัวจรดเข่าและท่าคีม เนื่องจากไม่สามารถยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศรีษะได้ เลยปรับเป็นการเหยียดยืดแผ่นหลังให้ตรงและค่อย ๆ ลดหน้าท้อง ลดทรวงอก และลดศรีษะตามลำดับ
5. ท่าบิดสันหลัง ท่านี้มีปัญหาที่ไม่สามารถตั้งเข่าให้ตรงได้, มือข้างขวาไม่สามารถนำไปเท้าไว้ด้านหลัง ทำให้ค่อนข้างบิดตัวได้ลำบาก เลยให้ลองทำอีกแบบคือให้พับขาทั้งสองข้างเข้ามาโดยให้ส้นเท้าซ้ายมาแตะที่ก้นด้านขวาและยกเข่าขวาคร่อมเข่าซ้ายเพื่อให้ขาขัดกันไว้แล้วค่อย ๆ บิดลำตัวไปช้า ๆ จากเอว ลำตัว ทรวงอก ไหล่ คอ และใบหน้า และสลับทำอีกด้าน
6. โยคะมุทรา ท่านี้ทำได้ค่อนข้างดีแต่มือทั้งสองข้างไม่มีแรงกดที่บริเวณข้อพับที่โคนขา
7. ท่ากงล้อ ในครั้งแรกให้ทำแบบยืน แต่เนื่องจากการลุกนั่ง ลุกยืนค่อนข้างจะเป็นปัญหา และห่วงเรื่องการทรงตัวขณะยืน ก็เลยปรับเป็นการนั่งแบบปทุมอาสนะ แล้วให้วางแขนลงด้านข้างลำตัว ค่อย ๆ เลื่อนแขนออกไปให้ไกลตัวแล้วกดข้อศอกลง โดยให้เหยียดยืดจากด้านข้างลำตัวโดยแขนอีกข้างปล่อยวางข้างลำตัว

หลังจากสาธิตและให้ลองทำไปทีละท่าแล้ว ก็มาพูดคุยกันต่อว่านี่คือ 14 ท่าพื้นฐานที่ผ่านการวิเคราะห์มาจากนักกายภาพบำบัดว่าปลอดภัย รวมทั้งถ้าเราฝึกเป็นประจำทุกวันจะส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ จากนั้นก็ให้พี่เค้าลองทำทบทวนอีก 1 รอบ โดยให้หลับตาทำตามที่ปุ้มไกด์ ทำตามจังหวะของตัวเองและตามที่ตัวเค้าต้องการ โดยเริ่มต้นจากทำเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ อาสนะ 14 ท่าพื้นฐาน และปิดท้ายด้วยการผ่อนคลายอย่างลึก ซึ่งผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ พี่เค้าประทับใจและบอกว่าในช่วงเช้าเค้าจะตื่นมาฝึกอาสนะทุกวัน พอดีพี่เค้าเป็นคนปฏิบัติธรรมอยู่แล้วก็เลยถูกจริตกับเค้านะค่ะ ก็บอกพี่เค้าว่าอีก 1 เดือนจะมาติดตามผลว่าเป็นยังไงบ้าง จากนั้นก็เดินตัวพองเป็นอึ่งกลับบ้านเลย แต่พองด้วยความสุขใจที่ได้ช่วยเหลือ ได้แนะนำในสิ่งที่ดี ๆ ให้กับคนที่เค้าต้องการจริง ๆ ไม่ได้พองด้วยอัตตาที่พึงพอใจในการสอนของตัวเอง

ขอบคุณครูทุก ๆ ท่าน และเพื่อนครูรุ่น 10 ของสถาบันโยคะวิชาการ ในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์การสอน ที่ทำให้ปุ้มมีแรงบันดาลใจในการเป็นผู้ให้ ผู้แบ่งปัน รวมถึงเป็นช่วยเป็นกำลังใจในยามที่ปุ้มจิตตก ท้อแท้ หมดกำลังใจ และที่สาคัญต้องขอบคุณครูคนพิเศษของปุ้มคนนี้ด้วย ที่ทำให้ปุ้มได้มีประสบการณ์สอนในอีกรูปแบบหนึ่งอย่างที่ครูเราบอกงัยคะ ทุกครั้งที่เราไปเผยแพร่โยคะ เราคือผู้ไปเรียน คนที่เราสอนนั้นคือครูของเรา และด้วยมือทั้ง 2 ข้างของเรา 1 ข้างจับตำราไว้ให้แน่น อีก 1 ข้างสร้างสรรค์ให้เต็มที่ แล้วสิ่งที่เราทำออกไปมันจะงดงาม

 



มูลนิธิหมอชาวบ้าน

2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com